จุดเน้นที่เคยออกข้อสอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2564
|
หมวด 1 บททั่วไป |
|
|
มาตรา 1 |
ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งเดียว
จะแบ่งแยกมิได้ |
|
|
v ประเด็นนี้
คือ รูปแบบของรัฐ > ราชอาณาจักรอันหนึ่งเดียว จะแบ่งแยกมิได้ |
|
มาตรา 2 |
ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข |
|
|
v ประเด็นนี้
คือ รูปแบบการปกครอง |
|
มาตรา 3 |
อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย
พระมหากษัตริย์ผู้ทรงประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล
ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรม ? รัฐสภา
คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ
จะต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม
เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม |
|
|
v ประเด็นนี้
คือ อำนาจอธิปไตย |
|
มาตรา 4 |
ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครองปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมเสมอกัน |
|
|
v ประเด็นนี้
คือ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล |
|
มาตรา 5 |
? รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ
บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด
ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ ? เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด
ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข v ประเด็นนี้
คือ สถานะของรัฐธรรมนูญ |
|
หมวด 2 พระมหากษัตริย์ |
|
|
|
v ประเด็นนี้
คือ สถานะพระมหากษัตริย์ |
|
มาตรา 6 |
? องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ
ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้ |
|
มาตรา 7 |
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ
และทรงเป็นอัครศานสนูปถัมภก |
|
มาตรา 8 |
พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย |
|
มาตรา 9 |
พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะสถาปนาและถอดถอนฐานันดรศักดิ์และพระราชทานและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ |
|
มาตรา 10 |
พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่งและองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี ? คณะองคมนตรี
ประกอบด้วย ประธานองคมนตรี + องคมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 18 คน = (ต้องตอบถ้ามีตัวเลือกไม่เกิน
19 คน) (ข้อสอบอาจถามคณะองคมนตรี ร. 10 ปัจจุบันมีกี่คน) คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวง
ที่พระมหากษัตริย์ |
|
มาตรา 11 |
การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีหรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรีหรือให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่นหรือให้องคมนตรีอื่นพ้นจากตำแหน่ง |
|
|
v ประเด็นนี้
คือ การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีฯ ตามพระราชอัธยาศัย |
|
|
v ประเด็นนี้
คือ ประธานรัฐสภา รับสนองฯ ประธานองคมนตรี (ข้อสอบมักหลอก ประธานสภาผู้แทนราษฎร
มาเป็นตัวเลือกครับผม) |
|
|
v ประเด็นนี้
คือ ประธานองคมนตรี รับสนองฯ องคมนตรี |
|
|
v สรุป> ประธานองคมนตรี >ผู้รับสนองฯ> ประธานรัฐสภา v องคมนตรี
> ผู้รับสนองฯ > ประธานองคมนตรี |
|
อ่านหนังสือให้เต็มที่
เก็บให้ได้ทุกประเด็น อาจจะออกไม่หลายข้อ แต่ก็มีสิทธิออกเป็นข้อสอบได้ |
|
|
เพราะใครอ่านหนังสือเยอะ
จำได้เยอะ ก็สามารถทำข้อสอบได้> หนังสือเป็นแนวทางการอ่านครับ |
|
|
*ตอนเข้าห้องสอบ
คุณจะรู้ทันทีว่า ถ้าคุณอ่านหนังสือมาเยอะและเข้าใจ คุณจะทำได้
หากอ่านน้อยจะเกิดการลังเลในการสอบและอาจตัดสินใจในการตอบข้อนั้นไม่ถูกก็ได้
(อันนี้เล่าถึงประสบการณ์ตรง ลงสนามบ่อย หากมีโอกาสสอบ แม้จะเป็นข้าราชการแล้ว
เวลาสอบก็ตื่นเต้นเหมือนเดิม เวลาทำข้อสอบไม่ได้ ก็เสียดาย
ว่าเราควรอ่านหนังสือเยอะกว่านี้) |
|
|
มาตรา 12 |
? องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
สมาชิกวุฒิสภา หรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง หรือข้าราชการเว้นแต่การเป็นข้าราชการในพระองค์ในตำแหน่งองคมนตรี
และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใดๆ |
|
มาตรา 13 |
ก่อนเข้ารับหน้าที่
องคมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้ “ข้าพระพุทธเจ้า
(ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า
ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์
และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน
ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” |
|
มาตรา 14 |
องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อตาย
ลาออก หรือมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง |
|
มาตรา 15 |
? การแต่งตั้งและการให้ข้าราชการในพระองค์พ้นจากตำแหน่ง
ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ? การจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์
ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัยตามที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกา |
|
|
v ประเด็นนี้
คือ การพ้นตำแหน่งข้าราชการในพระองค์ >ตามพระราชอัธยาศัย v ประเด็นนี้
คือ ระเบียบบริหารและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ > ตามพระราชอัธยาศัย >> ในพระราชกฤษฎีกา |
|
มาตรา 16 |
ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร
หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะขึ้น
ให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้
และในกรณีที่ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ |
|
|
v ประเด็นนี้
คือ > ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ |
|
มาตรา 17 |
ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ตามมาตรา
16หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น
แต่ต่อมาคณะองคมนตรีพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นสมควรแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และไม่อาจกราบบังคมทูลให้ทรงแต่งตั้งได้ทันการ
ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะ
ตามลำดับที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมกำหนดไว้ก่อนแล้วให้เป็นผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์
แล้วแจ้งประธานรัฐสภาเพื่อประกาศในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์
แต่งตั้งผู้นั้นขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ |
|
มาตรา 18 |
ในระหว่างที่ไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา
16 หรือ มาตรา 17
ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา
16 หรือ มาตรา 17 ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน ในระหว่างที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคหนึ่งหรือในระหว่างที่ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคสอง
ประธานองคมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นประธานองคมนตรีมิได้
ในกรณีเช่นว่านี้ ให้คณะองคมนตรีเลือกองคมนตรีคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ประธานองคมนตรีเป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน |
|
มาตรา 19 |
ก่อนเข้ารับหน้าที่
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา 16 หรือมาตรา 17 ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมรัฐสภาด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้ “ข้าพเจ้า
(ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์
(พระปรมาภิไธย) และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน
ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งเคยได้รับการแต่งตั้งและปฏิญาณตนมาแล้ว
ไม่ต้องปฏิญาณตนอีก |
|
มาตรา 20 |
ภายใต้บังคับมาตรา
21 การสืบราชสมบัติให้เป็นไปโดยนัยแห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์
พระพุทธศักราช 2467 การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์
พระพุทธศักราช 2467เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ
เมื่อมีพระราชดำริประการใดให้คณะองคมนตรีจัดทำร่างกฎมณเฑียรบาลแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลเดิมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อมีพระราชวินิจฉัย
เมื่อทรงเห็นชอบและทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ให้ประธานองคมนตรีดำเนินการแจ้งประธานรัฐสภาเพื่อให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้รัฐสภาทราบ
และให้ประธานรัฐสภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
และเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ |
|
v ประเด็นนี้
คือ >การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช
2467เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ |
|





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น