วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569

อำนาจและหน้าที่....การรับผิดทางละเมิดเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินสะสม

 


อำนาจและหน้าที่....การรับผิดทางละเมิดเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินสะสม

การใช้จ่ายเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยปกติต้องได้รับอนุมัติจากสภาท้องถิ่น ภายใต้เงื่อนไขข้อ 89 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงินการเบิกจ่ายเงินการฝากเงินการเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2547 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้ายการรับเงินการเบิกจ่ายเงินการฝากเงินการเก็บรักษาเงินและการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 เว้นแต่......ในกรณีฉุกเฉินท่ีมีสาธารณภัยเกิดข้ึน ซึ่งข้อ 91 ของระเบียบฉบับดังกล่าวได้กำหนดว่าให้ผู้บริหารท้องถิ่นอนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมได้ตามความจำเป็นในขณะนั้น โดยให้คำนึงถึงฐานะการเงินการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น

.....อย่างไรก็ดี หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าคณะผู้บริหารซึ่งมีนายกองค์การบริหารส่วนตพบลและรองนายก องค์การบริหารส่วนตาบล ได้มีการประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2552 และได้มีมติเห็นชอบให้จ่ายขาดเงินสะสมเพื่อดาเนินโครงการในการแก้ไ้ขปัญหาภัยแล้งในพื้นมี่ขององค์การบริหารส่วนตำบลโดยอ้างว่าเป็นกรณี ฉุกเฉินที่มีสาธารณภัยเกิดข้ึน แต่หลังจากที่มีการเบิกจ่ายเงินตามโครงการดังกล่าวแล้วนายอำเภอได้มีหนังสือให้ระงับการเบิกจ่าย เงินสะสมโดยเห็นว่ามิได้ดำเนินการตามระเบียบ และให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด จนกระทั่งนายกองคก์ารบริหารส่วนตาบล (คนปัจจุบัน) ได้มีคำสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลังให้คณะผู้บริหาร ที่เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณามีมติเห็นชอบให้จ่ายขาดเงินสะสมดังกล่าวรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าท่ี พ.ศ.2539

....กรณีดังกล่าวจึงมีปัญหาว่า“รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล” ซึ่งได้เข้าร่วมประชุมคณะผู้บริหาร และมีมติเห็นชอบด้วยจะต้องรับผิดตามคำสั่งเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการกระทำละเมิดด้วยความจงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงตามมาตรา 10 ประกอบมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของ เจ้าหน้าท่ี พ.ศ. 2539 หรือไม่ ?? อย่างไร

.....คดีนี้มีมูลเหตุเกิดจากการท่ีรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (ผู้ฟ้องคดี) ได้รับคาส่ังเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการเข้าร่วมประชุมและมีมติเห็นชอบให้จ่ายขาดเงินสะสมขององค์การบริหารส่วนตำบล โดยไม่ถูกต้อง
ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครอง โดยฟ้องนายกองคก์ารบริหารส่วนตำบล(ผู้ออกคาสั่ง) เป็นผู้ถูกฟ้องคดีท่ี 1 และผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ และได้ยกคำร้องอุทธรณ์เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เพื่อขอให้ศาลมีคาพิพากษาหรือคำส่ังเพิกถอนคำส่ังและคำวินิจฉัย อุทธรณ์ดังกล่าว.......

.....ประเด็นที่สำคัญคือ“รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล”ถือเป็นผู้บริหารท้องถิ่นและเป็นผู้มีอำนาจ อนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมขององค์การบริหารส่วนตำบลตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวหรือไม่ ??....

ในการบริหารราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อนน้ี เราอาจจะคุ้นชินกับคำว่า “คณะกรรมการ บริหาร”และ“กรรมการบริหาร”หรือ“คณะผู้บริหาร”แต่บทนิยามของทั้งสามคำดังกล่าวได้ถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2546 และพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2546 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2546 เป็นต้นไป

....จากบทกฎหมายดังกล่าว ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า.......ทำให้ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2546 ไม่มี คณะผู้บริหาร รวมทั้งอำนาจหน้าที่ของคณะผู้บริหารองค์การรบริหารส่วนตำบล และเมื่อพิจารณาตามข้อ 5 (3) ของระเบียบ กระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2547 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 ที่กำหนดว่า “ผู้บริหารท้องถิ่น” ขององค์การบริหารส่วนตาบลหมายถึงนายกองค์การบริหารส่วนตาบลเท่านั้น

ดังนั้น.....แม้ผู้ฟ้องคดีจะได้เข้าร่วมประชุมคณะผู้บริหารและให้ความเห็นชอบการจ่ายขาดเงินสะสม ด้วยก็ตามก็ไม่อาจถือเป็นการประชุมของคณะผูบ้ริหารอีกทั้งตามมาตรา 58/3 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและ องค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 5)พ.ศ.2546 ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเพียง ผู้ช่วยเหลือในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลตามที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมอบหมายเท่านั้น ดังนั้นผู้ที่มีอำนาจในการอนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมในกรณีฉุกเฉินที่มีสาธารณภยัเกิดข้ึนตามข้อ 91 ของระเบียบ กระทรวงมหาดไทยดังกล่าว คือ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลในขณะนั้น ซึ่งได้เข้าประชุมด้วยและให้ความเห็นชอบ

การที่ผู้ฟ้องคดีเข้าร่วมปรึกษาหารือในการประชุม แต่ไม่มีอำนาจโดยตรงท่ีจะอนุมัติให้จ่ายขาด เงินสะสม จึงยังฟังไม่ได้ว่าผู้ฟ้องคดีได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ องค์การบริหารส่วนตาบลโดยตรงจงึไม่เป็นการกระทำละเมิด ตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 10 ประกอบมาตรา 8แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิด ของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539

การที่ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี 1 มีคำสั่งเรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีคำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.2042/2559)

“คดีน้ีศาลปกครองสูงสุดได้วางบรรทัดฐานในการปฏิบัติราชการที่ดีสำหรับเจ้าหน้าที่ในองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นว่าในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของงบประมาณและการคลังนั้นหากกฎหมาย หรือระเบียบของทางราชการได้กำหนดอำนาจหน้าที่ให้แก่เจ้าหน้าที่คนใดหรือตำแหน่งใดแล้วแต่เจ้าหน้าที่ผู้นั้นไม่ได้ ดำเนินการตามเงื่อนไขและขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการแล้วเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายดังกล่าวจะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในความเสียหายท่ีเกิดข้ึน แต่กรณีที่ไม่ใช่ เจ้าหน้าท่ีท่ีมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือเป็นแต่เพียงเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ช่วยเหลือในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้มีอำนาจ หน้าที่โดยตรง แม้จะได้มีส่วนร่วมในการเสนอความเห็นหรือเห็นชอบในเรื่องใดเรื่องหน่ึงท่ีอยู่ในอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าท่ีผู้มีอำนาจนั่นก็ตามย่อมถือไม่ได้ว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออันเป็นการกระทพละเมิด ที่จะต้องร่วมรับผิดกับเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 แต่อย่างใด....

ดังนั้น....การปฏิบัติหน้าที่และการใช้อำนาจหน้าที่ใดๆในการบริหารฯ ให้อยู่ในกรอบของอำนาจหน้าที่แห่งตน เกินก้อไม่ได้ ล้นก้อไม่ดี ไม่มีอำนาจหน้าที่ก้ออย่าไปทำ เพราะทุกคนทุกอย่าง มีที่มาที่ไปของอำนาจหน้าที่ของแต่ละคนแต่ละตำแหน่งชัดเจน วราภรณ์ ขออนุญาตฝากทิ้งท้ายไว้ให้ใครที่ยังมัวลุ่มหลงเป็นใหญ่ ใช้อำนาจผิดๆ คะ.....

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.2042/2559

cr.  

เวทีท้องถิ่นOnline


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

สรุปสาระสำคัญระเบียบการใช้และรักษารถยนต์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับใหม่ พ.ศ. 2569)

 สรุปสาระสำคัญระเบียบการใช้และรักษารถยนต์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับใหม่ พ.ศ. 2569)