อดีตผู้ว่าฯ 4 จังหวัด
และบังเอิญว่า…
วันนี้ คือวันแรกของการสมัครสอบปลัดอำเภอ
ตำแหน่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของ
เส้นทางสายปกครอง
ผมจึงอยากเล่าเรื่องนี้
ให้คนที่กำลังจะเดินเส้นทางราชการ
ได้ฟัง
⸻
วันนี้มีข่าวหนึ่ง
ที่คนในระบบราชการ โดยเฉพาะสายมหาดไทย อ่านแล้วต้องหยุดคิด
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
หรือ ป.ป.ช.
มีมติ ชี้มูลความผิดฐานร่ำรวยผิดปกติ
ต่อ
นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา
อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายแห่ง
จากผลการไต่สวนของ ป.ป.ช.
ตรวจพบทรัพย์สินรวม
321,670,858 บาท
ประกอบด้วย
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า
ไม่สอดคล้องกับรายได้จากการรับราชการ
และหากเจ้าของทรัพย์สิน
ไม่สามารถอธิบายที่มาของเงินได้
กฎหมายเรียกสิ่งนี้ว่า
“ร่ำรวยผิดปกติ”
⸻
อดีตข้าราชการรายนี้
เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหลายแห่ง
เส้นทางชีวิตราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด
ไม่ได้มีเพียงเส้นทางเดียว
บางคนเติบโตมาจาก สายอำเภอ
ปลัดอำเภอ
→ นายอำเภอ
→ ปลัดจังหวัด
→ รองผู้ว่าราชการจังหวัด
→ ผู้ว่าราชการจังหวัด
แต่บางคนก็เติบโตมาจาก
สายสำนักงานจังหวัด
เจ้าหน้าที่สำนักงานจังหวัด
→ หัวหน้ากลุ่มงาน
→ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด
→ รองผู้ว่าราชการจังหวัด
→ ผู้ว่าราชการจังหวัด
แม้จะเป็นคนละเส้นทาง
แต่ปลายทางของชีวิตราชการ
ก็คือ ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด
ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดของข้าราชการในระดับจังหวัด
⸻
วันที่ 16 มีนาคม 2569
คือวันแรกของการสมัครสอบ
ปลัดอำเภอ
ตำแหน่งที่เป็นจุดเริ่มต้น
ของเส้นทางสายปกครอง
คนที่จะสอบติดในครั้งนี้
อีกหลายสิบปีข้างหน้า
อาจเติบโตเป็น
นายอำเภอ
ปลัดจังหวัด
รองผู้ว่าราชการจังหวัด
หรือแม้แต่ผู้ว่าราชการจังหวัด
⸻
ผมเคยเดินเส้นทางนี้มาแล้ว
ตั้งแต่
ปลัดอำเภอ
นายอำเภอ
ปลัดจังหวัด
รองผู้ว่าราชการจังหวัด
จึงอยากฝากข้อคิด
ถึงน้อง ๆ ที่กำลังจะเข้าสู่ชีวิตราชการ
สิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตราชการ
ไม่ใช่ตำแหน่ง
ไม่ใช่อำนาจ
และไม่ใช่ทรัพย์สิน
แต่คือ
ความซื่อสัตย์สุจริต
และการยึดหลักธรรมาภิบาล
เพราะตำแหน่งราชการ
วันหนึ่งก็ต้องวางลง
แต่สิ่งที่ยังคงอยู่
คือ
ชื่อเสียงของข้าราชการ
และนั่นคือ
ทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของชีวิตราชการ
⸻
อดีตปลัดอำเภอ – นายอำเภอ – ปลัดจังหวัด – รองผู้ว่าราชการจังหวัด
ปัจจุบันทนายความ
(ภาพประกอบข่าว : Khaosod)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น