ปรับเป็นพินัย ตามข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ
เมื่อปรากฎเป็นหน้าที่ อำนาจเทศบาล ที่ต้องตราเทศบัญญัติ ...ประปา .โดยเทศบาลสามารถกำหนด ผู้ละเมิดเทศบัญญัติ มีโทษปรับไม่เกิน1,000 บาท ได้ ความในมาตรา 60 ว2 พ.ร.บ.เทศบาล 2496 ต่อมามีกฎหมาย พ.ร.บ. ปรับเป็นพินัย 2565 มีตารางท้ายตาราง1 ลำดับที่ 75 พ.ร.บ.เทศบาล 2496 มีผลใช้บังคับ 25 ต.ค. 2566 เป็นต้นมา ได้เปลี่ยนจาก อัตราโทษ ปรับ เป็นให้มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัย (ปรับเป็นพินัย)
ส่งผลให้เทศบัญญัติเดิมที่ตรากำหนดโทษ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ไว้ ถูกเปลี่ยนไป มีความผิดทางพินัยและต้องชำระค่าปรับเป็นพินัย ไม่เกินหนึ่งพันบาท กำหนดให้ นายก ปลัด รองปลัด หัวหน้าสำนักปลัด หัวหน้าฝ่ายงานนิติการ นิติกร ที่รับผิดชอบงานคดี ระดับชำนาญการขึ้นไป เป็นเจ้าหน้าที่ปรับเป็นพินัย ต้องดำเนินคดีพินัย กับผู้ที่ฝ่าฝืน เทศบัญญัติดังกล่าว
โดยมีขั้นตอนเบื้องต้น
1. มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เทศบาล แสวงหาข้อเท็จจริงเบื้องต้น (ไม่มีแบบตาม ระเบียบฯกำหนดไว้)
2. ไม่ตัดอำนาจบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ปรับเป็นพินัย จะแสวงหาข้อเท็จจริงให้หรือเพิ่มเติ่ม (ไม่มีแบบตาม ระเบียบฯกำหนดไว้)
3.หากยังครบองค์ประกอบที่ผิดพินัย ตามที่เทศบัญญัติตราไว้ อัตราโทษปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1หมื่นบาท อำนาจเจ้าหน้าที่พินัย นายเดียว ต้องแจ้งข้อกล่าวหา (มีแบบตาม ระเบียบฯกำหนดไว้)
4.ผู้ถูกกล่าวหาไม่ มาชี้แจ้ง ภายใน 30 วัน เจ้าหน้าที่ปรับเป็นพินัย ออกคำสั่งปรับเป็นพินัย (มีแบบตาม ระเบียบฯกำหนดไว้)
5.หากผู้ถูกกล่าวหา ไม่ชำระค่าปรับเป็นพินัย ต้องรวบรวมข้อเท็จจริง กฎหมาย เอกสารที่เกี่ยวข้อง ส่งพนักงานอัยการ ดำเนินการฟ้องตามเขตอำนาจศาลต่อไป
หมายเหตุ กรณีผู้ถูกกล่าวหา ยินยอมรับสารภาพ ยินยอมชำระค่าปรับ ไม่จำต้องเเจ้งข้อกล่าวหา ก่อนก็ได้
ดำรงค์ชัย ไชยมงคล นักกฎหมายท้องถิ่น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น