วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล

 #คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล

          วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คณะรัฐมนตรีไทยคณะที่ 65 ภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรี อนุทิน
ชาญวีรกูล
 ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยรัฐบาลชุดนี้ถือเป็นรัฐบาลผสมที่เกิดขึ้นท่ามกลางบริบททางการเมืองที่ท้าทาย ทั้งเรื่องเสียงสนับสนุนในสภา เงื่อนไขในการจัดตั้งรัฐบาล และความคาดหวังจากประชาชนในการแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังในหลากหลายด้าน คำแถลงนโยบายซึ่งต้องนำเสนอต่อรัฐสภาจึงเปรียบเสมือน “สัญญา” ระหว่างรัฐบาลกับประชาชน ว่ารัฐบาลจะมีแนวทางและแผนการดำเนินงานอย่างไรในการบริหารประเทศ พร้อมทั้งชี้ทิศทางสำคัญในการดำเนินนโยบายในช่วงเวลาของรัฐบาล @จันทรา วุฒิสภาไทย ขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายและทิศทางการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้โดยครอบคลุม 3 ส่วนหลัก ได้แก่
          1. โครงสร้างและองค์ประกอบของคณะรัฐมนตรี
          2. แนวคิดและสาระสำคัญในคำแถลงนโยบาย
          3. โอกาสและความท้าทาย

 



          1. โครงสร้างและองค์ประกอบของคณะรัฐมนตรี
   
               1.1 ภาพรวมของคณะรัฐมนตรี
                     เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระบรมราชโองการแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ของไทย และต่อมาวันที่ 19 กันยายน 2568 คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ (ครม. ชุดที่ 65) ถูกประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ โดยคณะรัฐมนตรีชุดนี้ประกอบด้วยรัฐมนตรีรวมถึงนายกรัฐมนตรี จำนวนไม่เกิน 36 คน โดยเป็นการรวมตัวจากหลายพรรคการเมือง และมีบุคคล “คนนอก” ที่ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองเข้ามาอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีหลายราย รัฐบาลชุดนี้จัดตั้งขึ้นโดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ และมีการจัดสรรโควตาตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับพรรคพันธมิตรและกลุ่มสนับสนุนรัฐบาล

               1.2 ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี
                     ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 309 ง เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ มีใจความว่า 
                     พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 7 กันยายน พุทธศักราช 2568 แล้วนั้น
                     บัดนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เลือกผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไปแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีดังต่อไปนี้

 

                     - นายอนุทิน ชาญวีรกูล           นายกรัฐมนตรี
                     - นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
                     - นายโสภณ ซารัมย์รองนายกรัฐมนตรี
                     - นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณรองนายกรัฐมนตรี
                     - นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ      รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
                     - ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า        รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
                     - นายสุชาติ ชมกลิ่น               รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
                     - นายภราดร ปริศนานันทกุลรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
                     - นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
                     -  นายนภินทร ศรีสรรพางค์รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
                     - นายสันติ ปิยะทัตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
                     - พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
                     - พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
                     - นายวรภัค ธันยาวงษ์              รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
                     - นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
                     - นายอรรถกร ศิริลัทยากร         รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
                     - นายอัครา พรหมเผ่า              รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
                     - นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม
                     - นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ            รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
                     - นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ       รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
                     - นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
                     - นายไชยชนก ชิดชอบ           รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
                     - นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
                     - นางศุภจี สุธรรมพันธุ์            รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
                     - นายอนุทิน ชาญวีรกูล            เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกตำแหน่งหนึ่ง     
                     - นายทรงศักดิ์ ทองศรี            รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
                     - นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์         รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
                     - นางสาวศศิธร กิตติธรกุล       รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
                     - พลตำรวจตรี รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
                     - นางสาวตรีนุช เทียนทอง        รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
                     - นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์     รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
                     - นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
                     - นายพัฒนา พร้อมพัฒน์         รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
                     - นายวรโชติ สุคนธ์ขจร           รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
                     - นายธนกร วังบุญคงชนะ          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
                     - จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ      รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

          
 


    
          2. แนวคิดหลักและสาระสำคัญในคำแถลงนโยบาย
              คำแถลงนโยบายที่รัฐบาลจะนำเสนอต่อรัฐสภามีบทบาทสำคัญ เพราะเป็น “แผนแม่บท” ที่สะท้อนเจตนารมณ์และทิศทางการปฏิบัติราชการของรัฐบาล โดยในกรณีของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีแนวคิดสำคัญและประเด็นหลักดังนี้

              2.1 หลักบริหารราชการแผ่นดิน 3 ประการ
                   ในคำแถลงนโยบาย คณะรัฐมนตรีแถลงถึงหลักการบริหารราชการแผ่นดินและนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะยึดหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
                   1) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
                   2) ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
                   3) ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน
          
             2.2 ประเด็น 5 ด้านหลักของนโยบายเร่งด่วน
                   ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา เพื่อกำหนดทิศทางการบริหารประเทศไทยในระยะเวลาอันจำกัด ซึ่งเน้นการแก้ไขปัญหา 5 ด้าน ได้แก่

          ด้านเศรษฐกิจ  
          1. สร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวัน อาทิ ค่าพลังงานค่าน้ำดื่มสะอาด ค่าโดยสาร ค่าผ่านทาง เพื่อให้มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดยจัดทำโครงการคนละครึ่ง การบริหารจัดการราคาสินค้าเกษตรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมควบคู่กับการสร้างโอกาสในการสร้างรายได้และความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ค้ารายย่อย ผู้ประกอบการ รวมถึงเกษตรกรและชุมชนในท้องถิ่นให้มั่นคงแข็งแรงขึ้น ผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskil) และการเพิ่มทักษะ (Upskill) เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และสร้างโอกาสให้คนไทยมีรายได้มากขึ้น และส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้าภาคครัวเรือนและกิจกรรมทางการเกษตร เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนและชุมชนและเพิ่มพลังงานสีเขียวตามความต้องการของทุกภาคส่วน



 


 

  
          2. แก้ไขปัญหาหนี้สินและเพิ่มสภาพคล่องบนพื้นฐานความเสี่ยงที่เป็นธรรม ระหว่างสถาบันการเงินและผู้กู้ โดย
              2.1 หนี้ภาคประชาชน ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้รายบุคคลในระบบรายละไม่เกินหนึ่งแสนบาท เพื่อลดปัญหาหนี้ที่ทำให้คนไทยติดติดกับดักหนี้
              2.2 เพิ่มสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รายละไม่เกินหนึ่งล้านบาท ควบคู่กับการสร้างระบบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับลูกหนี้ที่มีวินัยในการชำระหนี้โดยสม่ำเสมอ การให้ความรู้ทางการเงินนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการ SMEs ในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐและภาคธุรกิจขนาดใหญ่

          3. เพิ่มโอกาสการออมของประชาชนรายย่อยให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิซื้อพันธบัตรรัฐบาลโดยสะดวก เพื่อสร้างรายได้เพิ่มจากดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น และพัฒนาผลิตภัณฑ์สลากเพื่อการออม โดยกันเงินจำนวนหนึ่งที่ผู้ซื้อสลากที่ไม่ถูกรางวัลให้มีเงินออมอันเกิดจากเงินที่กันไว้

          4. ฟื้นความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นการสร้างความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว การปราบปรามการฉ้อโกงและการหลอกลวงนักท่องเที่ยว การจัดทำมาตรการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวไทยหันกลับมาเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 2568 โดยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเมืองรอง การจูงใจให้ภาคเอกชน ปรับปรุงโรงแรมที่พักและแหล่งท่องเที่ยวผ่านกลไกภาษี การดึงดูดชาวต่างชาติให้พำนักในประเทศไทยระยะยาวและเพิ่มการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวมากขึ้น

          5. เร่งแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสงครามการค้า โดย
              5.1 จัดตั้งทีมไทยแลนด์ ประกอบด้วยกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์และผู้แทนการค้าไทย เพื่อยกระดับการค้าเสรีกับคู่ค้าเดิม และดำเนินการเชิงรุกในการเปิดตลาดใหม่เพิ่มขึ้น อาทิ ตะวันออกกลาง แอฟริกา ยุโรปตะวันออก เอเชียใต้ และลาตินอเมริกา รวมทั้งผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for Economic Co-operation and Development) เพื่อดึงดูดการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ

             5.2 ดูแลและสนับสนุนผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs และเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา การสกัดปัญหาการสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้า และป้องกันการทุ่มตลาด ร่วมมือกับภาคเอกชนในการเจรจารายละเอียดรายสินค้าที่เกิดขึ้นจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกาเพื่อเตรียมการรองรับมาตรการด้านการค้าของสหรัฐอเมริกา อาทิ การจัดทำมาตรการในการส่งเสริมการใช้สินค้าอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศเป็นหลัก การกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมของสินค้ากลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งกำหนดมาตรการมีให้นำเข้าสินค้าเกษตรที่มีการเผาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5

             5.3 สร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ทันสมัยและเอื้อต่อการแข่งขันในปัจจุบันและอนาคต โดยปรับปรุงกฎระเบียบและขั้นตอนการอนุญาตให้สะดวก โปร่งใส และเป็นมิตรต่อผู้ประกอบการ ปรับระบบส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ยานยนต์สมัยใหม่อาหารแห่งอนาคต พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมชีวภาพ รวมทั้งส่งเสริมให้นักลงทุนจากต่างประเทศจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัทของไทย และสร้างห่วงโซ่การผลิตภายในประเทศจากผู้ประกอบการไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการในประเทศ

          ด้านความมั่นคง  
          6. เร่งแก้ไขปัญหากรณีพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชาด้วยแนวทางสันติภาพ เพื่อนำความมั่นคงปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนตามบริเวณชายแดนโดยเร็วและรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยและเขตแดนที่เป็นของไทยโดยชอบธรรมตามเส้นเขตแดนที่เป็นสากล รวมถึง ดำเนินการยุติความขัดแย้งผ่านกลไกการเจรจาทางการทูตที่เหมาะสมควบคู่กับการป้องกันประเทศที่เข้มแข็ง ตลอดจนทำประชามติเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพิจารณาตัดสินใจ ให้ความเห็นต่อการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างไทย-กัมพูชา นอกจากนี้ รัฐบาลจะดำเนินนโยบายต่างประเทศในเชิงรุกที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก รวมทั้งเสริมสร้างความมั่นใจและสถานะของไทยในเวทีระหว่างประเทศ

          7. เร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยรัฐบาลจะเร่งรัดปรับแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในด้านการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคู่ขนานไปกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

 


 

 
          ด้านสังคม  
          8. ปราบปรามการพนันผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างจริงจัง ไม่สนับสนุนให้มีการประกอบธุรกิจการพนันทุกชนิดให้เป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย ไม่สนับสนุนเอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีธุรกิจการพนัน รวมถึงการพนันที่แฝงมาในรูปของกีฬา อาทิ โป๊กเกอร์ และจะดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติการพนันและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมและลดการอนุญาตการเล่นการพนันให้ได้มากที่สุด

          9. รักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด โดยให้ถือว่าการกระทำของเจ้าพนักงานของรัฐ ในกรณีเหล่านี้ เป็นการกระทำความผิดทางวินัยร้ายแรงและต้องดำเนินการทางอาญาอย่างเด็ดขาด
              9.1 การละเว้นการบังคับใช้กฎหมายในการดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บ่อนการพนันและการพนันออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ ภัยไซเบอร์ การสร้างข่าวปลอมและการหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ
              9.2 การใช้กฎหมายและเจ้าหน้าที่ของรัฐไปเพื่อประโยชน์ทางการเมือง

         10. ขจัดทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเด็ดขาดและจริงจัง โดยร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นของประชาชนและนานาประเทศ

         11. พิทักษ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น โดยดำเนินมาตรการป้องกันและขจัดการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น โดยในส่วนของพระพุทธศาสนา รัฐบาลจะดำเนินการโดยพระสังฆราชานุมัติด้วยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม

          ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  
          12. เร่งติดตั้งเครื่องมือเตือนภัยและพัฒนาเครือข่ายการเตือนภัยพิบัติโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เยียวยาและฟื้นฟูให้ประชาชนผู้ประสบภัยโดยเร่งด่วน โดยเน้นการนำข้อมูลของส่วนราชการส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปปฏิบัติในพื้นที่อย่างจริงจัง การอนุรักษ์ ฟื้นฟู และรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างยั่งยืน การส่งเสริมการใช้พื้นที่ป่าและป่าชุมชนอย่างถูกต้อง รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

          13. ผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำ โดยประกาศให้ไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปีพุทธศักราช 2593 (คริสต์ศักราช 2050) เพื่อรับมือกับการค้าระหว่างประเทศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย
                13.1 ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ในชุมชนและหน่วยงานของรัฐ การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบขนส่งสาธารณะ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม
                13.2 พัฒนายกระดับวิถีเกษตรกรไปสู่เกษตรกรรุ่นใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการป้องกันและลดการเผาในภาคการเกษตรเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5
                13.3 จัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ได้มาตรฐานสากลและผลักดันกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว อาทิ ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. ....


 

 


  
          ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย  
          14. เร่งรัดการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบควบคู่กับการผลักดันการเปิดเผยข้อมูลเปิดของภาครัฐและเสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับการบริหารภาครัฐให้ทันสมัยมีประสิทธิภาพ และอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจและประชาชน มีการบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริงระหว่างหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมถึงสามารถรองรับการบริหารราชการแบบจำลองเสมือนจริง (Sandbox) และการบริหารจัดการภาวะวิกฤตอย่างเป็นระบบ

 


 

 
          15. เร่งรัดการปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบ โดยยกเลิกกฎหมาย กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคและสร้างภาระที่ไม่จำเป็นแก่ประชาชนและภาคธุรกิจที่เรียกว่ากิโยติน (Guillotine) การริเริ่มเสนอกฎหมายที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลและผลักดันการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีดิจิทัลที่เปลี่ยนไป และจัดตั้งคณะทำงานติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
          นอกจากนโยบายสำคัญเพื่อจัดการปัญหาเฉพาะหน้าข้างต้น รัฐบาลจะดำเนินการให้สอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 162 โดยจะผลักดันการพัฒนาตามแนวนโยบายแห่งรัฐและยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้าน ในช่วงเวลาของการบริหารราชการแผ่นดินอย่างต่อเนื่อง อาทิ การดำเนินการให้คนไทยทุกช่วงวัย ทุกกลุ่ม เข้าถึงสิทธิการศึกษาและระบบสาธารณสุขอย่างทั่วถึงเท่าเทียม การผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูประบบการศึกษา เช่น กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ เป็นต้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมการเรียนรู้ ซึ่งจะทำให้คนไทยมีความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตและสอดคล้องกับสังคมในอนาคต รวมทั้งใช้สื่อและสื่อสารมวลชนในการปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมที่ดีของคนในสังคม การพัฒนาบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและการแพทย์แผนไทย การส่งเสริมและพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพทางกายและจิตใจที่ดี การวางรากฐานการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไปสู่ยุคใหม่ จากเดิมที่เน้น “ปริมาณ” ไปสู่การสร้าง “มูลค่า” โดยยกระดับภาคเกษตรกรรมของไทยไปสู่เกษตรอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มผลิตภาพ ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของอาหาร การวางรากฐานเพื่อให้ภาคเอกชน โดยเฉพาะ SMEs ก้าวทันโลกควบคู่กับการยกระดับโครงสร้างสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมในราคาที่จับต้องได้ การยกระดับผลิตภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพและต่อยอดนวัตกรรม การผลักดันกฎหมายสำคัญเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคให้รองรับการพัฒนาประเทศควบคู่กับการส่งเสริมให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในโครงการขนาดใหญ่ การกำกับให้มีการจัดสรรและการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศโดยรวม การสืบสานต่อยอดโครงการพระราชดำริและโครงการตามแนวพระราชดำริเพื่อความยั่งยืนในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนให้มีการเปิดเผยข้อมูลและสร้างการมีส่วนร่วมในการควบคุมและแก้ไขปัญหาด้านมลพิษ การกำหนดผังเมืองและการบังคับใช้เป็นกฎหมาย เพื่อให้การพัฒนาพื้นที่เป็นไปอย่างเหมาะสม รวมถึงการบริหารจัดการที่ดิน เพื่อให้ประชาชนสามารถมีที่ทำกินได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ตลอดจนการพัฒนาระบบรายได้และบริหารสินทรัพย์ของภาครัฐให้เข้มแข็ง

 

 
 

 
          2.3 ประเด็นและนโยบายเฉพาะที่โดดเด่น
                นอกเหนือจากแนวทางหลักข้างต้น คำแถลงนโยบายยังรวมสาระสำคัญอื่น ๆ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ดังนี้
                - โครงการคนละครึ่ง  รัฐบาลตั้งใจจะใช้โครงการ “คนละครึ่ง” เป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ

 


 
               - ไม่เอากาสิโน/การพนันถูกกฎหมาย 
 รัฐบาลประกาศชัดเจนว่าจะไม่สนับสนุนการเปิดบ่อนกาสิโน และอยู่ในแนวคิดค้านการพนันรูปแบบที่เสี่ยงต่อสังคม

 

 

               - การลดขั้นตอนราชการ/บริหารราชการให้มีประสิทธิภาพ ► เพื่อเร่งการตอบสนองของภาครัฐต่อปัญหาของประชาชน
               - การปฏิรูปด้านรัฐธรรมนูญ/ประชามติ/กฎหมายพื้นฐาน มีสาระในการจัดทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของบ้านเมือง
               - นโยบายเฉพาะด้านกระทรวง เช่น กระทรวงพลังงาน เกษตร การศึกษา สาธารณสุข เป็นต้น  เช่น การปรับราคาพลังงาน การสนับสนุนเกษตรกร การพัฒนาคุณภาพการศึกษา เป็นต้น
               - การยุบสภาภายในสิ้นเดือนมกราคม 2569  รัฐบาลประกาศแนวทางว่าจะยุบสภาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายในขอบเขตเวลาที่กำหนด

 


 

 
          2.4 ความชัดเจนและความคาดหวัง
                จากคำแถลงนโยบาย มีลักษณะที่รัฐบาลต้องการสื่อสาร คือ
                - รัฐบาลจะเดินหน้ารวดเร็ว ในการแก้ไขปัญหาที่เร่งด่วน
                - มีความตั้งใจที่จะแสดง “ความซื่อสัตย์” และ “ความโปร่งใส”
                - ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าแม้รัฐบาลเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่จะไม่ละเลยการบริหารราชการ
 
3. วิเคราะห์โอกาสและความท้าทาย
          การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และการนำเสนอนโยบายต่อสภามาพร้อมกับโอกาสและอุปสรรคต่าง ๆ ดังนี้
          3.1 จุดแข็ง/โอกาส
                 การเริ่มต้นใหม่ในวิกฤติ — เมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาในช่วงที่ปัญหาหลายด้านเร่งด่วน ผู้ที่สามารถดำเนินงานได้เร็วและแสดงผลสัมฤทธิ์จะได้รับความเชื่อมั่น
                 การจัดโควตาแบบผสม — มีบุคคลคนนอกและตัวแทนหลายพรรค ซึ่งอาจช่วยให้สามารถดึงเอาบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาทำงานได้
                 แนวนโยบายที่ “จับต้องได้” — เช่น คนละครึ่ง การลดค่าครองชีพ ฯลฯ ซึ่งเป็นนโยบายที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์เป็นอย่างมากในชีวิตประจำวัน
                 การตั้งเวลา “ยุบสภา” เป็นจุดผูกมัด — เป็นการให้คำมั่นว่าจะยุบสภาในเวลาที่กำหนดซึ่งจะช่วยลดข้อครหาว่ารัฐบาลจะอยู่ยาวโดยไม่ต่างจากการยึดอำนาจรัฐ
                 การให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลและนิติธรรม — ถ้าปฏิบัติจริงได้ จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและลดความขัดแย้งทางการเมือง

          3.2 ความท้าทาย/อุปสรรค
                รัฐบาลเสียงข้างน้อย/ความเปราะบางทางเสียงสนับสนุน — การที่รัฐบาลต้องอาศัยพันธมิตรและกลุ่มสนับสนุนเป็นจำนวนมาก อาจทำให้เกิดแรงกดดันในการประนีประนอม และเสี่ยงต่อการล้มรัฐบาล
                ความคาดหวังสูง VS ทรัพยากรจำกัด — ประชาชนอาจมีความคาดหวังในผลลัพธ์ที่รวดเร็วแต่เวลา ทรัพยากร งบประมาณ บุคลากร และระบบราชการอาจไม่เอื้ออำนวย
                ปัญหาเชิงโครงสร้าง — เช่น ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ระบบราชการที่ซับซ้อน การทับซ้อนของอำนาจในหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้ภายในระยะเวลาที่จำกัด
                การประสานงานระหว่างกระทรวง — นโยบายหลายเรื่องต้องอาศัยการร่วมมือกัน
ระหว่างกระทรวงต่าง ๆ ซึ่งหากไม่มีกลไกที่แข็งแรง อาจส่งผลให้เกิด “การรับผิดชอบซ้ำซ้อน” หรือเกิด “ความล่าช้า” ได้
               แรงเสียดทานภายในพรรค/กลุ่มการเมือง — การจัดสรรอำนาจ โควตา ตำแหน่ง ย่อมสร้างความคาดหวังและอาจก่อให้เกิดความไม่พอใจขึ้นได้
               ความต่อเนื่องกับรัฐบาลก่อนหน้า — นโยบายที่มีอยู่แล้วของรัฐบาลก่อนหน้า บางเรื่องอาจต้องสืบทอดหรือปรับ ในขณะที่บางเรื่องอาจต้อง “พลิก” แนวทาง ซึ่งอาจส่งผลให้ถูกโจมตีได้
 
    บทสรุป    
          รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ตั้งอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่ท้าทายมากการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีสะท้อนถึงความพยายามผสมผสาน “ความเชี่ยวชาญ” กับ “อุดมการณ์ทางการเมือง” เพื่อให้สามารถรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าได้เร็ว
          คำแถลงนโยบายที่รัฐบาลนำเสนอต่อรัฐสภามีจุดมุ่งหมายที่จะให้ทิศทางการดำเนินงานเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชน โดยเน้นแก้ปัญหา 5 ด้านหลัก ประกอบด้วย ด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย พร้อมยึดหลักบริหารราชการแผ่นดิน 3 ประการ คือ 1) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 2) ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และ 3) ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน
          อย่างไรก็ดี ความสำเร็จของรัฐบาลนี้จะขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการภายใน คือ ความสามารถในการประสานงานระหว่างกระทรวง การจัดสรรทรัพยากร การสร้างกลไกควบคุม ตรวจสอบ และการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ซึ่งถ้ารัฐบาลสามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นคง มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ประชาชนเห็นการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน รัฐบาลชุดนี้ก็อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับประเทศไทยได้ต่อไป




------------------------------------ 
ที่มาข้อมูล
คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี, สืบค้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568, https://drive.google.com/file/d/1aRw2bU9WcKrI2cYFnRzgplizxur33arv/view?usp=sharing
รัฐบาลไทย, โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ “รัฐบาลนายกฯ อนุทิน”, สืบค้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568, https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/100611
Thai PBS, เปิดคำแถลงนโยบาย "รัฐบาลอนุทิน" ยึดหลักบริหาร 3 ประการ ลุยคนละครึ่ง-ค้านกาสิโน, สืบค้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568, https://www.thaipbs.or.th/news/content/356921?utm_source=chatgpt.com 
ที่มาภาพ         
          - https://policywatch.thaipbs.or.th/policy/economy-6
          - https://techsauce.co/news/disaster-alert-system-sms-now-cell-broadcast-next-year
          - https://today.line.me/th/v3/article/XYLg6P9
          - https://www.instagram.com/p/DPIpYPej66I/
          - https://www.prachachat.net/general/news-1889785
          - https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/427252
          - https://www.thansettakij.com/economy/638307
          - https://www.thairath.co.th/news/politic/2884896       
          - https://www.thairath.co.th/scoop/infographic/2881594
          - https://x.com/armypr_news/status/1873164009731661881

เรียบเรียงโดย : นางสาวชาลิสา ชัยทรัพย์ไพศาล วิทยากรเชี่ยวชาญ กลุ่มงานผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ สำนักประชาสัมพันธ์
นำข้อมูลเข้าสู่ระบบโดย : นางสาววรินทร จันทรัตน์ เจ้าพนักงานธุรการอาวุโส 
กลุ่มงานผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ สำนักประชาสัมพันธ์


cr. https://www.senate.go.th/view/386/News/Latest/361/TH-TH

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ไฟไหม้บ้านหลังเดียว ก็ช่วยเหลือได้

ไฟไหม้บ้านหลังเดียว .....การช่วยเหลือประชาชนกรณีไฟไหม้บ้านหลังเดียวโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีขั้นตอนและระเบียบที่เกี่ยวข้องดังนี้...