#ไม่ต่อสัญญาจ้างภารกิจและจ้างทั่วไป ไม่เห็นผิดอะไร!
.....การที่ อบต. ไม่ต่อสัญญาจ้างพนักงานจ้างเนื่องจากงบบุคลากรใกล้หรือเกิน 40% ถือเป็นมาตรการทางกฎหมายเพื่อควบคุมรายจ่ายตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรได้ไม่เกินร้อยละ 40 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี
สถานการณ์นี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการท้องถิ่น เนื่องจากผลพวงของการปรับฐานเงินเดือนข้าราชการและพนักงานจ้าง ส่งผลให้หลาย อปท. มีสัดส่วนเงินเดือนแตะกรอบบนจำต้องปรับลดจำนวนลูกจ้างลง
หากท่านหรือคนใกล้ชิดกำลังประสบปัญหานี้ มีข้อเท็จจริง สิทธิประโยชน์ และแนวทางที่ต้องทราบดังนี้
ต้องเป็นเหตุผลจริง: กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมี แนวทางการเยียวยาและตรวจสอบ โดย ก.อบต.จังหวัด จะต้องเข้าตรวจสอบว่า อบต. นั้นมีค่าใช้จ่ายบุคลากรใกล้เคียงหรือเกิน 40% จริงหรือไม่ และการประเมินผลงานเพื่อไม่ต่อสัญญาเป็นไปอย่างเป็นธรรมตามเนื้อผ้าหรือมีการแอบแฝงกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่
หากงบไม่เกินจริง แต่อ้างเหตุผลนี้: ตามแนวคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด (เช่น คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.167/2561) หากพิสูจน์ได้ว่าสัดส่วนงบบุคลากรของ อบต. ยังไม่เกิน 40% และพนักงานจ้างมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์ การไม่ต่อสัญญาจ้างโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรอาจถือเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ ซึ่งหน่วยงานอาจต้องชดใช้ค่าเสียหาย
เงินชดเชยการเลิกจ้าง: โดยทั่วไปการ "สิ้นสุดสัญญาตามกำหนดเวลา" ที่ระบุไว้ในสัญญาจ้างพนักงานจ้างของท้องถิ่น จะไม่ได้เงินชดเชยการเลิกจ้าง (ต่างจากกรณีถูกบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนด)
สิทธิประโยชน์จากประกันสังคม: ท่านสามารถยื่นเรื่องกรณี "ว่างงาน" กับสำนักงานประกันสังคมได้ภายใน 2 ปีนับแต่วันที่ว่างงาน (แนะนำให้รีบยื่นภายใน 30 วันเพื่อรับเงินงวดแรกเร็วขึ้น) โดยจะได้รับเงินทดแทนในกรณีสิ้นสุดสัญญาจ้าง/ลาออก ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้าง (ฐานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) เป็นเวลาไม่เกิน 90 วันต่อปีปฏิทิน
เปลี่ยนรูปแบบเป็น "จ้างเหมาบริการ": อบต. หลายแห่งหลีกเลี่ยงกรอบ 40% โดยการไม่ต่อสัญญาพนักงานจ้าง (ภารกิจ/ทั่วไป) แล้วเปลี่ยนไปใช้การจัดซื้อจัดจ้างจ้างทำของหรือ "จ้างเหมาบริการ" (TOR) แทน เนื่องจากงบส่วนนี้จะถูกคิดในหมวดค่าใช้สอย ไม่ใช่งบบุคลากร แต่ข้อเสียคือผู้รับจ้างจะไม่มีสิทธิประโยชน์ทางระบบราชการและไม่ได้ประกันสังคมมาตรา 33
ลดระยะเวลาสัญญา: ปรับจากสัญญาพนักงานจ้างตามภารกิจคราวละ 4 ปี เป็นสัญญาคราวละ 1 ปี เพื่อความยืดหยุ่นในการบริหารงบประมาณของท้องถิ่น
หากกรณีของท่านที่เป็นพนักงานจ้างตามภารกิจและมีผลการประเมิน "ผ่านเกณฑ์ปกติ" แต่ อบต. ไม่ต่อสัญญาโดยอ้างเหตุผลเรื่องงบบุคลากรใกล้ถึง 40% ถือเป็นกรณีที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากข้อจำกัดทางกฎหมายบริหารงานบุคคลท้องถิ่น
แม้ว่า อบต. จะมีอำนาจในการดุลยพินิจไม่ต่อสัญญาเพื่อควบคุมงบประมาณ แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้หลักความจำเป็นและเป็นธรรม
ในฐานะที่ท่านผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงาน ท่านมีแนวทางรักษาสิทธิ์และสิทธิประโยชน์ที่ควรรู้ดังนี้ค่ะ
ตรวจสอบความโปร่งใสของงบประมาณ
อบต. ต้องพิสูจน์ได้จริงว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านบุคคล (ตามมาตรา 35 พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542) กำลังจะเกินหรือเกิน 40% จริงๆ ในปีงบประมาณถัดไป
หากงบประมาณจริงไม่ได้วิกฤต หรือมีการเลือกปฏิบัติ (เช่น ไม่ต่อสัญญาท่านแต่ไปต่อสัญญาให้คนอื่นที่ได้คะแนนประเมินต่ำกว่า) จะถือเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ
การร้องทุกข์ต่อ ก.อบต.จังหวัด
ท่านสามารถยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ คณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัด (ก.อบต.จังหวัด) ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งไม่ต่อสัญญา เพื่อขอให้ตรวจสอบกระบวนการและเหตุผลของ อบต. ว่าเป็นธรรมและเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่
การฟ้องศาลปกครอง
หาก ก.อบต.จังหวัด มีคำวินิจฉัยแล้วท่านยังไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือเห็นว่าคำสั่งไม่ต่อสัญญานั้นมิชอบด้วยกฎหมาย ท่านมีสิทธิ์ยื่นฟ้องต่อ ศาลปกครอง เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งไม่ต่อสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหาย/ค่าขาดประโยชน์จากการทำงานได้ (มักใช้แนวทางคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่พิจารณาเรื่องการใช้ดุลยพินิจที่ไม่เป็นธรรมเป็นหลักบรรทัดฐาน)
เนื่องจากพนักงานจ้างตามภารกิจจะมีการหักเงินสมทบประกันสังคม (มาตรา 33) อยู่แล้ว เมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้างท่านจะได้รับสิทธิ์เยียวยาดังนี้....
สิทธิ์ที่จะได้รับ: เงินทดแทนในกรณีว่างงานอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้าง (คำนวณจากฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท แปลว่าได้สูงสุดเดือนละ 4,500 บาท) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วันภายใน 1 ปีปฏิทิน
เงื่อนไขสำคัญ: ท่านต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน
สิ่งที่ต้องทำทันที: ให้รีบไปขึ้นทะเบียนว่างงานและรายงานตัวผ่านระบบออนไลน์ของ กรมการจัดหางาน (สำนักงานประกันสังคม) ภายใน 30 วัน นับจากวันที่สิ้นสุดสัญญาจ้างเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ในการรับเงินงวดแรก
ขอหนังสือรับรองการทำงานและผลประเมิน: ควรขอคัดสำเนาใบประเมินผลการปฏิบัติงานรอบล่าสุดที่ระบุว่า "ผ่านเกณฑ์" และขอหนังสือรับรองการทำงานจาก อบต. เก็บไว้เป็นหลักฐานสำคัญในการสมัครงานใหม่หรือใช้ในการใช้สิทธิ์เยียวยา
สอบถามตำแหน่ง "จ้างเหมาบริการ" (TOR) : ในหลายพื้นที่ อบต. ที่งบบุคลากรเต็ม มักจะโยกย้ายตำแหน่งงานสำคัญมาอยู่ในรูปแบบสัญญาจ้างเหมาบริการแทน หากท่านยังประสงค์จะทำงานที่เดิม ลองสอบถามกองเจ้าหน้าที่หรือผู้บังคับบัญชาว่ามีนโยบายเปิดจ้างเหมาในภารกิจเดิมของท่านเพื่อแก้ปัญหากรอบงบประมาณนี้หรือไม่
สำหรับกรณี การที่ อบต. ออกหนังสือแจ้งเตือนไม่ต่อสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ถือเป็น "จุดสตาร์ท" ของกำหนดเวลาทางกฎหมาย (Timeline) ที่ท่านต้องบริหารจัดการสิทธิ์ของตนเองทันที เนื่องจากหนังสือฉบับนี้คือเอกสารคำสั่งทางปกครองอย่างเป็นทางการ
เพื่อรักษาสิทธิ์ของท่านให้ได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งในแง่ของเงินเยียวยาและช่องทางต่อสู้ทางกฎหมาย ขอให้แบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ขั้นตอนเร่งด่วนดังนี้ค่ะ
1.
เก็บหลักฐานและเอกสารสำคัญทันที (ห้ามพลาด)
หนังสือแจ้งเตือนไม่ต่อสัญญา: ให้ถ่ายรูปหรือคัดสำเนาเก็บไว้หลายๆ ชุด (ดูวันที่ในหนังสือให้ชัดเจน เพราะจะถูกนำมาคำนวณเวลาร้องเรียน)
แบบประเมินผลการปฏิบัติงานรอบล่าสุด: ขอคัดสำเนาหน้าที่ระบุว่าท่าน "ผ่านเกณฑ์ปกติ" หรือได้คะแนนระดับดี/ดีมาก พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้องโดยเจ้าหน้าที่กองเจ้าหน้าที่/สำนักปลัด
หนังสือรับรองการทำงาน: ขอให้ออกให้ก่อนสัญญาสิ้นสุดลง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการสมัครงานและยื่นประกันสังคม
2.
ขั้นตอนรับเงินเยียวยาว่างงาน (ประกันสังคม)
กำหนดเวลา: ต้องไปขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานที่ ระบบบริการออนไลน์กรมการจัดหางาน ภายใน 30 วัน นับจากวันที่สัญญาจ้างสิ้นสุดลง
สิทธิ์ที่ได้: ท่านจะได้รับเงินชดเชยอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้าง (สูงสุดไม่เกิน 4,500 บาท/เดือน) นาน 90 วัน
ข้อควรระวัง: ในระบบห้ามเลือกช่อง "ลาออกเอง" เด็ดขาด ให้ระบุว่า "หมดสัญญาจ้าง/เลิกจ้าง" และแนบหนังสือไม่ต่อสัญญาที่ได้มาเป็นหลักฐาน
3.
แนวทางการต่อสู้รักษาสิทธิ์ (หากพบข้อพิรุธ)
จากแนวคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด (เช่น คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.593/2561 และ อ.167/2561 ได้วางบรรทัดฐานไว้ว่า)
* การที่ภารกิจหรืองานนั้นยังมีอยู่ และท่านมีผลประเมินในระดับ "ดี" ขึ้นไป อปท. ต้องต่อสัญญาจ้าง เว้นแต่จะมีเหตุผลความจำเป็นด้านงบประมาณที่แท้จริง
จุดสังเกต: ให้ท่านลองตรวจสอบดูว่า ในกองหรือสำนักเดียวกัน มีพนักงานจ้างคนอื่นที่ผลประเมิน "ต่ำกว่าท่าน" แต่ได้รับการต่อสัญญาจ้างหรือไม่? หรือ อบต. แอบไปตั้งงบประมาณจ้างบุคคลภายนอก (จ้างเหมาบริการ TOR) มาทำหน้าที่แทนท่านทันทีหรือไม่?
ช่องทางโต้แย้ง: หากพบว่ามีการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมหรือเลือกปฏิบัติ ท่านสามารถนำหนังสือแจ้งเตือนนี้ไปยื่น อุทธรณ์/ร้องทุกข์ ต่อ ก.อบต.จังหวัด ภายใน 30 วัน หรือสามารถยื่นฟ้องต่อ ศาลปกครอง เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งและเรียกร้องค่าเสียหายจากการใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบได้ (คดีสัญญาทางปกครองมีอายุความฟ้องร้องภายใน 5 ปี
cr.


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น