วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

รวมแนวข้อสอบท้องถิ่น

 รวมแนวข้อสอบท้องถิ่น


แนวข้อสอบนักบริหาร-เลื่อนระดับ
event 7 พฤศจิกายน 2562visibility 17420
event 7 พฤศจิกายน 2562visibility 65062
event 7 พฤศจิกายน 2562visibility 144052
event 7 พฤศจิกายน 2562visibility 9960

กินอะไรชะลอหงอก

กินอะไรชะลอหงอก 






🍌🍉🥬7 แหล่ง “อิเลคโทรไลท์” จากธรรมชาติ ช่วยฟื้นคืนความอ่อนล้าและเสียเหงื่อมาก 🏄🪂

 


🍌🍉🥬7 แหล่ง “อิเลคโทรไลท์” จากธรรมชาติ
ช่วยฟื้นคืนความอ่อนล้าและเสียเหงื่อมาก 🏄🪂

.
เคยรู้สึกไหมคะว่าหลังออกกำลังกายเสร็จใหม่ๆ หรือในวันที่อากาศร้อนจัดๆ ถึงแม้จะดื่มน้ำเปล่าเข้าไปเยอะแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่สดชื่นเท่าที่ควร? นั่นอาจเป็นเพราะร่างกายของเราไม่ได้ต้องการแค่น้ำเปล่า แต่กำลังเรียกหาแร่ธาตุสำคัญที่ชื่อว่า "อิเลคโทรไลท์" ที่สูญเสียไปกับเหงื่ออยู่ค่ะ วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับสุดยอดอาหารและเครื่องดื่มจากธรรมชาติที่หาทานง่าย แถมยังช่วยเติมอิเลคโทรไลท์ให้ร่างกายกลับมาสดชื่นได้ทันใจกันค่ะ! ✨
.
💡 อิเลคโทรไลท์คืออะไรนะ?
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อนค่ะ อิเลคโทรไลท์ คือกลุ่มแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายมากๆ เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้จะทำงานร่วมกันเพื่อช่วยควบคุมสมดุลของเหลวในร่างกาย ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท ไปจนถึงช่วยให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะปกติค่ะ ดังนั้น การรักษาสมดุลของอิเลคโทรไลท์จึงสำคัญต่อสุขภาพของเรามากๆ เลยค่ะ มาดูกันเลยว่ามีอาหารและเครื่องดื่มอะไรบ้างที่เปรียบเสมือนเกลือแร่ชั้นดีจากธรรมชาติ
.
1️⃣น้ำมะพร้าว 🥥
ถูกยกให้เป็น "เครื่องดื่มเกลือแร่จากธรรมชาติ" เลยค่ะ เพราะในน้ำมะพร้าวอุดมไปด้วยอิเลคโทรไลท์หลากหลายชนิด
▪️ โพแทสเซียม: ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังเสียเหงื่อ
▪️ แมกนีเซียม: ช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อ
▪️ โซเดียม: ช่วยรักษาสมดุลของเหลว
แถมยังมีรสชาติหวานสดชื่นจากธรรมชาติ ดื่มง่าย ช่วยดับกระหายได้ดีสุดๆ ค่ะ
.
2️⃣ กล้วยหอม 🍌
ยืนหนึ่งเรื่องโพแทสเซียมต้องยกให้กล้วยหอมเลยค่ะ กล้วยหอมขนาดกลาง 1 ลูกให้โพแทสเซียมสูงมาก ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยป้องกันตะคริวและควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานได้ดีเยี่ยม เหมาะจะเป็นของว่างก่อนหรือหลังออกกำลังกายมากๆ เลยค่ะ
.
3️⃣ แตงโม 🍉
ผลไม้ฉ่ำน้ำที่เป็นขวัญใจของใครหลายๆ คน นอกจากจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบสูงถึง 92% ช่วยเติมน้ำให้ร่างกายได้ดีเยี่ยมแล้ว ในแตงโมยังมีโพแทสเซียมและแมกนีเซียมอยู่ด้วยนะคะ การทานแตงโมเย็นๆ หลังออกกำลังกายจึงช่วยให้ร่างกายสดชื่นและฟื้นตัวได้เร็วขึ้นค่ะ
.
4️⃣ อะโวคาโด 🥑
สุดยอดผลไม้เพื่อสุขภาพที่อัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ และแน่นอนว่ามีอิเลคโทรไลท์สูงมาก โดยเฉพาะโพแทสเซียมที่มีปริมาณสูงกว่ากล้วยหอมเมื่อเทียบในน้ำหนักที่เท่ากันเสียอีก! นอกจากนี้ยังมีไขมันดีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายด้วยค่ะ ลองนำไปทำเป็นสมูทตี้หรือทานกับสลัดก็อร่อยลงตัวค่ะ
.
5️⃣ ผักใบเขียวเข้ม 🥬
ผักต่างๆ เช่น ผักโขม หรือเคล (Kale) ถือเป็นแหล่งแคลเซียมและแมกนีเซียมชั้นดีเลยค่ะ ซึ่งแร่ธาตุสองชนิดนี้สำคัญมากต่อการหดตัวของกล้ามเนื้อที่ซับซ้อน ใครที่ไม่ชอบดื่มนมก็สามารถเพิ่มแคลเซียมและแมกนีเซียมจากการทานผักใบเขียวเหล่านี้ได้นะคะ
.
6️⃣ มันหวานและมันฝรั่ง 🍠
หลายคนอาจมองข้าม แต่จริงๆ แล้วในมันหวานและมันฝรั่งนั้นมีโพแทสเซียมและแมกนีเซียมซ่อนอยู่เยอะมากค่ะ แค่มันหวานอบหนึ่งหัวก็มีโพแทสเซียมเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวันแล้ว ลองเปลี่ยนเมนูมาเป็นมันหวานนึ่งหรือมันฝรั่งอบดูนะคะ อร่อยและได้ประโยชน์เต็มๆ
.
7️⃣ นมและโยเกิร์ต 🥛
เป็นแหล่งแคลเซียมชั้นยอดที่ทุกคนรู้กันดี แต่ในขณะเดียวกันก็มีอิเลคโทรไลท์ตัวอื่นๆ ด้วย เช่น โพแทสเซียม โซเดียม และโปรตีนคุณภาพสูงที่ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย การดื่มนมหรือทานโยเกิร์ตจึงเป็นอีกวิธีง่ายๆ ที่ช่วยเติมทั้งพลังงานและแร่ธาตุให้ร่างกาย

cr. เพจ อย่าฝากชีวิตไว้กับหมอ




📢 สุรินทร์เร่งพัฒนา “หนองกอ-ลอ” งบกว่า 100 ล้าน ยกระดับพื้นที่สาธารณะ









 📢 สุรินทร์เร่งพัฒนา “หนองกอ-ลอ” งบกว่า 100 ล้าน ยกระดับพื้นที่สาธารณะ

จ.สุรินทร์เตรียมปรับปรุงภูมิทัศน์หนองกอ-ลอ อ.รัตนบุรี สร้างเขื่อน ทางเดิน–ลานกิจกรรม และพื้นที่ออกกำลังกาย คาดใช้งบกว่า 100 ล้านบาท หนุนคุณภาพชีวิตและพื้นที่สาธารณะของชุมชนอย่างยั่งยืน.

สุรินทร์เดินหน้าโครงการพัฒนาหนองกอ-ลอ เตรียมยกระดับพื้นที่สาธารณะ คาดใช้งบกว่า 100 ล้านบาท
.
นายธนโชติ เกษตรสิงห์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยความคืบหน้าโครงการพัฒนาเมืองและปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณหนองกอ-ลอ บ้านธาตุ หมู่ที่ 1 ตำบลธาตุ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ ว่า โครงการดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยองค์การบริหารส่วนตำบลธาตุ และกรมโยธาธิการและผังเมือง
ปัจจุบันโครงการได้รับการบรรจุอยู่ในแผนพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ ประจำปีงบประมาณ 2570 รวมถึงอยู่ในแผนการขอรับการจัดสรรงบประมาณของกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการพิจารณาจัดสรรงบประมาณในขั้นตอนสุดท้าย
สำหรับลักษณะของโครงการ มีวงเงินงบประมาณประมาณ 100 ล้านบาท ครอบคลุมการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง การปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ การพัฒนาทางเดินและทางวิ่งเพื่อสุขภาพ การจัดทำลานกิจกรรม รวมถึงการก่อสร้างอาคารประกอบ เช่น ห้องน้ำและศาลาพักคอย
นายธนโชติ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวจัดอยู่ในหมวดงานพัฒนาเมืองของกรมโยธาธิการและผังเมือง มีเป้าหมายเพื่อยกระดับทัศนียภาพของพื้นที่ และเพิ่มพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลายและยั่งยืน
ทั้งนี้ คาดว่าเมื่อโครงการได้รับการจัดสรรงบประมาณตามแผนในปี 2570 จะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ตามกรอบที่วางไว้ และจะเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ต่อไป.

cr. สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
จังหวัดสุรินทร์



วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สวนทางกระแส! นิด้าโพลชี้ 67% แนวโน้มคนใต้ เห็นด้วยมี “แลนด์บริดจ์” แต่ห่วงกระทบธรรมชาติ 54% รับ เคยได้ยิน แต่เข้าใจน้อย

 สวนทางกระแส! นิด้าโพลชี้ 67% แนวโน้มคนใต้ เห็นด้วยมี “แลนด์บริดจ์” แต่ห่วงกระทบธรรมชาติ 54% รับ เคยได้ยิน แต่เข้าใจน้อย


สวนทางกระแส! นิด้าโพลชี้ 67% แนวโน้มคนใต้ เห็นด้วยมี “แลนด์บริดจ์” แต่ห่วงกระทบธรรมชาติ 54% รับ เคยได้ยิน แต่เข้าใจน้อย


นิด้าโพลชี้ 67% แนวโน้มคนใต้หนุน “แลนด์บริดจ์” แต่ห่วงกระทบธรรมชาติ
สวนทางกระแส! นิด้าโพลชี้ 67% แนวโน้มคนใต้ เห็นด้วยมี “แลนด์บริดจ์” แต่ห่วงกระทบธรรมชาติ 54% รับ เคยได้ยิน แต่เข้าใจน้อย

จากกระแสข่าวที่รัฐบาล อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ ในการจัดทำ แลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ชุมพร-ระนอง เพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่ง พร้อมมอเตอร์เวย์และรถไฟรางคู่ เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าการใช้จ่ายกว่า 1 ล้านล้านบาท นำไปสู่ความไม่พอใจของชาวบ้านในพื้นที่ภาคใต้ และประชาชนทั่วไป ซึ่งมองว่าอาจเป็นการทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ รวมถึงใช้งบมหาศาล นั้น ล่าสุด ผลสำรวจถามคนใต้มาแล้ว


(3 พ.ค. 69) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ “นิด้าโพล” เรื่อง “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคใต้ (จำนวน 14 จังหวัด ประกอบด้วย ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี สงขลา กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง สตูล นราธิวาส ปัตตานี และยะลา พบว่า


จากการสำรวจ เมื่อถามถึง การเคยได้ยินและความเข้าใจของคนภาคใต้เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ พบว่า

ร้อยละ 54.43 ระบุว่า เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการฯ
ร้อยละ 26.67 ระบุว่า เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง เกี่ยวกับโครงการฯ
ร้อยละ 10.52 ระบุว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก เกี่ยวกับโครงการฯ
ร้อยละ 7.08 ระบุว่า ไม่เคยได้ยินใด ๆ เลย เกี่ยวกับโครงการฯ
ร้อยละ 1.30 ระบุว่า เคยได้ยินแต่ไม่เข้าใจเลย เกี่ยวกับโครงการฯ

เมื่อสอบถามว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง และเคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการฯ ถึงเรื่องที่คนภาคใต้มีความกังวลใจเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ พบว่า

ร้อยละ 38.03 ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเล
ร้อยละ 33.16 ไม่กังวลใจใด ๆ เลย
ร้อยละ 29.71 ผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่น เช่น การถูกเวนคืนที่ดิน วิถีชีวิตท้องถิ่นที่อาจจะเปลี่ยนไป
ร้อยละ 25.81 การทุจริตและความไม่โปร่งใสของโครงการฯ
ร้อยละ 15.30 ความคุ้มค่าในระยะยาว
ร้อยละ 12.08 การถูกต่อต้านจากชุมชน คนในพื้นที่
ร้อยละ 11.78 คนใต้จะได้ประโยชน์อะไร
ร้อยละ 11.40 ประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะได้ประโยชน์อะไร
ร้อยละ 10.50 ปัญหาการก่อสร้างโครงการฯ ที่ล่าช้าหรือไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้
ร้อยละ 7.58 ปัญหางบประมาณของรัฐ หากต้องลงทุนทำโครงการเอง
ร้อยละ 6.30 ปัญหาการหาผู้ลงทุนในโครงการฯ
ร้อยละ 6.15 ในอนาคต ประเทศไทยอาจจะกลายเป็นพื้นที่สำคัญในการแข่งขันกันของประเทศมหาอำนาจ
ร้อยละ 4.35 ปัญหาโครงการฯอาจจะไม่เกิดขึ้นจริง
ร้อยละ 3.98 การถูกต่อต้านจาก NGO (องค์กรพัฒนาเอกชน) นักวิชาการ นักการเมือง
ร้อยละ 0.98 ระบุว่า การถูกต่อต้านจากต่างประเทศ

ท้ายที่สุด เมื่อถามว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง และเคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการฯ (จำนวน 1,333 หน่วยตัวอย่าง) ถึงความคิดเห็นของคนภาคใต้เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ พบว่า

ร้อยละ 34.21 เห็นด้วยมาก

ร้อยละ 33.01 ค่อนข้างเห็นด้วย

ร้อยละ 19.43 ไม่ค่อยเห็นด้วย

ร้อยละ 13.35 ไม่เห็นด้วยเลย

cr. อีจัน






เเดดร้อนจนร้องขอฝนให้ตกลงมาที! วันนี้(4 พ.ค.69) กทม. เตือน ดัชนีความร้อนเข้าข่าย “อันตรายมาก” ซึ่งเสี่ยงต่อร่างกายรุนเเรง

 เเดดร้อนจนร้องขอฝนให้ตกลงมาที!

วันนี้(4 พ.ค.69) กทม. เตือน ดัชนีความร้อนเข้าข่าย
“อันตรายมาก” ซึ่งเสี่ยงต่อร่างกายรุนเเรง


ร่างเกรียมกันพอดี! ดัชนีความร้อน “อันตรายมาก” เสี่ยงต่อร่างกายรุนเเรง
เเดดไม่เบาลงเลย! วันนี้(4 พ.ค.69) ดัชนีความร้อนเข้าข่าย “อันตรายมาก” ซึ่งเสี่ยงต่อร่างกายรุนเเรง


ตายๆร้อนขนาดนี้ ร่างเเหลกเเล้วเเม่เอ้ย!

วันนี้(4 พ.ค.69) อีจัน พามาเช็กความร้อนกันหน่อยดีกว่าค่ะ ไหนๆก็ไหนๆเข้าเดือน พ.ค.69 เเล้วเนี้ย ฝนก็เริ่มมาเเล้วเเต่ทำไมหน้าร้อนยังไม่หายไปอีกนะ ล่าสุดเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ออกมาเเจ้งข่าวว่าวันนี้ 4 พ.ค.69 ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) อยู่ในเกณฑ์ “อันตรายมาก”

เตือนภัยทุกคนค่ะ งดทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ทันทีค่ะ

อากาศอันตรายเข้าข่ายร้อนอันตรายมากมาติดต่อกัน 2-3 วันเเล้วค่ะ เเบบนี้น่ากลัวเเล้ว ถึงว่าทำไมเเค่เปิดประตูเเปปเดียว เหมือนวูบไปเลย

สำหรับค่าดัชนีความร้อนแบ่งได้เป็น 4 ระดับ ดังนี้

27.0 – 32.9 องศา อยู่ในช่วงเฝ้าระวัง ติดตามข่าวสารการเตือนภัยความร้อน กลุ่มเสี่ยง: ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ

33.0 – 41.9 องศา อยู่ในช่วงเตือนภัย ลดกิจกรรมกลางเเจ้ง ช่วง 11.00 -15.00 น. กลุ่มเสี่ยง: หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบเเพทย์

42.0 – 51.9 องศา อยู่ในช่วงอันตราย สังเกตอาการตัวเอง กลุ่มเสี่ยง: หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบเเพทย์

มากกว่าหรือเท่ากับ 52 องศา อยู่ในช่วงอันตรายมาก งดทำกิจกรรมกลางเเจ้งโดยเด็ดขาด กลุ่มเสี่ยง: หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบเเพทย์

ผลกระทบต่อสุขภาพ: คือ ผลกระทบที่เกิดจากการรับสัมผัสอุณหภูมิของอากาศที่สูงขึ้นเกินกว่าระดับที่ร่างกายรับได้อาจ ส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ผื่น บวมแดง ตะคริว รวมถึงกลุ่มที่จะเสี่ยงมากที่สุดก็คือ เด็กเล็ก (0-5 ปี) ผู้สูงอายุ (ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป) หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยหรือ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งเจ้งเป็นเวลานาน ผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง และนักท่องเที่ยว

เช็กร่างกายของตัวเองด้วยนะคะ หน้าร้อนอันตรายเเละน่ากลัวมาก เพราะช็อกได้เลยถ้าร่างกายเราไม่ทนหรือไม่ได้รับเเดดจัดๆได้มากขนาดนั้น
cr. อีจัน

ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/1ApDi1vDen/



“เอกนัฏ” รมว.พลังงาน เร่งปฏิรูปพลังงาน ดันแลนด์บริดจ์–คลังน้ำมันชาติ ลดเสี่ยงวิกฤตโลก ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางพลังงานภูมิภาค

 “เอกนัฏ” รมว.พลังงาน เร่งปฏิรูปพลังงาน ดันแลนด์บริดจ์–คลังน้ำมันชาติ ลดเสี่ยงวิกฤตโลก ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางพลังงานภูมิภาค



“เอกนัฏ” รมว.พลังงาน เร่งปฏิรูปพลังงาน ดันแลนด์บริดจ์–คลังน้ำมันชาติ ลดเสี่ยงวิกฤตโลก ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางพลังงานภูมิภาค
“เอกนัฏ” ดันแลนด์บริดจ์–คลังน้ำมันยุทธศาสตร์ ปรับโครงสร้างพลังงานประเทศ
“เอกนัฏ” รมว.พลังงาน เร่งปฏิรูปพลังงาน ดันแลนด์บริดจ์–คลังน้ำมันชาติ ลดเสี่ยงวิกฤตโลก ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางพลังงานภูมิภาค

วันที่ 4 เมษายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยทิศทางการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยระบุว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการ “ปรับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่” เพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ดึงดูดการลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในภูมิภาค

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานระบุว่า โครงการ “แลนด์บริดจ์” จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน โดยไม่ได้จำกัดแค่โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม แต่จะพัฒนาโครงสร้างพลังงานควบคู่กัน ทั้งการสร้างคลังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ (Tank Farm) และระบบท่อขนส่งน้ำมันเชื่อมสองฝั่งมหาสมุทร


นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังมีเป้าหมายผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางซื้อขายน้ำมันแห่งใหม่ในภูมิภาค แทนการพึ่งพาตลาดสิงคโปร์ โดยดึงดูดประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางให้นำน้ำมันดิบมาฝากเก็บและทำการซื้อขายในไทย

พร้อมกันนี้ ยังมองว่าแลนด์บริดจ์จะช่วยลดความเสี่ยงจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก หากเกิดการปิดเส้นทาง ไทยจะมีโอกาสสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ และมีน้ำมันใช้ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

อีกประเด็นสำคัญคือ การผลักดันให้ไทยมี “ระบบสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (SPR)” อย่างจริงจัง จากเดิมที่ให้ภาคเอกชนรับภาระสำรองน้ำมันตามกฎหมาย โดยเสนอให้รัฐหรือความร่วมมือระดับรัฐต่อรัฐ (G2G) เข้ามาดำเนินการ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน

นายเอกนัฏยังเชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพของไทยที่มีโรงกลั่นน้ำมัน 6 แห่ง และสามารถผลิตน้ำมันสำเร็จรูปได้เกินความต้องการ จะทำให้ไทยมีความพร้อมรับมือวิกฤตพลังงานโลก และอาจก้าวสู่สถานะ “Last Man Standing” หรือประเทศที่ยังมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ

ขณะเดียวกัน ยังมีแนวคิดปรับโครงสร้างราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นใหม่ โดยไม่อิงราคาสิงคโปร์ทั้งหมด เนื่องจากไทยมีศักยภาพการกลั่นเอง รวมถึงการเร่งส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อป เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG ที่มีความผันผวนและกระทบค่าไฟฟ้า

“เราต้องเร่งปรับตัวในช่วงที่ยังมีโอกาส เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด้านพลังงาน หากดำเนินการได้สำเร็จ จะเป็นความแข็งแกร่งที่ประเทศสามารถภาคภูมิใจได้ในอนาคต” นายเอกนัฏ กล่าวทิ้งท้าย
cr. อีจัน



รวมแนวข้อสอบท้องถิ่น

 รวมแนวข้อสอบท้องถิ่น แนวข้อสอบนักบริหาร-เลื่อนระดับ แนวข้อสอบความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ3(เหตุการณ์ปัจจุบัน)  whatshot event  25 พฤษภา...