วินัยและจรรยาข้าราชการ
โหลดไฟล์ตรงลิงก์นี้
รวบรวมโพสโดย ประพันธ์ เวารัมย์ ยูทูบ https://www.youtube.com/@prapunwaoram2523
นักเลงดักเฝ้าหน้าหอไปซ้อมฟุตบอลไม่ได้... ท้อจนจะหนีกลับบ้าน! ?
เส้นทางสุดโลดโผนของ “รถถังไทยแลนด์” ประทุม ชูทอง
อีกหนึ่งนักฟุตบอลตัวอย่างที่มีความเป็นนักสู้ ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค จนสามารถเดินตามความฝันของตัวเองได้สำเร็จ
บุคคลตัวอย่างที่น้องๆทั่วประเทศไทยที่กำลังเตรียมตัวลงทำการแข่งขันฟุตบอล Prime Minister’s Youth Cup ควรยึดเอาเป็นแบบอย่าง
ด้วยคาแรคเตอร์ การเข้าสกัดบอลที่ดุดัน แข็งแกร่ง ลงสนามทุกนัดใส่เกินร้อย ไม่สนว่าคู่แข่งจะเป็นใครมาจากไหน คือภาพจำของแฟนบอลชาวไทยที่มีต่อ"น้อง" ประทุม ชูทอง อดีตปราการหลัง ทีมชาติไทย จนเจ้าตัวได้รับการขนานนามว่า "รถถังไทยแลนด"
ประทุม ชูทอง ประสบความสำเร็จบนเส้นทางสายลูกหนังทั้งในนามทีมชาติและสโมสรผ่านประสบการณ์มามากมาย
แต่กว่าทุกอย่างจะหล่อหลอมให้เขามาถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะที่ผ่านมาต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาอย่างโชกโชน
สมัยเด็กเคยเป็นนักมวย ?
หวิดสิ้นชื่อจากการโดนนักเลงยกพวกถือมีดล้อมหอพัก ?
เคยท้อแท้จากการซ้อมหนัก แอบซื้อตั๋วรถทัวร์เตรียมหนีกลับบ้าน?
สู้สุดใจในนามทีมชาติไทยจนสลบคาสนาม ?
นี่คือเส้นทางสายฟุตบอลของ "น้อง"ประทุม ชูทอง เจ้าของฉายา "รถถังไทยแลนด" ปราการหลังทีมชาติไทยผู้ไม่เคยยอมแพ้...
จุดเริ่มต้นเขาคือ...นักมวย ![]()
"ผมไม่ได้เริ่มต้นจากกีฬาฟุตบอลตั้งแต่แรก แต่เริ่มจากการเป็นนักมวยมาก่อนตอนเด็กๆมีฉายาว่า สมุย 1 ส.ทวยเจริญ
ส.ทวยเจริญ คือชื่อค่ายมวยของพ่อผมที่ จังหวัดระนอง พ่อผมก็เป็นนักมวยเก่า โดยท่านเล่าให้ฟังว่าสมัยหนุ่มๆเคยชกกับ โผน กิ่งเพชร อดีตแชมป์โลกมวยสากลอาชีพเป็นคนแรกของประเทศไทยด้วย
ส่วนตัวผมก็มีคุณพ่อนี่แหละเป็นโค้ชฝึกหนักจนได้มีโอกาสขึ้นสังเวียนน่าจะประมาณ 10 ไฟท์ ได้ ส่วนผลงานในการชกผมก็จำไม่ค่อย แต่ขึ้นเวทีครั้งแรกจำได้ว่าชนะ
แขวนนวม...สวมสตั๊ด แจ้งเกิดกับฟุตซอล![]()
นอกจากชกมวยแล้วผมก็เล่นฟุตบอลด้วย ผมเป็นคนชอบเล่นกีฬาเกือบทุกประเภท แต่พอนานไปๆก็เริ่มหลงรักฟุตบอล จนมันกลายเป็นกิจกรรมที่เราชอบที่สุด
หลังจากนั้นก็เลยเปลี่ยนจากชกมวย มาซ้อมฟุตบอลอย่างจริงๆจังๆ จนมาคัดตัวติดที่ ร.ร พิชัยรัตนาคาร ผมเล่นทั้งฟุตบอล 11 คน และฟุตซอล
โดยรายการที่สร้างชื่อให่ผมคือ ควิกซ์ ฟุตซอล จูเนียร์ ตอนนั้นผมกับเพื่อนๆพา ร.ร พิชัยรัตนาคาร คว้าแชมป์ภาคใต้
และได้เข้ามาเล่นรอบชิงแชมป์ประเทศไทย ที่กรุงเทพฯ และรายการนี้ผมได้เป็นดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์ จบอันดับ 4 ของประเทศ "
เข้าเมืองกรุงฯครั้งแรกในชีวิต...? ![]()
จากการแจ้งเกิด ในรายการ ควิกซ์ ฟุตซอล จูเนียร์ ทำให้ ประทุม ชูทอง ต้องเก็บกระเป๋าจากจังหวัดระนองบ้านเกิด เข้าสู่เมืองหลวงกรุงเทพฯ เพราะเจ้าตัวได้กลายเป็นที่หมายปอง ของสถาบันขาสั้นมากมายแต่เป็นทางด้าน “สิงห์สะพานปลา” ร.ร วัดสุทธิวราราม มือไวคว้าตัวมาร่วมทีมในชั้น ม.6 ถึงแม้จะเข้ามาร่วมทีม "สิงห์สะพานปลา"แค่ปีเดียว แต่ก็กลายมาป็นนักเตะตัวหลักของทีมและทำผลงานได้อย่างโดดเด่น
นักกีฬาทุน รุ่นแรกของ ม.เกษมบัณฑิต?![]()
หลังจากเรียนจบชั้นมัธยม ประทุม ได้เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ด้วยโควต้านักฟุตบอล โดยมี “ป๋าเหลียว” เฉลียว พุ่มไสว เป็นผู้ให้การสนับสนุน และถือเป็นนักเตะรุ่นแรกของ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต อีกด้วย
ดีลสโมสร ธ. กรุงไทยล่ม ! นักเลงถือมีดดักรอหน้าหอพัก2สัปดาห์?![]()
จากนั้นเขาค่อย ๆ สร้างชื่อจากผลงานในฟุตบอลระดับอุดมศึกษา จนมีหลายสโมสรในเวลานั้นให้ความสนใจจะดึงตัวไปร่วมทีม
เชื่อว่าแฟนบอลหลายคนคงพอทราบกันมาบ้างแล้วว่า ประทุม ชูทอง แจ้งเกิดกับ สโมสร โอสถสภา แต่ก่อนหน้านั้นเจ้าตัวเล่าว่ามีอีกหนึ่งทีมที่ยื่นข้อเสนอเข้ามาก่อนนั้นก็คือ สโมสรธนาคารกรุงไทย...
"เรื่องนี้ผมไม่เคยเปิดเผยที่ไหนเลยนะ ก่อนที่ผมจะไปเล่นที่ โอสถสภา สโมสรธนาคารกรุงไทย ยื่นข้อเสนอเข้ามา โดยทางด้าน "พี่ต้อม" ณรงค์ สุวรรณโชติ โค้ขของทีมในเวลานั้นติดต่อเข้ามาว่าสนใจอยากให้ลองไปทดสอบกับทีม ก็มีการไปรับเสื้อซ้อมอะไรเรียบร้อยหมดแล้ว
แต่ก่อนจะได้ไปซ้อมในวันรุ่งขึ้น คืนนั้นดันงานเข้าซะก่อน เพราะรุ่นพี่ที่พักอยู่ด้วยกันที่หอพักแถวๆหลัง ม.รามคำแหง ไปมีปัญหาทะเลาะวิวาท
เรื่องราวบานปลายใหญ่โต มีการถือมีดพร้า ไล่ฟันกัน เราอยู่ในกลุ่ม ก็ตกกระไดพลอยโจนไปกับเขาด้วย ตอนหลังมารู้ว่ากลุ่มที่มีเรื่องนั้นเป็นพวกเจ้าถิ่น!
หลังจากนั้นพวกมันก็ให้วัยรุ่นขับมอเตอร์ไซค์มา4-5คันถือมีดมาดักรอหน้าหอพักทุกวัน
พวกผมออกไปไหนไม่ได้เลยต้องอยู่แต่ในห้อง เกือบๆ2 อาทิตย์ ต้องให้คนคอยส่งข้าวส่งน้ำให้ ซึ่งมันทำให้เราเองก็ไม่ได้ไปซ้อมฟุตบอลด้วย สุดท้ายดีลกับ สโมสรธนาคารกรุงไทยก็ไม่เกิดขึ้น"
โอสถสภา สโมสรอาชีพทีมแรก
ซ้อมหนักจนท้อ...หนีขึ้นรถทัวร์กลับบ้าน !!![]()
![]()
ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ...หลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆมาได้ ก็เป็นทาง โอสถสภา ที่ตอนนั้นก็ถือเป็นทีมใหญ่ของไทยลีกได้ให้ประทุมลองมาคัดตัว และสุดท้ายก็ได้เซ็นสัญญาคว้าตัวประทุมไปร่วมทีมตั้งแต่ยังเรียนมหาลัย จากนั้นเจ้าตัวก็เริ่มกลายเป็นที่รู้จักในวงการฟุตบอลไทย
ช่วงปี 2551–2554 คือช่วงเวลาที่ชื่อของประทุมเริ่มโดดเด่น เขากลายเป็นกำลังหลักในแนวรับของโอสถสภา ด้วยจุดเด่นเรื่องความแข็งแกร่ง การเข้าปะทะ และความสามารถในการเล่นได้หลายตำแหน่ง
แม้ไม่ได้มีรูปร่างสูงใหญ่แบบเซ็นเตอร์แบ็กทั่วไป แต่ก็ความแข็งแกร่งและเล่นเกมรับได้ดุดัน ทำให้เป็นผู้เล่นที่โค้ชสามารถใช้งานได้หลากหลายบทบาท
แต่เจ้าตัวเล่าว่าก่อนที่จะมาถึงจุดนี้ได้ เคยท้อจนตัดสินใจหนีขึ้นรถทัวร์จะกลับบ้านที่ระนองมาแล้ว !?
" ตอนได้เซ็นสัญญากับโอสถสภา ผมดีใจมากเพราะความฝันของเราก็คือการเป็นนักฟุตบอลอาชีพและโอสถฯก็ถือเป็นทีมใหญ่ แต่ช่วงแรกๆตอนไปซ้อมกับรุ่นพี่นักฟุตบอลอาชีพจริงๆ มันต่างกันกับฟุตบอลระดับมหาวิทยาลัยราวฟ้ากับเหว ทั้งสปีดบอล ความเข้มข้นในการฝึกซ้อมมันต่างกันมาก
4-5วันแรกของการฝึกซ้อมผมท้อมาก รู้สึกว่าเราสู้ใครไม่ได้เลย หาบอลไม่เจอ ถูกหลอกครั้งแล้วครั้งเล่า เหมือนว่าเราจะช้าไปก้าวหนึ่งเสมอ และการฝึกซ้อมก็หนักด้วย มันทำให้เรารู้สึกว่าเราทำไม่ได้แน่ๆ
ตอนนั้นผมตัดสินใจขอยอมแพ้เก็บกระเป๋า ซื้อตั๋วรถทัวร์เตรียมกลับบ้านที่ระนองแล้ว แต่ตอนอยู่บนรถ พี่เบ๊ (โค้ชเบ๊) ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก โทรหาผมเตือนสติให้ใจเย็นๆบอกให้ผมสู้ต่อ แกบอกว่ามึงเพิ่งเริ่มต้น ต้องให้เวลาตัวเองปรับตัวบ้าง ถ้ามึงไม่มีดี ทีมไม่เซ็นมาร่วมทีมหรอก
คำพูดของโค้ชเบ๊เหมือนเรียกสติเรากลับมาผมตัดสินใจลงจากรถทัวร์ และหลังจากนั้นผมก็สู้ไม่มีคำว่าท้ออีกเลย"
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ...กับประสบการณ์เวทีเอเชีย![]()
ปี 2555 ประทุมย้ายสู่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และนี่คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งในอาชีพ
บุรีรัมย์กำลังสร้างทีมขึ้นมาเป็นมหาอำนาจลูกหนังไทย ประทุมจึงมีโอกาสสัมผัสการแข่งขันระดับสูง ทั้งในประเทศและในระดับเอเชีย
เขาลงเล่นใน เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ในปี 2012 และ 2013 ได้เผชิญหน้ากับยอดทีมจากเอเชีย และเรียนรู้เกมในระดับที่เข้มข้นกว่าฟุตบอลลีกภายในประเทศ
บุรีรัมย์จึงไม่เพียงเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จ แต่ยังเป็นทีมที่ทำให้ประทุมเติบโตขึ้นอีกระดับ
และที่สำคัญ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือสโมสรที่เขาลงสนามมากที่สุดตลอดอาชีพ
เจ้าของฉายา รถถังไทยแลนด์ กับเส้นทาง"ทีมชาติไทย" ![]()
ประทุม ชูทอง ติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 2552 และผ่านการรับใช้ทีมชาติในหลายยุค
เขาอยู่ในทีมของ วินฟรีด เชเฟอร์ และเป็นส่วนหนึ่งของทัพช้างศึกในเส้นทางฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก ซึ่งทีมชาติไทยผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้ายของเอเชีย
การยืนระยะในทีมชาติท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโค้ชและผู้เล่น แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติที่ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจมาอย่างต่อเนื่อง และเจ้าตัวยังได้รับฉายา รถถังไทยแลนด์" จากความทุ่มเท กล้าลุยกล้าชนแบบไม่เกรงกลัวคู่แข่งหน้าไหน
“คืนที่เตหะราน” ภาพจำที่แฟนบอลไม่ลืม?
หนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเกิดขึ้นในเกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก พบอิรัก ที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อเดือนตุลาคม 2559
จากความทุ่มเทซึ่งถิอเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าตัว แต่ในเกมนี้ ประทุมได้รับบาดเจ็บจนหมดสติระหว่างการแข่งขัน ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจบริเวณต้นคอ
แต่โชคดีที่ผลตรวจไม่พบความผิดปกติรุนแรง
เหตุการณ์นั้นกลายเป็นอีกภาพจำของกองหลังที่ขึ้นชื่อเรื่องความทุ่มเท เพราะทุกครั้งที่ลงสนาม เขาพร้อมใส่เต็มร้อยเพื่อทีม
ประกาศแขวนสตั๊ด ปิดฉากชีวิตนักฟุตบอล?
หลังออกจากบุรีรัมย์ ประทุมยังคงเดินหน้าบนเส้นทางฟุตบอลอาชีพ เขาผ่านการค้าแข้งกับ สุพรรณบุรี เอฟซี, สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด, ราชบุรี มิตรผล เอฟซี และ เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสโมสรสุดท้ายในเส้นทางอาชีพอย่างเป็นทางการ
แม้เข้าสู่ช่วงปลายอาชีพ บทบาทของเขาเปลี่ยนจากผู้เล่นตัวหลักมาเป็นนักเตะมากประสบการณ์ที่ช่วยประคองทีมและรุ่นน้อง
ในปี 2565 เขายังกลับมาลงเล่นให้ ลพบุรี ยูไนเต็ด ในศึก Thailand Amateur League
และในปีเดียวกัน ประทุม ชูทอง ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ ปิดฉากชีวิตนักฟุตบอลอาชีพที่ผ่านทั้งลีกไทย ทีมชาติไทย และเวทีระดับเอเชีย
หลังเลิกเล่น ประทุมได้เข้าสู่วงการฟุตบอลเดินสาย 7 คน ก่อนต่อยอดประสบการณ์สู่เส้นทางโค้ช
เขารับบทบาท เฮดโค้ชทีม PDBS และพาทีมคว้าแชมป์รายการ “วาทะลูกหนัง x 2S sport by สวนส้มหนูนา” พร้อมเงินรางวัล 1.2 ล้านบาท ในเดือนธันวาคม 2566
จากผู้เล่นที่เคยยืนอยู่ในสนาม เขาเปลี่ยนบทบาทมาเป็นคนวางแผนและถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับนักเตะรุ่นใหม่
PMYC คือโอกาสของเยาวชน ?
" ชีวิตในการเป็นนักฟุตบอลให้อะไรกับผมหลายอย่าง ได้ทำตามความฝัน ในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และได้มีโอกาสรับใช้ทีมชาติไทยซึ่งเป็นความฝันสูงสุดของผม แต่กว่าจะผ่านมาได้นั้นมันไม่ง่ายเลย
วันนี้ผมเองก็ยังต้องสู้ต่อในการทำธุรกิจการท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ต ยังมีอะไรหลายอย่างที่ท้าทายเราอยู่
ก็ อยากจะฝากบอกน้องๆเยาวชนที่มีความฝัน
อย่าท้อกับอะไรง่ายๆ และขอให้เชื่อมั่นในตนเอง
พยายามก้าวไปให้ถึงจุดหมายให้ได้
กับฟุตบอลในรายการ Prime Minister’s Youth Cup ก็เป็นการแข่งขันที่ดี และเปิดโอกาสให้กับเยาวชนทุกคนในทุกๆพื้นที่ทั่วประเทศ ที่มีใจรักฟุตบอล เป็นอีกเวทีที่จะปั้นนักฟุตบอลรุ่นใหม่ๆ ให้ก้าวขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ในอนาคต ผมขอให้กำลังใจน้องๆทุกคนพยายามตั้งใจให้สุดความสามารถ"
จากมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต สู่โอสถสภา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมชาติไทย และอีกหลายสโมสร ประทุม ชูทอง ใช้เวลานานกว่าทศวรรษพิสูจน์ตัวเองในวงการฟุตบอล
เขาอาจไม่ได้เริ่มต้นจากเส้นทางที่สวยหรู มีอุปสรรคมากมาย แต่ทุกก้าวเกิดขึ้นจากการทำงานหนักและการไม่ยอมแพ้ วันนี้บทบาทของเขาเปลี่ยนไป
จากกองหลังที่เคยยืนปะทะกับแนวรุกระดับเอเชีย
แต่เขาก็ยังคงสู้ต่อด้วยการหันมาทำธุรกิจท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ต นับเป็นอีกหนึ่งเส้นทางใหม่ที่ท้าทาย รอให้"รถถังไทยแลนด" ประทุม ชูทอง ก้าวข้ามบททดสอบอีกครั้ง...
เปิดรับสมัคร วันนี้-31 ตุลาคม 2569 ทางเว็บไซต์ pmycfootball.in.th
THE FUTURE STARTS HERE
ทุกความฝัน เริ่มต้นที่นี่ — Prime Minister’s Youth Cup
ติดตามการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนชาย PMYC U14 U16 และ U18 พร้อมร่วมส่งกำลังใจได้ที่ FB : FAThailand https://www.facebook.com/FootballAssociationOfThailand/ และ Thai Youth Football https://www.facebook.com/share/19W4TPCgpk/
#PrimeMinistersYouthCup
#PMYCฟุตบอลชายU14 #PMYCฟุตบอลชายU16 #PMYCฟุตบอลชายU18
#TheFutureStartsHere #จุดเริ่มต้นของทีมชาติไทย
#กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #การกีฬาแห่งประเทศไทย #กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ #SAT #NSDF #FAThailand
วินัยและจรรยาข้าราชการ โหลดไฟล์ตรงลิงก์นี้ https://drive.google.com/file/d/1trANCpEu4zZwFomWiRgMAObqWjBoZcKB/view?fbclid=IwY2xjawVBPXdl...