วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

เกียรติยศของผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก เมื่อสิ้นชีวิต

 เกียรติยศของผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก เมื่อสิ้นชีวิต

 


 

ข้อสังเกตงานพระราชทานเพลิงศพ บางประการ

 


 ข้อสังเกตงานพระราชทานเพลิงศพ บางประการ

”พิธีพระราชทานเพลิงศพ นับเป็นพิธีการที่มีเกียรติยศยิ่ง เป็นวาระสุดท้ายของท่านผู้วายชนม์ มิใช่ทุกคนที่จะได้รับเกียรติยศยิ่งนี้“
📌 งานพระราชทานเพลิงศพ เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นเป็นจำนวนมาก
ไม่ว่าจะเป็น รายละเอียดของ ชื่อ ยศ ตำแหน่ง
สถานที่ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชื่อบุคคลสำคัญ / บัญชีรายชื่อพระสงฆ์
จึงต้องประสานข้อมูลกับเจ้าภาพ
โดยเฉพาะรายชื่อผู้ทอดผ้าไตรบังสุกุล
ผ้าบังสุกุล ซึ่งจะมีจำนวนมากน้อยในแต่ละงาน
ไม่เท่ากัน
ทุกวันนี้ ท่านเจ้าอาวาสหลายวัด
เมตตาให้คำแนะนำเจ้าภาพว่า ไม่ควรทอดเกิน 20-30 ไตร/ผืน นับเป็นการลดระยะเวลาได้อย่างดียิ่ง
หากสังเกตในงานพิธีหลวง
ท่านจะทอดผ้าไตรเพียง 5 ไตรเท่านั้น
📌การอ่านหมายรับสั่ง อ่านจากซ้ายไปขวา
อ่านทุกตัวอักษร เลขหมายรับสั่งอ่านเรียงตัว
เช่น 234 อ่านว่า หมายรับสั่งที่ สอง - สาม - สี่
ไม่ได้อ่านว่า สองร้อยสามสิบสี่
คำย่อ ให้อ่านเต็ม
✅โปรดเกล้าฯ อ่านว่า โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
✅ป.ช. อ่านเต็มว่า ประถมาภรณ์ช้างเผือก
✅ท.ช. อ่านเต็มว่า ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก
คำว่า เมรุ อ่านว่า เมน
ส่วนใหญ่มักจะอ่านว่า เม - รุ
พระเมรุ คำนี้ก็อ่านว่า พระ - เมน
ยกเว้น คำว่า พระเมรุมาศ
จึงจะอ่านว่า พระ - เม - รุ - มาศ
เวลา 16.00 น. ให้อ่านว่า สิบหกนาฬิกา
ไม่อ่านว่า สิบหกจุดศูนย์ศูนย์นอ
📌 เครื่องสักการะ ที่ใช้กับผู้วายชนม์
ตั้งแต่งที่หน้าเครื่องเกียรติยศประกอบศพ
อย่างหนึ่งคือ เครื่องทองน้อย
ประกอบด้วย พุ่มดอกไม้ 3 พุ่ม
ธูปไม้ระกำ 1 เทียน 1
มีธรรมเนียมว่า จักสักการะสิ่งใด
ให้หันพุ่มดอกไม้ เข้าหาสิ่งนั้น
เวลาตั้งหน้าเครื่องเกียรติยศประกอบศพ
หากประสงค์ให้มีการใช้เครื่องทองน้อยสำหรับบูชาศพ และสำหรับศพบูชาธรรม
ให้จัดเครื่องทองน้อยที่หันด้านธูป
เทียนออกมาทางผู้จุด เรียกว่า "เครื่องนอก"
และตั้งเครื่องทองน้อยที่จัดให้ด้านธูป
เทียน หันเข้าหาศพ เรียกว่า “เครื่องใน”
หากประสงค์ตั้งเครื่องทองน้อยทั้งสองเครื่อง
ในระดับเดียวกัน ให้ตั้งเครื่องทองน้อย “เครื่องใน” ไว้ทางขวาของเครื่องนอก
(รศ.ดร.ทรงวิทย์ เจริญกิจธนลาภ)
ธรรมเนียมอย่างหนึ่งคือ การจุดเครื่องทองน้อย
จะไม่เหมือนจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
ที่จุดเทียนก่อนจุดธูป
แต่เครื่องทองน้อย ต้องจุดธูป ก่อนจุดเทียน
(คุณงามความดีของผู้วายชนม์ มีกลิ่นหอมดุจกลิ่นธูปไม้ระกำ) และธูปต้องตั้งอยู่ด้านซ้ายของผู้จุดเสมอ
📌 หากพิธีกร ไปปฏิบัติหน้าที่ ณ วัดที่ยังไม่เคยปฏิบัติหน้าที่มาก่อน ควรสอบถาม
รายละเอียดต่างๆ เช่น จุดที่ยืนปฏิบัติหน้าที่พิธีกรบริเวณไหน การเดินขึ้นเมรุ
ขึ้นด้านไหน ลงด้านไหน
การจัดวางของชำร่วยที่ระลึก
จะวางบันไดตรงกลาง หรือด้านข้าง
รวมไปถึงการนัดหมายรายการก่อนพิธีการ
เช่น การมอบเงินหรือสิ่งของสาธารณกุศล
การแสดงรำหน้าไฟ การกล่าวไว้อาลัย
ควรประสานการปฏิบัติให้เรียบร้อย
ก่อนถึงเวลาประกอบพิธี
📌 ข้อสุดท้าย เป็นสิ่งสำคัญและเป็นข้อคำนึง
สำหรับพิธีกรทุกท่าน คือ
“นิ่งสงบ สยบทุกอารมณ์”
ด่านที่ยากมากด่านหนึ่งของพิธีกรคือ
ความหลากหลายของผู้มาร่วมงาน
เจ้าภาพ ญาติเจ้าภาพ และบุคคลอื่นๆ
ซึ่งล้วนเจตนาอยากให้งานออกมาสมบูรณ์แบบ
ตามมุมมองของตน
คนที่จะต้องรับทุกอารมณ์ ในทุกสถานการณ์ของพิธีการคือ พิธีกร
“อยากให้เปลี่ยนตรงนั้น ปรับตรงนี้
คนนั้นทอดผ้าคนแรก คนนี้ ทอดคู่กับคนนี้
คนนี้ทำไมได้มาอยู่ลำดับท้ายๆ
ประธานต้องเป็นคนนี้ ขอให้ขับเสภา
อยากให้แนะนำชื่อคนที่รำหน้าไฟ”
มากมายหลายเหตุการณ์
พิธีกร ต้องนิ่ง ยิ้มรับ แล้วตั้งสติในการรับมือ
และดำเนินพิธีการไปตามสิ่งที่ได้พูดคุยตกลงกันไว้
หากมีเวลาปรับได้ ก็ปรับ หากสิ่งที่ถูกแนะนำ
นั้นควรปฏิบัติ ให้ปฏิบัติ ถ้ามันผ่านไปแล้ว
ก็นำมาแก้ไขในการทำหน้าที่คราวต่อไป
ขอบคุณภาพ : พี่เอิร์ธ สนง.วัฒนธรรมจังหวัด
เอกชัย ธงชาย 
 

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

เตรียมความพร้อมสำหรับการแต่งกายชุดปกติขาวแบบเต็มยศ ในงานพระราชพิธีและงานพิธีสำคัญ ในห้วง ธ.ค.69 นี้

 


 



📣เตรียมความพร้อมสำหรับการแต่งกายชุดปกติขาวแบบเต็มยศ ในงานพระราชพิธีและงานพิธีสำคัญ ในห้วง ธ.ค.69 นี้
แนวทางการเตรียมเครื่องแต่งกายและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำหรับผู้ที่ต้องแต่งกายด้วย ชุดปกติขาวแบบเต็มยศ เพื่อให้ทุกท่านเตรียมความพร้อมได้อย่างถูกต้องและสง่างามค่ะ
📌 สิ่งที่ควรเตรียมสำหรับการแต่งกายเต็มยศ
1. ชุดปกติขาวและเครื่องแต่งกาย
สำหรับท่านที่มีชุดปกติขาวอยู่แล้ว ควรเตรียมกระโปรงสีดำหรือกางเกงสีดำตามระเบียบที่กำหนด เพื่อใช้ในการแต่งกายแบบเต็มยศ
2. การประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์
❌ ไม่ใช้แพรแถบย่อ
✅ ใช้เครื่องราชอิสริยาภรณ์ประดับกับแผงเหรียญตามชั้นตราที่ได้รับ
3. การประดับแขนไว้ทุกข์
สำหรับการแต่งกายในครั้งนี้ ให้ประดับปลอกแขนไว้ทุกข์สีดำบริเวณแขนเสื้อด้านซ้าย ตามแนวทางที่กำหนด

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

🔥 คู่มืองานสารบรรณ 🔥

 

🔥 คู่มืองานสารบรรณ 🔥
คู่มือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในวาระเกษียณอายุราชการ (2569) และเพื่อส่งต่อความรู้ให้กับน้อง ๆ ชาวกรมทางหลวงที่สนใจไว้ใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงานต่อไป อาจมีผิดบ้างขออภัยด้วยนะคะ ทั้งนี้ขอให้ยึดระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นหลักหนะคะ ตัดมาให้เฉพาะ เรื่องการเขียนหนังสือราชการ และการเขียนรายงานการประชุม เท่านั้นค่ะ
 

 


สลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2569

 สลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2569


 


 

 

 

 

 

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2569

รมว.ซาบีดา เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “5C+1” ติดตามผลการดำเนินงานคณะกรรมการอำนวยการฯ ครั้งที่ 1/2569 มุ่งยกระดับทุนวัฒนธรรมไทยสู่สากลอย่างยั่งยืน

 

 


 


รมว.ซาบีดา เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “5C+1” ติดตามผลการดำเนินงานคณะกรรมการอำนวยการฯ ครั้งที่ 1/2569 มุ่งยกระดับทุนวัฒนธรรมไทยสู่สากลอย่างยั่งยืน
วันที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการดำเนินงานตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายพจน์ หาญพล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม นายปารเมศ โพธารากุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในสังกัด เข้าร่วมประชุม ณ ศูนย์ประชุมกระทรวงวัฒนธรรม ชั้น 8 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โดยมุ่งผลักดันนโยบาย “5C+1” สร้างพลังวัฒนธรรม สร้างสุข สร้างอนาคต เพื่อยกระดับทุนทางวัฒนธรรมของไทยให้เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ สร้างโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมนำวัฒนธรรมไทยสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รวมถึงการมอบหมายภารกิจและกำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละคณะกรรมการและคณะทำงาน เพื่อให้การดำเนินงานมีทิศทางที่ชัดเจน เกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และสามารถขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ
สำหรับนโยบาย “5C+1” ประกอบด้วย 6 แนวทางสำคัญ ได้แก่
1. C1: Cultural Well-being & Cultural Literacy สร้างคนดี มีคุณธรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยวัฒนธรรม มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจด้านวัฒนธรรม ตระหนักถึงคุณค่าของคุณธรรม จริยธรรม และนำวัฒนธรรมมาเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข
2. C2: Community & Continuity รักษา สืบสาน และต่อยอดมรดกวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ส่งเสริมพลังชุมชนให้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น
3. C3: Cultural Economy สร้างเศรษฐกิจวัฒนธรรมมูลค่าสูง นำทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ไทยมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม ตลอดจนสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนและชุมชน
4. C4: Connectivity & Cultural Diplomacy ขับเคลื่อนการทูตวัฒนธรรมเชิงรุก เชื่อมไทยสู่สากล ใช้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เผยแพร่เสน่ห์และอัตลักษณ์ไทยสู่สายตาชาวโลก
5. C5: Capacity & Cultural Intelligence ปรับระบบบริหารภาครัฐสู่ Data-Driven พัฒนาศักยภาพบุคลากรและระบบบริหารจัดการภาครัฐ โดยนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการตัดสินใจและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
6. +1: Clean Energy Culture ยกระดับวัฒนธรรมสู่ความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการดำเนินงานด้านวัฒนธรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
กระทรวงวัฒนธรรม มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบาย “5C+1” ผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และเครือข่ายทางวัฒนธรรม เพื่อเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นพลังสร้างคุณค่าทางสังคมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มได้เข้าถึงและมีส่วนร่วมในการพัฒนาวัฒนธรรม พร้อมสืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นประเทศที่มีพลังทางวัฒนธรรมในระดับสากลอย่างมั่นคงและยั่งยืน
 

 

เกียรติยศของผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก เมื่อสิ้นชีวิต

  เกียรติยศของผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก เมื่อสิ้นชีวิต