วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569

🇺🇸 #ทรัมป์จัดหนัก! บีบ 7 บิ๊กเทคเซ็นดีลประวัติศาสตร์ "ห้ามแย่งไฟชาวบ้านรัน AI" ใครอยากรวยต้องควักเนื้อสร้างโรงไฟฟ้าเอง!

 



🇺🇸 #ทรัมป์จัดหนัก! บีบ 7 บิ๊กเทคเซ็นดีลประวัติศาสตร์ "ห้ามแย่งไฟชาวบ้านรัน AI" ใครอยากรวยต้องควักเนื้อสร้างโรงไฟฟ้าเอง!
เมื่อคืนวันที่ 4 มีนาคม 2026 (ตามเวลาสหรัฐฯ) เกิดเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนวงการพลังงานโลกครับ เมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกตัวแทนระดับบิ๊กจาก Google, Microsoft, Meta, Oracle, Amazon, OpenAI และ xAI (ของอีลอน มัสก์) มานั่งล้อมวงเซ็นข้อตกลงที่ชื่อว่า "Ratepayer Protection Pledge"
สรุปเนื้อหาแบบเนื้อๆ เน้นๆ ที่ผมวิเคราะห์มาให้ มีดังนี้ครับ:
1. "ห้ามเกาะชาวบ้านกิน" – เลิกหารค่าไฟลงบิลประชาชน
ปกติเวลาบิ๊กเทคสร้าง Data Center ขนาดใหญ่ มันกินไฟมหาศาลครับ จนทำให้การไฟฟ้าต้องอัปเกรดระบบ และค่าใช้จ่ายพวกนี้มักจะถูกหารเฉลี่ยมาลงที่ "บิลค่าไฟ" ของชาวบ้าน ทรัมป์บอกเลยว่า "จบแค่นี้" ต่อไปนี้บิ๊กเทคต้องจ่ายค่าโครงสร้างพื้นฐานและสายส่งเอง 100% ห้ามผลักภาระให้คนอเมริกันจ่ายแม้แต่เซนต์เดียว!
2. กฎเหล็ก 3 ทางเลือก: "Build, Bring, or Buy"
ทรัมป์ยื่นคำขาดว่า ถ้าคุณอยากจะรัน AI ให้ฉลาดระดับโลก คุณต้องจัดการเรื่องพลังงานเองด้วย 3 วิธี:
Build: สร้างโรงไฟฟ้าของตัวเองไปเลย (นิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือโซลาร์ก็ว่าไป)
Bring: หาแหล่งพลังงานใหม่มาเติมเข้าเข้าระบบเอง
Buy: ซื้อพลังงานสะอาดมาเติมเพื่อชดเชยส่วนที่ใช้ไป
สรุปสั้นๆ คือ "มึงใช้ มึงต้องหามาเอง อย่ามาแย่งของส่วนรวม"
3. อีลอน มัสก์ (xAI) โชว์เหนือ – สร้างโรงไฟฟ้าเลี้ยงเมืองได้ทั้งเมือง
ในงานนี้ xAI ของอีลอน มัสก์ ประกาศโปรเจกต์ยักษ์ที่เมมฟิส จะสร้างแหล่งพลังงานสำรองขนาด 1.2 กิกะวัตต์ (GW) ซึ่งใหญ่พอจะจ่ายไฟให้คนทั้งเมืองได้สบายๆ เพื่อให้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ "Colossus" รัน AI ได้โดยไม่ไปดึงไฟจากบ้านคนปกติแม้แต่นิดเดียว
4. พลังงาน "ฟรี" ของแถมให้ชุมชน
ทรัมป์วางหมากไว้เท่มากครับ คือถ้าบิ๊กเทคสร้างโรงไฟฟ้าหรืออัปเกรดสายส่งเอง แล้วมีพลังงานเหลือ หรือในยามฉุกเฉิน พลังงานเหล่านี้จะถูกปล่อยกลับเข้าสู่ระบบสาธารณะทันที กลายเป็นว่าชาวบ้านจะได้ใช้ไฟที่มีเสถียรภาพมากขึ้น แถมราคาอาจถูกลงเพราะบิ๊กเทคมาช่วยขยายโครงข่ายให้ฟรีๆ
5. ขู่ "อิหร่าน" กลางวง AI (สไตล์ทรัมป์)
ระหว่างคุยเรื่องเทคโนโลยี ทรัมป์ก็ยังไม่ทิ้งลาย แวะไปแซะอิหร่านว่า กองทัพสหรัฐฯ พร้อมปกป้องความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ใครคิดจะมาข่มขู่หรือทำให้ราคาพลังงานโลกปั่นป่วน เตรียมตัวเจอดี
🎙️ มุมมองแมนๆ จากผม:
ผมมองว่านี่คือการ "ดัดหลังบิ๊กเทค" ที่ฉลาดมากครับ ทรัมป์รู้ดีว่าสหรัฐฯ ต้องชนะสงคราม AI กับจีน แต่เขาก็รู้ว่าถ้าค่าไฟบ้านคนพุ่งสูงขึ้น คะแนนเสียงเขาร่วงแน่ๆ การบังคับให้บริษัทที่มีกำไรมหาศาลอย่าง Google หรือ Amazon มาควักกระเป๋าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประเทศเอง จึงเป็นดีลแบบ Win-Win ครับ
สิ่งที่น่าคิดต่อสำหรับพวกเรา:
ถ้าประเทศไทยเรามี Data Center เข้ามาลงทุนเยอะๆ แบบนี้บ้าง รัฐบาลเราจะกล้า "บีบ" บิ๊กเทคให้มาช่วยจ่ายค่าไฟหรือสร้างโรงไฟฟ้าให้คนไทยใช้บ้างไหม? หรือเราจะต้องเป็นคนแบกรับค่าไฟที่แพงขึ้นเพื่อให้ AI ของเขารันได้ลื่นๆ?
"สรุปคือ ทรัมป์สั่งบิ๊กเทคว่า: อยากรวยจาก AI ก็เรื่องของคุณ แต่ห้ามมาเบียดเบียนไฟบ้านคนจนเด็ดขาด!"
#ข้อมูลชุดนี้ผมไปขุด "ไส้ใน" มาให้แบบเน้นๆ เพราะดีล Ratepayer Protection Pledge ของทรัมป์ครั้งนี้ มันกำลังเปลี่ยนกลุ่มบริษัทพลังงานจากหุ้นปันผลน่าเบื่อๆ ให้กลายเป็น "หุ้น Growth สายซิ่ง" แข่งกับพวกบิ๊กเทคไปเรียบร้อยแล้ว
นี่คือ 3 กลุ่มหุ้นที่ซ่อนอยู่ในดีลนี้ และรายชื่อตัวท็อปที่พี่ต้องจับตาในห้อง VIP ครับ:
1. กลุ่ม "โรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด & นิวเคลียร์" (The Nuclear Revival)
ในเมื่อทรัมป์สั่งให้ Build (สร้างเอง) บิ๊กเทคเลยหันไปซบ "นิวเคลียร์" เพราะมันจ่ายไฟนิ่งและมหาศาลที่สุดสำหรับ AI ครับ
Constellation Energy (CEG): ตัวนี้คือพระเอกเลยครับ เพราะเพิ่งเซ็นสัญญาประวัติศาสตร์ปลุกชีพโรงไฟฟ้า Three Mile Island เพื่อจ่ายไฟให้ Microsoft โดยเฉพาะ ราคาหุ้นวิ่งอย่างกับหุ้นเทคฯ เลยช่วงนี้
Vistra Corp (VST): เจ้าพ่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ที่ได้อานิสงส์เต็มๆ จากความต้องการไฟแบบ 24/7 ของ Data Center
GE Vernova (GEV): แยกตัวออกมาจาก GE เพื่อทำธุรกิจพลังงานโดยเฉพาะ เด่นเรื่องเทคโนโลยีกังหันก๊าซและโซลูชันนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ที่บิ๊กเทคกำลังจ้องจะซื้อไปติดตั้งเอง
2. กลุ่ม "อุปกรณ์ไฟฟ้า & สายส่ง" (The Super Cycle)
ดีลนี้บังคับให้เทคฯ จ่ายค่าอัปเกรดระบบเอง 100% แปลว่าเงินมหาศาลจะไหลเข้าบริษัทขายอุปกรณ์พวก หม้อแปลง, สายไฟ และระบบสำรองไฟครับ
Eaton (ETN): ยักษ์ใหญ่ด้านระบบจัดการไฟฟ้า ใครจะสร้าง Data Center ต้องเดินไปหา Eaton เพื่อซื้อตู้ไฟและระบบควบคุมครับ
Vertiv (VRT): ตัวนี้ "สายตรง AI" เลยครับ ทำระบบระบายความร้อน (Cooling) และระบบสำรองไฟ (UPS) ให้ Data Center โดยเฉพาะ ยิ่ง AI กินไฟดุ เครื่องยิ่งร้อน Vertiv ยิ่งขายดี
Schneider Electric (SBGSY): คู่แข่ง Eaton ที่เด่นเรื่อง Digital Transformation ในโรงไฟฟ้า
3. กลุ่ม "พลังงานทางเลือก & ไฮโดรเจน" (The On-site Power)
สำหรับบริษัทที่ไม่อยากรอคิวการไฟฟ้า (ซึ่งนานเป็นปี) พวกเขาจะซื้อเครื่องปั่นไฟมาตั้งเองในที่ดินตัวเองเลยครับ
Bloom Energy (BE): ทำ Fuel Cell (เซลล์เชื้อเพลิง) ที่เปลี่ยนก๊าซเป็นไฟฟ้าได้โดยไม่ต้องผ่านสายส่งกลาง เหมาะมากกับกลยุทธ์ "Build" ของทรัมป์ เพราะติดตั้งปุ๊บ ได้ไฟปั๊บ
Tesla (TSLA): อย่ามองแค่รถยนต์ครับ ฝั่ง Megapack (แบตเตอรี่สำรองไฟขนาดใหญ่) คือหัวใจของดีลนี้ เพราะบิ๊กเทคต้องใช้เก็บไฟสำรองเพื่อป้องกันไฟกระชากให้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์
💡 วิเคราะห์ลายแทง (Insider View):
พี่สังเกตไหมครับว่า NVIDIA (NVDA) จะเริ่มไม่ได้โตแค่ตัวเดียวแล้ว แต่เงินจะไหลไปหาบริษัทที่ "ประคอง" ให้ชิป NVIDIA ทำงานได้ (คือพวกไฟและระบบระบายความร้อน)
หุ้นกลุ่ม Utilities (สาธารณูปโภค) ในปี 2026 จะไม่ได้เล่นเพื่อเอาปันผล 3-4% อีกต่อไป แต่คนจะเล่นเพราะ "กำไรโตกระโดด" (Capital Gain) จากเม็ดเงินบิ๊กเทคที่ทรัมป์บีบให้ควักออกมาจ่ายครับ
"สรุปสั้นๆ: บิ๊กเทคโดนบังคับจ่ายเงิน... และคนที่ได้รับเงินก้อนนั้น คือบริษัทพลังงานเหล่านี้ครับ!"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ระเบียบวาระการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกันทรารมย์ ครั้งแรก วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกันทรารมย์

ระเบียบวาระการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกันทรารมย์ ครั้งแรก  วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.30 น.  ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส...