ไม่สามารถยึดได้ เพราะ
เมื่อที่ดินถูกอุทิศเป็นสาธารณะแล้ว ถือว่า
พ้นจากกรรมสิทธิ์เอกชนจึงไม่สามารถนำไป
จำนอง
ขายทอดตลาด
บังคับคดี ได้
5. ใครเป็นผู้จ่ายค่ารังวัดตามหลักปกติ
ถือเป็น ภาระของเอกชนแต่เทศบาลสามารถ
ใช้งบประมาณจ่ายได้ ตามหนังสือ
มท 0808.2/ว1353ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569
ซึ่งกำหนดว่า "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเบิกจ่าย"
ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรังวัดที่ดินกรณีมีผู้อุทิศที่ดินให้แก่ อปท.
โดยเบิกจ่ายได้
เท่าที่จ่ายจริง
ตามความจำเป็น
อย่างประหยัด
6. ขั้นตอนที่เทศบาลควรดำเนินการ ① ตรวจสอบหลักฐานการอุทิศที่ดิน
เช่น
หนังสืออุทิศ
มติชุมชน
การใช้พื้นที่จริง ② แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพื้นที่
เพื่อตรวจสอบ
สภาพพื้นที่
แนวเขตที่อุทิศ③ เสนอผู้บริหารท้องถิ่นรับรอง
เพื่อรับรองว่า
เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์④ ยื่นคำร้องรังวัดต่อสำนักงานที่ดิน
เพื่อ
แบ่งเขตสาธารณะ
กำหนดแนวเขตเรื่อง ขอรังวัดแบ่งแยกที่ดินเพื่อกำหนดเขตสาธารณประโยชน์
เรียน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด……………… สาขา………………
ด้วยเทศบาล……………… ตั้งอยู่เลขที่………… ตำบล………… อำเภอ………… จังหวัด…………
ขอเรียนว่า ที่ดินตาม โฉนดเลขที่………… ตำบล………… อำเภอ………… จังหวัด………… ซึ่งเดิมเป็นกรรมสิทธิ์ของนาย/นาง……………… นั้น
ได้มีการ อุทิศที่ดินบางส่วนเพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์ของประชาชน ได้แก่……………………………… (เช่น ทางสาธารณะ / ที่ตั้งระบบประปาหมู่บ้าน) และประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันมาเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าว ยังมิได้ดำเนินการรังวัดแบ่งแยกเขตที่ดินให้ชัดเจน
เพื่อให้การดูแลรักษาและคุ้มครองที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย เทศบาล……………… จึงมีความประสงค์ขอให้สำนักงานที่ดินดำเนินการ
รังวัดแบ่งแยกพื้นที่ที่อุทิศเพื่อสาธารณประโยชน์
กำหนดแนวเขตและจัดทำแผนที่ที่ดินทั้งนี้ เทศบาล……………… ยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรังวัดตามระเบียบที่ทางราชการกำหนด
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ
ขอแสดงความนับถือ
(………………………………)
นายกเทศมนตรี………………
เลขที่ ……/……
สำนักงานเทศบาล………………
ตำบล………… อำเภอ…………
จังหวัด………………
วันที่ ………………………
เรื่อง แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
เรียน ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัด………………
อ้างถึง การบังคับคดี/การยึดทรัพย์ที่ดิน โฉนดเลขที่………… ตำบล………… อำเภอ………… จังหวัด………………
สิ่งที่ส่งมาด้วย
สำเนาหลักฐานการอุทิศที่ดิน
แผนที่แสดงพื้นที่ที่ใช้เป็นสาธารณประโยชน์
ด้วยเทศบาล……………… ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่ดินตามโฉนดเลขที่………… ตำบล………… อำเภอ………… จังหวัด………… ซึ่งปรากฏว่ามีการบังคับคดีและยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาดนั้น
เทศบาล……………… ขอเรียนว่า พื้นที่บางส่วนของที่ดินแปลงดังกล่าวได้มีการ อุทิศให้ใช้เป็นสาธารณประโยชน์ของประชาชน เพื่อใช้เป็น…………………… (เช่น ทางสาธารณะ / ที่ตั้งระบบประปาหมู่บ้าน) และประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันมาโดยต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 กำหนดว่า ทรัพย์สินที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ของประชาชนย่อมเป็น สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน และเมื่อเจ้าของที่ดินได้แสดงเจตนาอุทิศที่ดินให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์แล้ว ที่ดินดังกล่าวย่อมพ้นจากความเป็นทรัพย์สินของเอกชน และไม่อยู่ในบังคับแห่งการบังคับคดี
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้มีความเห็นว่า เมื่อประชาชนอุทิศที่ดินให้เป็นทางสาธารณประโยชน์แล้ว ที่ดินดังกล่าวย่อมตกเป็น สาธารณสมบัติของแผ่นดิน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ดูแลรักษาและคุ้มครองตาม ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ. 2553
ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน เทศบาล……………… จึงขอแจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าวมาเพื่อโปรดพิจารณา ยกเว้นพื้นที่ที่เป็นสาธารณประโยชน์ออกจากการบังคับคดีหรือการขายทอดตลาด
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ขอแสดงความนับถือ
(………………………………)
นายกเทศมนตรี………………
บันทึกข้อความ
ส่วนราชการ สำนักปลัดเทศบาล เทศบาล………………
ที่ …………………
วันที่ ………………………
เรื่อง รายงานข้อเท็จจริงและขอพิจารณาดำเนินการกรณีที่ดินซึ่งประชาชนอุทิศเพื่อสาธารณประโยชน์ถูกบังคับคดี
เรียน นายกเทศมนตรี………………
อ้างถึง หนังสือสำนักงานบังคับคดีจังหวัด………… ที่ …………… ลงวันที่ …………… เรื่อง การยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาด
สิ่งที่ส่งมาด้วย
สำเนาหนังสือสำนักงานบังคับคดี จำนวน 1 ฉบับ
สำเนาโฉนดที่ดินเลขที่ …………… จำนวน 1 ฉบับ
แผนที่แสดงพื้นที่ที่ใช้เป็นสาธารณประโยชน์ จำนวน 1 ฉบับ
1. ข้อเท็จจริง
ตามหนังสือสำนักงานบังคับคดีจังหวัด………… ที่ …………… ลงวันที่ …………… แจ้งว่ามีการยึดทรัพย์ที่ดินตาม โฉนดเลขที่ …………… ตำบล………… อำเภอ………… จังหวัด………… เพื่อดำเนินการขายทอดตลาดตามกระบวนการบังคับคดี
จากการตรวจสอบของเทศบาล……………… พบว่า ที่ดินบางส่วนในโฉนดดังกล่าวได้มีการอุทิศให้ใช้เป็นสาธารณประโยชน์ของประชาชน เพื่อใช้เป็น……………………………… (เช่น ทางสาธารณะ / ที่ตั้งระบบประปาหมู่บ้าน) และประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันมาเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าว ยังมิได้ดำเนินการรังวัดแบ่งแยกโฉนดให้เป็นที่สาธารณประโยชน์โดยชัดเจน
2. ข้อกฎหมาย
ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 กำหนดว่า
สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ได้แก่ทรัพย์สินที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ของประชาชนร่วมกัน
เมื่อเจ้าของที่ดินได้แสดงเจตนา อุทิศที่ดินเพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์แล้ว ที่ดินดังกล่าวย่อมตกเป็น สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน และไม่อยู่ในบังคับแห่งการบังคับคดี
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้มีความเห็นว่า เมื่อประชาชนอุทิศที่ดินเพื่อใช้เป็นทางสาธารณประโยชน์แล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ ดูแลรักษาและคุ้มครอง ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ. 2553
นอกจากนี้ ตามหนังสือ มท 0808.2/ว1353 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเบิกจ่าย ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรังวัดที่ดินกรณีมีผู้อุทิศที่ดินให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
3. ข้อพิจารณา
เพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะของประชาชนและให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย เห็นควรดำเนินการ ดังนี้
แจ้งสำนักงานบังคับคดีจังหวัด………… เพื่อทราบว่าที่ดินบางส่วนตามโฉนดเลขที่ …………… เป็น ที่ดินสาธารณประโยชน์ของประชาชน และขอให้พิจารณายกเว้นพื้นที่ดังกล่าวจากการบังคับคดี
ขอรังวัดแบ่งแยกพื้นที่สาธารณประโยชน์จากที่ดินตามโฉนดเลขที่ …………… ต่อสำนักงานที่ดินจังหวัด………… เพื่อกำหนดแนวเขตให้ชัดเจน
เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรังวัดที่ดินตามหนังสือ มท 0808.2/ว1353 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 25694. ข้อเสนอ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
เห็นชอบให้เทศบาล……………… ทำหนังสือแจ้งสำนักงานบังคับคดีจังหวัด………… เพื่อคุ้มครองพื้นที่สาธารณประโยชน์
เห็นชอบให้ดำเนินการยื่นคำร้องขอรังวัดแบ่งแยกพื้นที่สาธารณประโยชน์ต่อสำนักงานที่ดินจังหวัด…………
ลงชื่อ …………………………………
(…………………………………)
ตำแหน่ง นิติกร/เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
ความเห็นหัวหน้าสำนักปลัด
……………………………………
ลงชื่อ …………………………………
ความเห็นปลัดเทศบาล
……………………………………
ลงชื่อ …………………………………
คำสั่งนายกเทศมนตรี
เห็นชอบ
ไม่เห็นชอบลงชื่อ …………………………………
(…………………………………)
นายกเทศมนตรี………………
CR.