ตรวจฎีกาแบบ 3 มิติ เทคนิคการตรวจฎีกาเบิกจ่ายเงินโครงการจัดงานประเพณีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
รวบรวมโพสโดย ประพันธ์ เวารัมย์ ยูทูบ https://www.youtube.com/@prapunwaoram2523
ตรวจฎีกาแบบ 3 มิติ เทคนิคการตรวจฎีกาเบิกจ่ายเงินโครงการจัดงานประเพณีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
ระวัง! กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับเฝ้าระวัง “ไวรัสฮันตา” ประกาศเป็น “โรคติดต่ออันตราย” ลำดับที่ 14 ชี้ แม้แพร่ยาก แต่อันตรายสูง กักตัวผู้เสี่ยงสูง 42 วัน
สธ. ประกาศ! “ไวรัสฮันตา” เป็นโรคติดต่ออันตราย กักตัวผู้เสี่ยงสูง 42 วัน
ระวัง! กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับเฝ้าระวัง “ไวรัสฮันตา” ประกาศเป็น “โรคติดต่ออันตราย” ลำดับที่ 14 ชี้ แม้แพร่ยาก แต่อันตรายสูง กักตัวผู้เสี่ยงสูง 42 วัน
คุมเข้ม! “ไวรัสฮันตา”
ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับเฝ้าระวัง ประกาศเป็น “โรคติดต่ออันตราย” ลำดับที่ 14
วันนี้ (15 พ.ค.69) ที่กรมควบคุมโรค นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2569
โดย นพ.สมฤกษ์กล่าวว่า หลังจากการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่มีมติให้กรมควบคุมโรคดำเนินการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เพื่อรองรับการดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคตามกฎหมายได้อย่างเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงและทันต่อสถานการณ์
ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 มีการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญพิจารณากำหนดโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตราย ซึ่งได้มีมติเห็นควรให้กำหนดเป็นโรคติดต่ออันตราย เนื่องจากเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง สามารถแพร่ผ่านละอองฝอยทางเดินหายใจ บางชนิดแพร่จากคนสู่คนได้ และเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความกังวล โดยให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มอาการทางระบบทางเดินหายใจ (Hantavirus Pulmonary Syndrome) และกลุ่มอาการทางไต (Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome)
นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่…) พ.ศ. … (กรณีโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา) ซึ่งจะเพิ่มโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 เพื่อให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อมีอำนาจตามกฎหมาย
ในการสอบสวนโรค การดำเนินการหรือออกคำสั่ง เช่น การแยกกักหรือกักกัน เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดชื่อและอาการสำคัญ ดังนี้ “(14) โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus Disease) มีอาการไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย และอาจมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือถ่ายเหลวในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการไอ หายใจลำบาก มีภาวะปอดอักเสบ มีของเหลวคั่งในปอด มีภาวะช็อก ความดันโลหิตต่ำ มีอาการเลือดออกจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไตวายเฉียบพลัน มีอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว และอาจถึงขั้นเสียชีวิต”
“เกณฑ์ทางคลินิกของโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา คือ ผู้ที่มีไข้มากกว่า 38 องศาเซลเซียส และมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือถ่ายเหลว ร่วมกับตรวจพบความผิดปกติอย่างน้อย 1 ข้อ แบ่งเป็นกลุ่มอาการไข้เลือดออกร่วมกับกลุ่มอาการทางไต (HFRS) ได้แก่ มีเลือดออกผิดปกติ ความดันโลหิตต่ำ หรือภาวะไตวายเฉียบพลัน หรือกลุ่มอาการทางเดินหายใจจากไวรัสฮันตา (HPS) ซึ่งเมื่อพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคจะต้องรายงานภายใน 3 ชั่วโมง และลงสอบสวนภายใน 12 ชั่วโมงหลังพบเหตุสงสัยในทุกระดับ ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจะมีมาตรการกักตัว 42 วันนับจากวันสัมผัสผู้ป่วยเข้าข่าย/ผู้ป่วยยืนยัน หากมีอาการให้ทำเสมือนผู้ป่วยสงสัยที่ต้องแยกกักและตรวจหาเชื้อ” นพ.สมฤกษ์กล่าว
สำหรับการยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค ดำเนินการ ดังนี้
1. การเฝ้าระวัง เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง ณ ช่องทางเข้าออกประเทศ โดยกรมควบคุมโรค จะกำหนดนิยามผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) และวางแนวทางสอบสวนโรคทันที หากพบผู้ป่วยสงสัยในประเทศ รวมถึงกำหนดมาตรการ กักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูง (High-risk contacts) เป็นเวลา 42 วัน นับจากวันที่สัมผัสผู้ป่วยครั้งสุดท้าย โดยมีเจ้าหน้าที่ติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
2. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ พัฒนาระบบห้องปฏิบัติการ โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ วางแนวทางเก็บและส่งตรวจตัวอย่าง เพื่อตรวจยืนยันและแยกเชื้อได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ
3. การรักษาพยาบาล กรมการแพทย์ จัดทำแนวทางเวชปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วย พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันการติดเชื้อภายในสถานพยาบาลทุกแห่ง
4. กลไกระดับพื้นที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลทั่วประเทศ ดำเนินการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดย กำหนดให้หน่วยบริการที่พบผู้ป่วยสงสัย ต้องรายงานข้อมูลภายใน 3 ชั่วโมง พร้อมทั้งทบทวนแนวทางการรักษา และสื่อสารความเสี่ยงให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบทันที
“ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในระบบเฝ้าระวังของกระทรวงสาธารณสุข และขอความร่วมมือหากพบผู้ที่มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะหรือเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง และมีอาการไข้สูง หายใจลำบาก ให้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางทันที เพื่อการวินิจฉัยที่รวดเร็วและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค” นพ.สมฤกษ์กล่าว
cr. อีจัน
หลายคนยังเข้าใจผิด ขับรถหน้าฝนแบบนี้ 'ปุ่มรถลื่น' บนหน้าปัดรถ ตกลงมันต้องกดเปิด หรือกดปิด? ทำไมบางทีมีไฟโชว์บนหน้าปัด? �
ฝนตกถนนลื่น ปุ่มรูปรถลื่น คืออะไร ควรเปิดหรือปิด? รู้ไว้ก่อนเกิดอุบัติเหตุ
ไขข้อข้องใจ! ปุ่มรูปรถลื่น (ESC/VSC/VSA) ในรถยนต์คืออะไร ฝนตกแบบนี้ควรเปิดหรือปิด?
ลูกเพจอีจันทุกคนครับ ช่วงนี้ฝนตกหนักแทบทุกวัน และประเทศไทยก็เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว ถนนนี่ลื่นปรู๊ดปร๊าดเลยใช่มั้ยครับ สำหรับคนที่ใช้รถทุกวันช่วงนี้สังเกตกันไหม ในรถเรามันจะมีปุ่ม ๆ หนึ่ง หน้าตาเป็นรูปรถ แล้วก็มีรอยยึกยือ ๆ เหมือนรถกำลังลื่นไถล แถมมีคำว่า OFF อยู่ข้างใต้ หลายคนเรียกมันว่า ปุ่มรถลื่น คำถามคือหน้าฝนแบบนี้ เราควรจะไปกดมันมั้ย? บางคนบอก เห้ย ถนนลื่น ก็ต้องกดปุ่มรถลื่นสิ หยุดก่อนครับทุกคน ถ้าไม่อยากตุยตู๋ลิ่วล้อขอเบรกเอี๊ยดตรงนี้เลย ความเข้าใจผิดนี้อาจทำให้คุณงานเข้าได้เลยนะครับ
ปุ่มที่ว่านี้ มันคือปุ่มที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ ระบบควบคุมการทรงตัว ซึ่งแต่ละค่ายรถเค้าก็จะเรียกชื่อเท่ ๆ ต่างกันไปครับ ไม่ว่าจะเป็น ESC, VSC หรือ VSA หน้าที่ของมันคือพระเอกขี่ม้าขาวชัด ๆ มันช่วยควบคุมรถไม่ให้เสียอาการเวลาที่เราเจอสถานการณ์คับขัน เช่น หักหลบกะทันหัน หรือขับไปเจอน้ำขังจนรถเหินน้ำ มันจะสั่งเบรกไปที่ล้อแต่ละข้างแบบอัตโนมัติ เพื่อดึงรถกลับมาอยู่ในทิศทางที่เราต้องการครับ
แล้วทำไมปุ่มมันถึงมีคำว่า OFF? จำไว้ให้ขึ้นใจเลยว่าระบบนี้มันเปิดทำงานอัตโนมัติทุกครั้งที่เราสตาร์ทรถอยู่แล้ว ไอ้ปุ่มที่เราเห็นเนี่ย เค้ามีไว้เพื่อปิดมันต่างหากล่ะครับ เพราะฉะนั้น ในการขับขี่ปกติ โดยเฉพาะหน้าฝนถนนลื่น ๆ ‘ห้าม-กด-ปิด-เด็ด-ขาด’ นะครับ ปล่อยมันไว้อย่างนั้นแหละ ให้มันคอยเป็นบอดี้การ์ดดูแลเรา
หลายคนสงสัย แล้วเขาจะทำปุ่มนี้ขึ้นมาทำไม? คืออย่างนี้ครับ เค้าเอาไว้ให้เรากดปิดในกรณีเฉพาะกิจเท่านั้น เช่น เวลารถเราโชคร้ายไปตกลงไปในหล่มโคลน หรือติดหล่มทรายลึก ๆ ถ้าเราไม่ปิดระบบนี้ ตัวระบบมันจะคิดว่ารถกำลังลื่นไถล มันก็จะไปตัดกำลังเครื่องยนต์ ทำให้ล้อไม่ยอมหมุน เราก็ขึ้นจากหล่มไม่ได้สักทีครับ ในกรณีแบบนี้แหละ เราถึงจะต้องเอื้อมมือไปกดปิดมัน (OFF) ชั่วคราว เพื่อให้ล้อหมุนฟรีได้เต็มที่และตะกุยรถขึ้นมานั่นเอง
สรุปง่าย ๆ นะครับขับรถทางดำ ถนนปกติ ฝนตกถนนลื่นปล่อยไว้ ห้ามกด แต่ถ้าเมื่อไหร่ไปลุยจนรถติดหล่ม ค่อยกดปิดนะครับ รู้แบบนี้แล้ว ก็อย่าลืมเช็กรถกันด้วยนะ หน้าฝนแบบนี้ เทคโนโลยีดีแค่ไหน ก็ไม่เท่าความไม่ประมาทนะครับ ขับขี่ปลอดภัยกันทุกคนนะครับ เป็นห่วง
cr. อีจัน
การวิ่งเล่นฟุตบอลไม่ให้ล้มง่าย เกิดจากการมีสมดุล (Balance) ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว และทักษะการทรงตัวที่ดี โดยมีแนวทางปฏิบัติและฝึกซ้อมดังนี้:
ตรวจฎีกาแบบ 3 มิติ เทคนิคการตรวจฎีกาเบิกจ่ายเงินโครงการจัดงานประเพณีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต้องยึดหลัก "ความโปร่งใส เอกสา...