1. หลักการสำคัญของการจ้างเหมาบริการตาม ว 877 การจ้างเหมาบริการต้องเป็นการจ้างที่ “มุ่งผลสำเร็จของงาน” ไม่ใช่การจ้างแรงงาน
ลักษณะสำคัญ คือ
2. งานจ้างเหมาที่ “กำหนดเวลาปฏิบัติงานได้”
เป็นงานที่ลักษณะงานจำเป็นต้องให้บริการในช่วงเวลาที่แน่นอน
ตัวอย่าง
2.1 จ้างเหมาพนักงานขับรถ
กำหนดได้ เช่น
* วันจันทร์–ศุกร์
* เวลา 08.30 – 16.30 น.
เพราะเป็นช่วงเวลาที่หน่วยงานต้องใช้รถราชการ
2.2 จ้างเหมาทำความสะอาด (แม่บ้าน)
กำหนดได้ เช่น
* วันจันทร์–ศุกร์
* เวลา 08.00 – 16.00 น.
เพราะต้องทำความสะอาดสถานที่ราชการในเวลาที่กำหนด
2.3 จ้างดูแลสัตว์ / ให้อาหารสัตว์
กำหนดได้ เช่น
* เวลา 07.00 – 08.00 น.
* เวลา 17.00 – 18.00 น.
เพราะเป็นลักษณะงานที่ต้องทำตามรอบเวลา
หลักเกณฑ์
สามารถกำหนดได้ทั้ง
แต่ห้ามกำหนดในลักษณะการควบคุมแบบลูกจ้าง เช่น
ทั้งนี้สามารถกำหนดให้รายงานผลการปฏิบัติงานได้
3. งานจ้างเหมาที่ “กำหนดเวลาปฏิบัติงานไม่ได้”
เป็นงานที่กำหนดผลสำเร็จเป็นชิ้นงานหรือโครงการ
ตัวอย่าง
3.1 งานบันทึกข้อมูล
TOR กำหนดว่า
* บันทึกข้อมูล 120 โครงการ
* ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน
กรณีนี้
ผู้รับจ้างจะทำงาน
* ที่บ้าน
* ร้านกาแฟ
* สถานที่อื่น
หรือทำงานเวลาใดก็ได้
ขอเพียงส่งมอบงานได้ตามกำหนด
3.2 งานธุรการ/บันทึกข้อมูล
เช่น
* จัดทำหนังสือโต้ตอบ
* จัดเก็บข้อมูล
* สแกนเอกสาร
* บันทึกข้อมูลคอมพิวเตอร์
หากกำหนดเป็นจำนวนงาน
เช่น
* สัปดาห์ละ 4 เรื่อง
* เดือนละ 200 รายการ
ไม่สามารถบังคับให้มานั่งประจำสำนักงานได้
หลักคิดง่าย ๆ
ถ้างานวัดผลจาก “จำนวนงาน”
แต่ถ้างานวัดผลจาก “การให้บริการตามช่วงเวลา”
4. เงื่อนไขที่ห้ามกำหนดในสัญญาจ้างเหมาบริการ
ว 877 ระบุชัดเจนว่า ห้ามกำหนดเงื่อนไขที่มีลักษณะควบคุมบังคับบัญชาเสมือนลูกจ้าง
ห้ามกำหนด
4.1 เวลาทำงานแบบตายตัว
เช่น
(สำหรับงานที่เป็นผลสำเร็จของโครงการ)
4.2 หักเงินกรณีขาดงาน
ในลักษณะลูกจ้าง
4.3 สิทธิการลา
ห้ามกำหนด
เพราะไม่ใช่พนักงานของรัฐ
4.4 การสั่งการหรือบังคับบัญชา
5. การกำหนดค่าปรับทำได้หรือไม่
ทำได้ แต่ต้องกำหนดให้ถูกประเภทงาน
กรณีงานรายวัน
เช่น
* พนักงานขับรถ
* แม่บ้าน
สามารถกำหนดว่า
“หากไม่มาปฏิบัติงานตามวันเวลาที่กำหนด ผู้รับจ้างต้องชำระค่าปรับวันละ…”
ได้
ตัวอย่าง
ไม่มาขับรถ 1 วัน
ปรับวันละ 300 บาท
หรืออัตราที่หน่วยงานเห็นสมควร
กรณีงานผลสำเร็จทั้งโครงการ
เช่น
* งานบันทึกข้อมูล 120 โครงการ
ห้ามปรับรายวัน
แต่สามารถปรับได้เมื่อ
“ส่งมอบงานล่าช้ากว่ากำหนด”
เช่น
ครบ 90 วันแล้วยังไม่ส่งงาน
จึงเริ่มคิดค่าปรับตามระเบียบ
6. การหาคนมาทำงานแทน
#ทำได้ สำหรับงานทั่วไป เช่น
* แม่บ้าน
* พนักงานขับรถ
* ผู้ดูแลสัตว์
สามารถกำหนดใน TOR ได้ว่า
“หากไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคคลอื่นมาปฏิบัติงานแทนและแจ้งให้หน่วยงานทราบล่วงหน้า”
กรณีนี้จะไม่ถูกปรับ
#ทำไม่ได้ กรณีงานที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัว
เช่น
* ผู้เชี่ยวชาญ
* นักวิชาการเฉพาะด้าน
* ที่ปรึกษาเฉพาะบุคคล
หากไม่มาปฏิบัติงานถือว่าผิดสัญญา
7. การบอกเลิกสัญญา
ว 877 ระบุว่า
เพราะตามมาตรา 103 ผู้มีสิทธิบอกเลิกสัญญาคือ “หน่วยงานของรัฐ” เท่านั้น
แนวทางประยุกต์ใช้ สำหรับ TOR จ้างเหมาบริการบุคคลธรรมดา ควรแบ่งเป็น 2 กลุ่มชัดเจน
* ผู้ช่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
* พนักงานขับรถ
* พนักงานรักษาความสะอาด
* ผู้ดูแลระบบประปาหรือสาธารณูปโภคที่ต้องเฝ้าระวังเป็นเวลา
สามารถกำหนดวัน เวลา และสถานที่ให้บริการได้
* ผู้ช่วยงานธุรการ
* ผู้ช่วยงานบันทึกข้อมูล
* ผู้ช่วยงานพัสดุ
* ผู้ช่วยงานการเงินและบัญชี
ควรกำหนดเป็น “ชิ้นงาน” หรือ “ผลสัมฤทธิ์ของงาน” และหลีกเลี่ยงการกำหนดเวลาทำงานประจำ
“หากการไม่ดำเนินงานตามขอบเขตงานของผู้รับจ้างก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด”
ตัวอย่าง
* ไม่ส่งหนังสือราชการตามกำหนด
* ทำให้เทศบาลเสียสิทธิในการอุทธรณ์
* ทำให้เสียโอกาสได้รับเงินอุดหนุน
* ทำให้เทศบาลถูกเรียกคืนเงิน
กรณีนี้เรียกค่าเสียหายได้
แต่ต้องพิสูจน์ความเสียหายได้จริง
วิธีนี้เป็นแนวทางที่หลาย อปท. เริ่มใช้หลัง ว 877
เช่น
“หากผู้รับจ้างไม่ส่งมอบผลงานครบถ้วนตามรายการงานที่กำหนดในงวดงานนั้น คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีสิทธิไม่ตรวจรับงานทั้งหมดหรือบางส่วน”
ผลคือ
