แบบ งป.คืออะไร?
.....แบบ งป.1, งป.2 และ งป.3 คือเอกสารแบบฟอร์มสำคัญที่ใช้ในการ จัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยแต่ละแบบมีหน้าที่เฉพาะดังนี้.....
รายละเอียดของแต่ละแบบฟอร์ม
แบบ งป.1 (แบบสรุปคำของบประมาณ): ใช้สำหรับสรุปภาพรวมของคำขอตั้งงบประมาณทั้งหมด โดยจำแนกตามแผนงานและงาน
แบบ งป.2 (แบบคำของบประมาณรายจ่าย): ใช้สำหรับระบุรายละเอียดรายการงบประมาณรายจ่ายที่ต้องการตั้ง เช่น งบบุคลากร งบดำเนินงาน หรือเงินอุดหนุน
แบบ งป.3 (แบบเสนอโครงการ): ใช้สำหรับเสนอรายละเอียดของ โครงการ โดยเฉพาะ ซึ่งต้องระบุที่มา วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และงบประมาณที่ใช้ในโครงการนั้นๆ
การใช้งานระบบ: ข้อมูลในแบบฟอร์มเหล่านี้มักจะต้องนำไปบันทึกผ่านระบบ e-LAAS และ e-Plan เพื่อความถูกต้องตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ระเบียบหลักที่ใช้ควบคุมการจัดทำงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) คือ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2563
นี่คือสรุปสาระสำคัญที่ต้องยึดถือในการตั้งงบประมาณ
1. หลักการสำคัญในการตั้งงบประมาณความสอดคล้อง: ต้องสอดคล้องกับ แผนพัฒนาท้องถิ่น (แบบ งป.3 ต้องมีรหัสโครงการตามแผน)
สถานะการเงิน: ต้องพิจารณาจากประมาณการรายรับและเงินสะสมที่นำมาใช้ได้จริง
ความคุ้มค่า: ต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับและความประหยัด
2. โครงสร้างงบประมาณรายจ่ายแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
รายจ่ายงบกลาง: เงินสำรองจ่าย, รายจ่ายตามข้อผูกพัน, เงินช่วยค่าครองชีพ ฯลฯ
รายจ่ายตามแผนงาน: แบ่งเป็นงบบุคลากร, งบดำเนินงาน (ค่าตอบแทน/ใช้สอย/วัสดุ), งบลงทุน, งบเงินอุดหนุน และงบรายจ่ายอื่น
3. ขั้นตอนและปฏิทินงบประมาณ (ที่สำคัญ)
จัดทำร่าง: เจ้าหน้าที่งบประมาณรวบรวมแบบ งป.1-3 จากหน่วยงานต่างๆ
เสนอผู้บริหาร: ผู้บริหารท้องถิ่นพิจารณาอนุมัติ
วางโครงร่างงบประมาณเสนอสภา: ต้องเสนอต่อสภาท้องถิ่นเพื่อพิจารณารับหลักการ ภายในวันที่ 15 สิงหาคม
การประกาศใช้: เมื่อสภาเห็นชอบและนายอำเภอ/ผู้ว่าฯ อนุมัติ ต้องประกาศใช้ให้ทัน วันที่ 1 ตุลาคม
4. หนังสือสั่งการที่ต้องใช้ควบคู่นอกจากระเบียบปี 2563 แล้ว ยังต้องดูหนังสือซักซ้อมความเข้าใจที่ออกมาในแต่ละปีด้วย เช่น
แนวทางปฏิบัติการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี: จะกำหนดวงเงินและเกณฑ์การตั้งงบประมาณ
มาตรฐานงบประมาณ: เช่น ราคากลางครุภัณฑ์ของสำนักงบประมาณ หรือราคากลางงานก่อสร้าง
การตั้ง งบลงทุน (Capital Expenditure) ของท้องถิ่นในปีงบประมาณ 2568 และ 2569 มีจุดสำคัญที่ต้องระวังเป็นพิเศษเรื่อง สัดส่วนงบประมาณ และ ราคากลาง เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพ (LPA) และระเบียบกฎหมาย
1. สัดส่วนงบลงทุนต่อคะแนน LPAเป้าหมาย 10% ขึ้นไป: หากตั้งงบลงทุนได้ถึงร้อยละ 10 ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด จะได้คะแนน LPA 3 คะแนน และมีสิทธิ์ได้รับเงินโบนัสเป้าหมาย 15% ขึ้นไป: หากตั้งได้ร้อยละ 15 ขึ้นไป จะได้ 5 คะแนนเต็ม ซึ่งสะท้อนถึงการนำงบไปใช้เพื่อพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคให้ประชาชนอย่างแท้จริง
2. รายจ่ายค่าครุภัณฑ์ราคากลางล่าสุด: ต้องอ้างอิงตาม บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ ฉบับเดือนธันวาคม 2567 ของสำนักงบประมาณ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
เกณฑ์มูลค่า:รายการที่มีมูลค่า ตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป และมีความคงทนถาวร ให้ตั้งเป็น ค่าครุภัณฑ์หากต่ำกว่า 5,000 บาท (หรือตามที่นโยบายบัญชีกำหนด) มักจะลงเป็น วัสดุคงทน
3. รายจ่ายค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างความพร้อมของพื้นที่: ต้องมีที่ดินที่ไม่มีภาระผูกพันทางกฎหมาย มีแบบแปลน และราคาประเมินที่เป็นปัจจุบันการเชื่อมโยงแผน: โครงการสิ่งก่อสร้างทุกรายการ (เช่น ถนน, อาคาร) ต้องมีรหัสโครงการที่ตรงกับ แผนพัฒนาท้องถิ่น และต้องใช้ แบบ งป.3 ในการนำเสนอรายละเอียด
โครงการผลกระทบสิ่งแวดล้อม: หากเป็นโครงการขนาดใหญ่ ต้องประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามมติ ครม. ด้วย4. รายจ่ายงบลงทุนจากงบรายจ่ายอื่นบางรายการแม้จะไม่ได้อยู่ในหมวดงบลงทุนโดยตรง แต่ถ้ามีลักษณะเป็นครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง (เช่น งบเงินอุดหนุน เพื่อขยายเขตไฟฟ้าหรือประปา) กรมฯ ก็นับรวมเป็น รายจ่ายเพื่อการลงทุน ในการคำนวณสัดส่วน LPA ด้วย
สำหรับการเตรียมการตั้งงบประมาณปี 2570 (งบลงทุน) จะมีความเข้มข้นขึ้นในเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลเข้าระบบดิจิทัลและเกณฑ์ความคุ้มค่า
1. การเตรียมการตั้งงบลงทุน ปี 70การเชื่อมโยงแผนพัฒนา (ปี 66-70): โครงการในงบลงทุนปี 70 ต้องเป็นปีสุดท้ายของแผนพัฒนาท้องถิ่นชุดปัจจุบัน หากยังไม่มีในแผน ต้องรีบทำ "เพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลง" แผนให้เรียบร้อยก่อนตั้งงบ
ระบบ e-Plan & e-LAAS: ข้อมูลต้องสอดคล้องแบบ 100% เพราะกรมฯ จะใช้ฐานข้อมูลนี้ในการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนรายหัวและงบเฉพาะกิจ
2. แนวโน้มเกณฑ์การตั้งงบประมาณ (ปี 70)
สัดส่วนงบลงทุน: ยังคงเน้นย้ำที่ 15% ขึ้นไป เพื่อคะแนน LPA 5 คะแนนเต็ม
นโยบาย BCG & Green Budget: มีแนวโน้มว่าการตั้งงบลงทุนในปี 70 จะต้องระบุว่าโครงการนั้นช่วยลดโลกร้อนหรือส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างไร (เช่น การใช้โซล่าร์เซลล์ หรือวัสดุรักษ์โลก)
ราคากลาง: ต้องใช้บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ของสำนักงบประมาณ ฉบับล่าสุด (ซึ่งจะประกาศช่วงปลายปี 68 หรือต้นปี 69) ในการอ้างอิงราคาสำหรับปี 70
3. ปฏิทินการทำงานสำหรับปี 70
ตุลาคม - ธันวาคม 68: เริ่มทบทวนแผนพัฒนาท้องถิ่นปีสุดท้าย (ปี 70)
มกราคม - มีนาคม 69: หน่วยงานต่างๆ ส่งแบบ งป.1, งป.2, งป.3 มายังเจ้าหน้าที่งบประมาณ
เมษายน - พฤษภาคม 69: คณะกรรมการข้าราชการ/พนักงานท้องถิ่น พิจารณากลั่นกรองงบลงทุน
15 สิงหาคม 69: วันสุดท้ายที่ต้องเสนอ ร่าง ข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติงบประมาณปี 70 ต่อสภา
สำหรับปี 70:เนื่องจากเป็นปีสุดท้ายของรอบแผนพัฒนา การโอนเพิ่ม/ลดงบประมาณในหมวดงบลงทุนจะทำได้ยากขึ้นหากไม่เตรียมการเรื่อง "การเบิกตัดปี" หรือ "การกันเงิน" ให้ดี
สำหรับการตั้งงบลงทุน "งานก่อสร้าง" ในปีงบประมาณ 2570 มีระเบียบและจุดที่ต้องเตรียมตัวล่วงหน้า ดังนี้
1. การเตรียม "แบบ งป.3" และสถานะที่ดินต้องมีแบบแปลน: ต้องมีแบบรูปรายการและประมาณการค่าก่อสร้าง (ปร.4, ปร.5) ที่เป็นปัจจุบัน
ที่ดินต้องพร้อม: ต้องมีหนังสือรับรองการใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือได้รับการยินยอมให้ใช้พื้นที่จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (เช่น กรมป่าไม้ หรือ กรมทางหลวง) ก่อนตั้งงบประมาณ
ห้ามตั้งงบซ้ำซ้อน: ต้องตรวจสอบไม่ให้โครงการไปทับซ้อนกับหน่วยงานอื่น (เช่น กรมโยธาฯ หรือ อบจ.)
2. ราคากลางและการคำนวณ (Factor F)
ราคากลางงานก่อสร้าง: ต้องคำนวณตามหลักเกณฑ์ของ คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ (กรมบัญชีกลาง)
ค่า Factor F: ต้องปรับปรุงตามตารางล่าสุด (รวม VAT 7% แล้ว) ซึ่งในปี 2570 อาจมีการปรับฐานราคาตามภาวะเงินเฟ้อ ควรเช็กราคาวัสดุก่อสร้างในพื้นที่ประกอบด้วย
3. การจำแนกประเภทงานก่อสร้างในงบลงทุน ปี 70 จะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก
ค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภค: เช่น ถนน คสล., รางระบายน้ำ, สะพาน (ต้องระบุพิกัด GPS ใน แบบ งป.3)
ค่าก่อสร้างอาคาร: เช่น ศูนย์เด็กเล็ก, อาคารสำนักงาน, โรงจอดรถ (ต้องคำนึงถึงระเบียบการควบคุมอาคารและที่จอดรถ)
4. ปัจจัยสู่ความสำเร็จในปี 70ความสอดคล้องกับแผน: ชื่อโครงการในข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติ ต้องตรงกับแผนพัฒนาท้องถิ่นปี 70 ทุกตัวอักษร
การประเมินผล: ในแบบ งป.3 ต้องระบุตัวชี้วัด (KPI) ที่ชัดเจนว่าก่อสร้างแล้วประชาชนได้ประโยชน์กี่ครัวเรือน หรือลดระยะเวลาการเดินทางได้เท่าไหร่
การตั้งงบลงทุน "งานก่อสร้างถนน" ในปีงบประมาณ 2570 มีรายละเอียดทางเทคนิคและระเบียบที่ต้องเป๊ะกว่างานส่วนอื่น เพราะเป็นเป้าหมายหลักในการตรวจสอบของ สตง. และการประเมิน LPA
1. การเตรียมรายละเอียดในแบบ งป.3
พิกัดและระยะทาง: ต้องระบุจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด (GPS) พร้อมความกว้าง ความหนา และความยาวที่ชัดเจน
ปริมาณงาน: ต้องคำนวณให้สัมพันธ์กับงบประมาณ เช่น ถนน คสล. หนา 0.15 เมตร หรือถนนลาดยางแอสฟัลท์ติก
รหัสสายทาง: หากเป็นถนนเดิมที่มีการขึ้นทะเบียนไว้ ต้องระบุรหัสสายทางให้ตรงกับทะเบียนทางหลวงท้องถิ่น
2. มาตรฐานงานช่างที่ต้องอ้างอิงแบบมาตรฐาน: ควรใช้แบบมาตรฐานของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) หรือ กรมทางหลวงชนบท เพื่อความรวดเร็วในการตรวจรับราคากลาง: ต้องใช้ราคาวัสดุก่อสร้างจาก พาณิชย์จังหวัด ณ เดือนที่จัดทำงบประมาณ และคำนวณค่า Factor F ตามตารางงานก่อสร้างทาง
3. จุดตายที่ สตง. มักตรวจสอบที่ดินสาธารณะ: ต้องมั่นใจว่าถนนที่จะสร้างเป็นทางสาธารณประโยชน์จริง หากเป็นที่ดินเอกชนต้องมีการ อุทิศที่ดิน เป็นลายลักษณ์อักษรก่อนตั้งงบ
ความซ้ำซ้อน: ห้ามตั้งงบซ้ำกับโครงการของ อบจ. หรือ กรมทางหลวงชนบท ในสายทางเดียวกันการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง: ห้ามซอยโครงการถนนสายเดียวกันออกเป็นช่วงสั้นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการประมูลแบบ e-Bidding
4. การเตรียมการสำหรับปี 70
สำรวจสภาพทาง: เนื่องจากปี 70 เป็นปีสุดท้ายของแผนพัฒนาฯ ควรเลือกถนนสายที่ชำรุดหนักหรือเป็นทางเชื่อมโยงเศรษฐกิจเพื่อให้คุ้มค่าต่อตัวชี้วัด (KPI)
ป้ายโครงการ: ต้องตั้งงบประมาณรวมค่าจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์โครงการตามระเบียบไว้ด้วย
หากเป็นถนนสายยาวที่มีมูลค่าสูงเกิน 500,000 บาท ต้องเตรียมตัวสำหรับกระบวนการ e-Bidding ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการประกาศร่าง TOR ล่วงหน้า
cr. ท่านอาจารย์ วราภรณ์ แสงชา

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น