ใครจะไปเชื่อ ว่าคนดูในเกมนัดชิงชนะเลิศของฟุตบอล 7 สี ระหว่าง หมอนทองวิทยา กับ อบจ.ชัยนาท จะทะลักสนามศุภชลาศัยขนาดนั้น บ้าไปแล้ว
ใครจะไปเชื่อ ว่าคนดูในเกมนัดชิงชนะเลิศของฟุตบอล 7 สี ระหว่าง หมอนทองวิทยา กับ อบจ.ชัยนาท จะทะลักสนามศุภชลาศัยขนาดนั้น บ้าไปแล้ว
ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ในบ้าน นัดล่าสุดที่เจอไต้หวัน มีคนดู 13,970 คน แต่ในบอลช่อง 7 นัดชิง มีคนเข้ามาดู มากกว่านั้น ผมประเมินด้วยตา ต้องมี 30,000 อัพ อันนี้ยังไม่นับที่เข้าสนามไม่ได้ ต้องไปดูทีวีจอยักษ์ ที่หน้าอาคารนิมิบุตรอีก
พระเจ้า ... ดีมานด์ความต้องการเข้ามาชมเกม ยังกับคิงส์คัพในสมัย 30-40 ปีที่แล้ว อะไรมันจะขนาดนั้น
บอลนักเรียนมัธยม แต่กลับฮอตฮิตได้ขนาดนี้ เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ
แน่นอน เครดิตส่วนหนึ่ง เราต้องยกให้การพุ่งทะยานขึ้นมา ของโรงเรียนหมอนทองฯ กับซินเดอเรลล่าสตอรี่ โรงเรียนเล็กๆ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่พลิกล็อกเอาชนะ มหาอำนาจในลูกหนังขาสั้นได้รอบแล้วรอบเล่า ตั้งแต่อัสสัมชัญ ธนบุรี, เทพศิรินทร์ และ อัสสัมชัญ ศรีราชา
"รถขนฝัน" บวกกับการอุทิศตัวของอาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ ทุกอย่างเป็นเครื่องส่งเสริม ทำให้ สตอรี่ของโรงเรียนหมอนทองฯ สามารถขายได้ในระดับประเทศ
แต่จริงๆ ฝั่งอบจ.ชัยนาท ก็มีเรื่องราวที่สวยงามไม่ด้อยไปกว่ากัน ตลอดเส้นทางของพวกเขา ก็ฝ่าด่านยากๆ มาตลอด เคยโดนใบแดงแล้วพลิกกลับมาชนะก็มี
อบจ.ชัยนาท ไม่ใช่โรงเรียนโนเนม พวกเขาคือคะคาเดมี่ของสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล มีชื่อเล่นว่า "นกใหญ่ จูเนียร์" ถือว่ามีชื่อเสียงในฟุตบอลขาสั้นระดับหนึ่ง
ในอดีตเคยได้แชมป์ กรมพละถ้วย ข, เคยได้แชมป์เจลีก ยูธ ชาลเลนจ์ ส่วนบอล 7 สี เคยเข้าลึกสุดคือรอบชิงในปี 2023 แต่แพ้กันทรารมณ์
ดังนั้น ฝั่งอบจ.ชัยนาท ก็มีแพสชั่น มีความฝันที่จะคว้าแชมป์บอล 7 สี เป็นครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนเช่นกัน
เมื่อต่างคนต่างมีความฝัน ก็ต้องมาวัดกันในสนาม และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น จบลงที่อบจ.ชัยนาท ชนะไป 2-1 ซึ่งผมคิดว่าแฟร์ดีแล้ว ต้องขอแสดงความยินดีด้วยจากใจจริงๆ
ส่วนหมอนทองฯ แม้จะแพ้ แต่ก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจ การมาถึงจุดนี้ได้ ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ แล้ว ก่อนทัวร์นาเมนต์เริ่ม ถ้าบอกว่าหมอนทองจะมาถึงนัดชิงได้ ก็ดูโอเวอร์เกินจริงแล้ว
ผมว่าจุดแตกต่างของแมตช์นัดชิง คือทัศนคติของผู้เล่นนี่ล่ะครับ นักเตะที่กำลังจะไปเล่นอาชีพ อย่าง อบจ.ชัยนาท พวกเขารับมือกับแรงกดดันได้ดีกว่า โดนนำก่อนแต่ไม่เป๋
คือไม่ใช่หมอนทองฯ ไม่ดี แต่จังหวะต่างๆ ยังไม่ละเอียด นักเตะหลายคน เลือกจะโซโล่ไปเอง ทั้งๆ ที่สามารถจ่ายบอลให้เพื่อน ในตำแหน่งที่ดีกว่าได้ จุดนี้ถ้าพวกเขาจะไปต่อในเลเวลที่สูงกว่านี้ ก็ต้องพัฒนากันต่อไปครับ
-----------------
รายการฟุตบอลแชมป์กีฬา 7 HD หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่าบอล 7 สี เป็นอีเวนต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล และพูดได้เต็มปากว่า เป็นบอลเยาวชนอันดับหนึ่งของประเทศไทย ในแง่ความนิยม
ก่อนที่จะไปชื่นชมในความสำเร็จของรายการนี้ ผมขอตำหนิผู้จัดการแข่งขัน แค่เรื่องเดียวเท่านั้น นั่นคือการวางแผนรักษาความปลอดภัยในนัดชิงชนะเลิศ
เข้าใจว่าช่อง 7 อยากให้คนที่อุตส่าห์มา ได้เข้ามาดูในสนามให้เยอะที่สุด จนต้องเปลี่ยนแผน พอสแตนด์เต็มแล้ว ก็ให้ลงไปนั่งในลู่วิ่งได้ โดยไม่มีการควบคุมอะไรเลย
ในเชิงความอลังการ ก็ใช่ มันยิ่งใหญ่ มันงดงาม แต่พวกเขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย
พื้นที่ เทคนิคัล แอเรีย มีคนดูนั่งยึดเต็มไปหมด แทนที่โค้ชกับตัวสำรองจะได้อยู่ในเขตม้านั่งสำรอง ต้องขนเก้าอี้มานั่งใกล้ๆ Pitch แทน มันใช่หรือ?
แล้วเขตรอบๆ Pitch มีคนดูมานั่ง จนแทบจะติดโกล์ ลองคิดดูว่า ถ้าเกิดมีแฟนบอลไม่พอใจการตัดสินแล้วลงมากระทืบนักเตะ มันจะเป็นยังไง วันนี้ผมเห็นแฟนบอลหลายคนตะโกนชี้หน้าด่า นักเตะอบจ.ชัยนาท แบบประชิดเลย มันใช่สิ่งที่เยาวชนจะต้องเผชิญหรือ?
แล้วคนดูเข้ามาเกินความจุขนาดนี้ ถ้ามีเหตุร้ายเหยียบกันทำอย่างไร แต่ละจุดมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยน้อยมากๆ ได้คิดถึง worst case บ้างไหม
เช่นเดียวกับ เส้นทางของรถพยาบาลก็โดนคนดูนั่งปิดเอาไว้ ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน แล้วต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที จะจัดการอย่างไร
เข้าใจว่า คนดูเข้ามาชมเยอะกว่าที่ประเมินมากๆ แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้คนเข้ามาได้มากขนาดนี้ ถ้ารู้ตัวว่า ไม่มีวิธีจัดการ ไม่มีการ์ด ไม่มีตำรวจมากพอ ก็ต้องจำกัดปริมาณคนดูสิครับ
ผมเห็นเพจช่อง 7 โพสต์ว่า "คุณเห็นภาพแบบนี้ ครั้งสุดท้ายเมื่อไร?" คือก็ใช่ คนมันเยอะ แต่เอาไปเทียบกับรายการอื่นไม่ได้สิครับ อีเวนต์อื่นเขาขายบัตร และกำหนดจำนวนคนดูไงครับ
AFF นัดชิงที่เจอเวียดนาม เมื่อต้นปีนี้ มีคนซื้อบัตร sold out ราชมังฯ นะครับ 46,982 ใบ ถ้าหากสมาคมฟุตบอลจะขายต่อไปเรื่อยๆ ก็มีคนซื้ออีก แต่เขาหยุดขายไงครับ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด
แต่บอล 7 สีวันนี้ ผู้จัดปล่อยให้เข้ามาอย่างอิสระจนมีความเสี่ยง ผมว่ามันไม่ใช่สิ่งที่จะอวดอ้างด้วยความภูมิใจนะครับ
ปีนี้ถือว่าโชคดีไป ที่ไม่เกิดเรื่องร้าย ก็แค่ดีเลย์นัดชิงไป 33 นาที แต่คุณจะโชคดีในปีหน้าหรือเปล่าก็ไม่รู้ ดังนั้น ก็หวังว่าในปี 2569 จะมีการวางแผนที่ดีกว่านี้นะครับ
ผมขอตำหนิแค่นี้ครับ ส่วนในพาร์ทคำชื่นชม ก็แน่นอนว่า มีมากกว่าเยอะเลย และผมคิดว่า อีเวนต์นี้ ถือเป็นคุณูปการต่อวงการฟุตบอลไทยมากๆ
สิ่งที่เรามั่นใจได้เลย นั่นคือการบูมของบอล 7 สี ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มาจากการวางแผนที่ยอดเยี่ยมของฝ่ายจัดการแข่งขัน
อย่างแรก คือการเลือกฟอร์แมตของการแข่งขัน ให้เป็นบอล 7 คน ล้อไปกับชื่อสถานี (ช่อง 7)
บอล 11 คน นักเตะจำเป็นต้องเข้าใจเรื่องแท็กติกเป็นอย่างดี ต้องรู้หน้าที่ว่าตัวเองทำอะไร แต่กับบอล 7 คนนั้น จะซับซ้อนน้อยกว่า แท็กติกไม่เยอะ เน้นเรื่องการบู๊แหลก เพื่อยิงให้ได้
การวางแผนต่างๆ มันจะคนละเรื่องกับบอล 11 คน เพราะกฎล้ำหน้าก็ไม่มี ไม่ต้องเช็กไลน์ ไม่ต้องอะไรทั้งนั้น เอาเป็นว่ามันคนละศาสตร์กัน
มันจะให้ฟีลเหมือนดูฟุตซอล หรือ ดูบาสเกตบอล นั่นคือเกมเร็ว โต้กันตลอด เหมือนดูหนังแอ็กชั่น ยังไงก็ดูสนุก
มีคนกระตุ้นว่าช่อง 7 เปลี่ยนไปทำบอล 11 คนสิ ถ้าอยากพัฒนาฟุตบอลไทยจริงๆ แต่พวกเขาจะทำแบบนั้นทำไม ในเมื่อค้นพบสูตรสำเร็จของตัวเองแล้ว
อย่างที่สอง คือ การทำโปรดักชั่นของช่อง 7 เอง ที่ใช้กล้องถ่ายทอดสดคุณภาพแบบเดียวกับที่เคยถ่ายทีมชาติชุดใหญ่ มีภาพหลายมุม มีโดรน ภาพสวยงามอลังการ เป็นรายการบอลเยาวชนที่มีภาพสวยงามที่สุดแล้ว
นักกีฬาเมื่อเห็นการถ่ายทอดสดขนาดนี้ ก็ตั้งใจเล่นมากขึ้น แล้วพวกเขาก็รู้ดี ว่าการกระทำทุกอย่างของตัวเอง จะถูกบันทึกไว้ตลอด ดังนั้นเวลาเล่นฟุตบอล ก็จะไม่เกเร ไม่เล่นนอกเกม คนดูก็แฮปปี้ ที่ได้ดูนักบอล ไม่ใช่ดูนักเลงในสนาม
เช่นเดียวกับการเลือกสนามแข่ง ที่ตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นต้นไป ผู้จัดจะไปเช่าสนามกีฬาแห่งชาติ ศุภชลาศัย ก็เป็นเหมือนจุดมุ่งหมายของเด็กๆ ที่อยากจะไปให้ถึงจุดนั้นให้ได้
อย่างที่สาม คือ ความเข้าใจโลกโซเชียลมีเดีย อธิบายคือ ทีมงานช่อง 7 ไม่ใช่แค่ถ่ายบอลอย่างเดียว แต่ยังหาแง่มุมต่างๆ เอามาเล่าตลอด
ในติ๊กตอก ของช่อง 7HD จะขยันหาประเด็นไวรัลในมิติต่างๆ เอามาขยายต่อ คนดูแต่ละคลิป พุ่งกระฉูดเป็นแสนเป็นล้านวิว คือช่อง 7 เข้าใจดีว่าประเด็นเหล่านี้แหละ ที่ทำให้ทัวร์นาเมนต์มันนิยมขึ้น
พวกเขาจับประเด็นต่างๆ เอามาขยี้ต่อได้อย่างสุดยอดมาก เรื่องอาจารย์สกล, รถขนฝัน, วิตินญ่าบางน้ำเปรี้ยว ฯลฯ ช่อง 7 ใช้ประสบการณ์ของสื่อมวลชน ทำให้แต่ละเรื่องมันละเอียดขึ้น, Deep ขึ้น คือไปไกลกว่าแค่จัดแข่งฟุตบอลแล้ว แต่นี่คือ Hero Product ของช่องเลยทีเดียว
---------------------
หลังจากทัวร์นาเมนต์บอล 7 สีจบลง การได้เห็นคนไทยฟีเวอร์เรื่องบอลเยาวชน ในฐานะที่เป็นนักข่าวกีฬา ก็ต้องยอมรับว่าดีใจครับ
ผมฝันมาตลอด ว่าอยากเห็นอีเวนต์กีฬาเยาวชน ที่คนไทยมีแพสชั่นมากๆ แบบเดียวกับ เบสบอลโคชิเอ็งของประเทศญี่ปุ่น
ดังนั้นมันเป็นเรื่องน่าดีใจครับ ที่มีคนมาดูบอลเยาวชนพร้อมกัน หลายหมื่นในสนาม และดูแบบไลฟ์ เป็นล้านคนทั่วประเทศ แม้แต่ ครีเอเตอร์, ดารานักร้อง, เซเล็บ แต่ละคนก็อยากมีส่วนร่วมกับโมเมนต์เหล่านี้ด้วย
จริงอยู่ เวลาดารา หรือ เซเล็บ เข้ามาดูบอล เข้ามาอัดฉีด บางคนวิจารณ์ว่า "หาแสง" หรือเปล่า ผมก็คิดว่า แล้วมันจะเป็นไรล่ะ? การช่วยผลักดันให้การแข่งกีฬาได้รับความสนใจมากขึ้น ให้คนพูดถึงมากขึ้น มันก็มีแต่ประโยชน์ไม่ใช่หรือ ผมหาข้อเสียไม่เจอครับ
แล้วอีกเรื่อง ที่ทำให้ผมมีความสุขมากขึ้นไปอีก ในการดูบอล 7 สี คือได้เห็นความคึกคักของคอมมิวนิตี้ครับ เช่น คนฉะเชิงเทรา คนชัยนาท ต่างตื่นเต้นที่ลูกหลานในจังหวัดตัวเอง ได้ก้าวไปสู่เวทีที่ใหญ่ขนาดนี้
ในปีหน้า คนแต่ละจังหวัดก็คงเฝ้าฝัน ว่าจะได้มาดูบอลที่สนามศุภชลาศัย มาเชียร์โรงเรียนในจังหวัดของตัวเองสักครั้งครับ
สำหรับข้อดีของบอล 7 สี ที่เกิดขึ้นกับทีมฟุตบอลอย่างเป็นรูปธรรมก็คือ โรงเรียนที่เข้ารอบลึกๆ ในรายการนี้ ก็จะถูกสนใจมากขึ้น นำมาซึ่งสปอนเซอร์สนับสนุนชมรมฟุตบอลของโรงเรียน ในอนาคตข้างหน้า เหมือนอย่างโรงเรียนหมอนทองฯ ที่ได้ "รถบัสหนึ่งคัน" ราคา 4.5 ล้านบาทไปแล้ว
ส่วนข้อดีที่เกิดขึ้นกับตัวนักเตะ นั่นคือ ผู้เล่นบางคนที่แฟนบอลไม่เคยรู้จักมาก่อน ก็ได้อยู่ในสปอตไลท์ และมีโอกาสได้ไปต่อในเส้นทางอาชีพ เหมือนอย่าง วรากร ช่างเขียนดี ที่ได้เซ็นสัญญากับการท่าเรือ เอฟซี ไปเรียบร้อยแล้ว
สมมุติว่าคุณดังจากฟุตบอล 7 คน ในยุคปัจจุบันนี้ ก็สามารถไปต่อได้หลายเวย์ครับ เวย์แรกคือเดินหน้าลุย ในฟุตบอล 11 คน
MVP ปี 2016 - ปรเมศย์ อาจวิไล (โพธินิมิตวิทยาคม) ติดทีมชาติชุดใหญ่
ดาวซัลโว ปี 2019 - ธีรศักดิ์ เผยพิมาย (สุรศักดิ์มนตรี) ติดทีมชาติชุดใหญ่
MVP ปี 2022 - อิคลาส สันหรณ (เทพศิรินทร์) ติดทีมชาติชุด u-23
มีตัวอย่างของรุ่นพี่ที่ทำได้ดีในบอล 7 สี แล้วไปสุดจนถึงทีมชาติ ดังนั้นน้องๆ กลุ่มนี้ ก็อาจไปถึงขนาดนั้นได้ครับ
หรือถ้าบอล 11 คนเล่นแล้วไม่รุ่ง ในยุคปัจจุบันก็มีชอยส์หลากหลายให้คุณลุยต่อ
ในปัจจุบัน กกท. ได้อนุมัติรับรอง "สมาคมฟุตบอลไทยทีซ่า" หรือบอล 7 คนแห่งประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว นั่นแปลว่า คุณจะไปเอาดีทางบอล 7 คนให้สุดเลยก็ได้
จริงอยู่ครับ คงไม่ใช่ทุกคนที่ดังจากรายการ 7 สี แล้วจะก้าวไปสู่การเล่นอาชีพได้
แต่อย่างน้อย เด็กๆ ในรายการ 7 สี ก็จะ "ถูกเห็น" มากขึ้น ได้โอกาสมากขึ้น และใครจะไปรู้ เราก็อาจได้เพชรเม็ดงามมาสู่วงการฟุตบอลมากขึ้น อีกสักหนึ่งคนก็ยังดี
-----------------
ฟุตบอล 7 สี จบลงเรียบร้อยแล้ว ขอยินดีกับ อบจ.ชัยนาท อีกครั้งกับแชมป์ครั้งแรก และเป็นกำลังใจให้โรงเรียนหมอนทองวิทยา คัมแบ็กกลับมาได้อย่างแข็งแรงในอนาคต
ส่วนช่อง 7HD ต้องชื่นชมจริงๆ ว่าทำโปรเจ็กต์นี้ได้อย่างสุดยอด เอากีฬา ความบันเทิง เรื่องราวเบื้องหลัง และ ความฝันของเยาวชน มามิกซ์กัน จนเป็นส่วนผสมที่ลงตัว
นี่ไม่ใช่ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลแล้วครับ แต่เป็น "เฟสติวัล" กันเลยทีเดียว
มันสนุก และมีสตอรี่มากมาย จนช่อง 3, PPTV, ไทยรัฐ ยังเอาไปเล่นข่าว คือถ้าคุณสร้างโมเดลจนช่องคู่แข่งต้องเอาไปเสนอข่าวขนาดนี้ ก็ถือว่าผู้จัดประสบความสำเร็จมากๆ แล้ว
ไว้ปีหน้า ทำบอล 7 สี ให้อลังการยิ่งกว่าเดิมเลยนะครับ และหวังว่า เราจะได้เห็นเทพนิยายอะไรแบบนี้อีก
สุดท้าย ขอฝากอีกครั้งด้วยความรักจริงๆ ถึงผู้จัด คือเรื่องความปลอดภัย ไม่เอาเละเทะ และเสี่ยงอันตรายแบบนัดชิงปีนี้แล้วนะครับ
แต่ก็นะ ประสบการณ์จากวันนี้ ผมเชื่อว่า ช่อง 7 จะได้เรียนรู้แล้วเอาไปแก้ไขให้ดีขึ้น และพวกเขาจะคัมแบ็กกลับมาในปีหน้า อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งกว่านี้แน่นอนครับ
-----------------
#Singha #ถ้าใจบอกว่าใช่แล้วจะรออะไร
CR. วิเคราะห์บอลจริงจัง
ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ในบ้าน นัดล่าสุดที่เจอไต้หวัน มีคนดู 13,970 คน แต่ในบอลช่อง 7 นัดชิง มีคนเข้ามาดู มากกว่านั้น ผมประเมินด้วยตา ต้องมี 30,000 อัพ อันนี้ยังไม่นับที่เข้าสนามไม่ได้ ต้องไปดูทีวีจอยักษ์ ที่หน้าอาคารนิมิบุตรอีก
พระเจ้า ... ดีมานด์ความต้องการเข้ามาชมเกม ยังกับคิงส์คัพในสมัย 30-40 ปีที่แล้ว อะไรมันจะขนาดนั้น
บอลนักเรียนมัธยม แต่กลับฮอตฮิตได้ขนาดนี้ เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ
แน่นอน เครดิตส่วนหนึ่ง เราต้องยกให้การพุ่งทะยานขึ้นมา ของโรงเรียนหมอนทองฯ กับซินเดอเรลล่าสตอรี่ โรงเรียนเล็กๆ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่พลิกล็อกเอาชนะ มหาอำนาจในลูกหนังขาสั้นได้รอบแล้วรอบเล่า ตั้งแต่อัสสัมชัญ ธนบุรี, เทพศิรินทร์ และ อัสสัมชัญ ศรีราชา
"รถขนฝัน" บวกกับการอุทิศตัวของอาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ ทุกอย่างเป็นเครื่องส่งเสริม ทำให้ สตอรี่ของโรงเรียนหมอนทองฯ สามารถขายได้ในระดับประเทศ
แต่จริงๆ ฝั่งอบจ.ชัยนาท ก็มีเรื่องราวที่สวยงามไม่ด้อยไปกว่ากัน ตลอดเส้นทางของพวกเขา ก็ฝ่าด่านยากๆ มาตลอด เคยโดนใบแดงแล้วพลิกกลับมาชนะก็มี
อบจ.ชัยนาท ไม่ใช่โรงเรียนโนเนม พวกเขาคือคะคาเดมี่ของสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล มีชื่อเล่นว่า "นกใหญ่ จูเนียร์" ถือว่ามีชื่อเสียงในฟุตบอลขาสั้นระดับหนึ่ง
ในอดีตเคยได้แชมป์ กรมพละถ้วย ข, เคยได้แชมป์เจลีก ยูธ ชาลเลนจ์ ส่วนบอล 7 สี เคยเข้าลึกสุดคือรอบชิงในปี 2023 แต่แพ้กันทรารมณ์
ดังนั้น ฝั่งอบจ.ชัยนาท ก็มีแพสชั่น มีความฝันที่จะคว้าแชมป์บอล 7 สี เป็นครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนเช่นกัน
เมื่อต่างคนต่างมีความฝัน ก็ต้องมาวัดกันในสนาม และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น จบลงที่อบจ.ชัยนาท ชนะไป 2-1 ซึ่งผมคิดว่าแฟร์ดีแล้ว ต้องขอแสดงความยินดีด้วยจากใจจริงๆ
ส่วนหมอนทองฯ แม้จะแพ้ แต่ก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจ การมาถึงจุดนี้ได้ ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ แล้ว ก่อนทัวร์นาเมนต์เริ่ม ถ้าบอกว่าหมอนทองจะมาถึงนัดชิงได้ ก็ดูโอเวอร์เกินจริงแล้ว
ผมว่าจุดแตกต่างของแมตช์นัดชิง คือทัศนคติของผู้เล่นนี่ล่ะครับ นักเตะที่กำลังจะไปเล่นอาชีพ อย่าง อบจ.ชัยนาท พวกเขารับมือกับแรงกดดันได้ดีกว่า โดนนำก่อนแต่ไม่เป๋
คือไม่ใช่หมอนทองฯ ไม่ดี แต่จังหวะต่างๆ ยังไม่ละเอียด นักเตะหลายคน เลือกจะโซโล่ไปเอง ทั้งๆ ที่สามารถจ่ายบอลให้เพื่อน ในตำแหน่งที่ดีกว่าได้ จุดนี้ถ้าพวกเขาจะไปต่อในเลเวลที่สูงกว่านี้ ก็ต้องพัฒนากันต่อไปครับ
-----------------
รายการฟุตบอลแชมป์กีฬา 7 HD หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่าบอล 7 สี เป็นอีเวนต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล และพูดได้เต็มปากว่า เป็นบอลเยาวชนอันดับหนึ่งของประเทศไทย ในแง่ความนิยม
ก่อนที่จะไปชื่นชมในความสำเร็จของรายการนี้ ผมขอตำหนิผู้จัดการแข่งขัน แค่เรื่องเดียวเท่านั้น นั่นคือการวางแผนรักษาความปลอดภัยในนัดชิงชนะเลิศ
เข้าใจว่าช่อง 7 อยากให้คนที่อุตส่าห์มา ได้เข้ามาดูในสนามให้เยอะที่สุด จนต้องเปลี่ยนแผน พอสแตนด์เต็มแล้ว ก็ให้ลงไปนั่งในลู่วิ่งได้ โดยไม่มีการควบคุมอะไรเลย
ในเชิงความอลังการ ก็ใช่ มันยิ่งใหญ่ มันงดงาม แต่พวกเขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย
พื้นที่ เทคนิคัล แอเรีย มีคนดูนั่งยึดเต็มไปหมด แทนที่โค้ชกับตัวสำรองจะได้อยู่ในเขตม้านั่งสำรอง ต้องขนเก้าอี้มานั่งใกล้ๆ Pitch แทน มันใช่หรือ?
แล้วเขตรอบๆ Pitch มีคนดูมานั่ง จนแทบจะติดโกล์ ลองคิดดูว่า ถ้าเกิดมีแฟนบอลไม่พอใจการตัดสินแล้วลงมากระทืบนักเตะ มันจะเป็นยังไง วันนี้ผมเห็นแฟนบอลหลายคนตะโกนชี้หน้าด่า นักเตะอบจ.ชัยนาท แบบประชิดเลย มันใช่สิ่งที่เยาวชนจะต้องเผชิญหรือ?
แล้วคนดูเข้ามาเกินความจุขนาดนี้ ถ้ามีเหตุร้ายเหยียบกันทำอย่างไร แต่ละจุดมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยน้อยมากๆ ได้คิดถึง worst case บ้างไหม
เช่นเดียวกับ เส้นทางของรถพยาบาลก็โดนคนดูนั่งปิดเอาไว้ ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน แล้วต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที จะจัดการอย่างไร
เข้าใจว่า คนดูเข้ามาชมเยอะกว่าที่ประเมินมากๆ แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้คนเข้ามาได้มากขนาดนี้ ถ้ารู้ตัวว่า ไม่มีวิธีจัดการ ไม่มีการ์ด ไม่มีตำรวจมากพอ ก็ต้องจำกัดปริมาณคนดูสิครับ
ผมเห็นเพจช่อง 7 โพสต์ว่า "คุณเห็นภาพแบบนี้ ครั้งสุดท้ายเมื่อไร?" คือก็ใช่ คนมันเยอะ แต่เอาไปเทียบกับรายการอื่นไม่ได้สิครับ อีเวนต์อื่นเขาขายบัตร และกำหนดจำนวนคนดูไงครับ
AFF นัดชิงที่เจอเวียดนาม เมื่อต้นปีนี้ มีคนซื้อบัตร sold out ราชมังฯ นะครับ 46,982 ใบ ถ้าหากสมาคมฟุตบอลจะขายต่อไปเรื่อยๆ ก็มีคนซื้ออีก แต่เขาหยุดขายไงครับ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด
แต่บอล 7 สีวันนี้ ผู้จัดปล่อยให้เข้ามาอย่างอิสระจนมีความเสี่ยง ผมว่ามันไม่ใช่สิ่งที่จะอวดอ้างด้วยความภูมิใจนะครับ
ปีนี้ถือว่าโชคดีไป ที่ไม่เกิดเรื่องร้าย ก็แค่ดีเลย์นัดชิงไป 33 นาที แต่คุณจะโชคดีในปีหน้าหรือเปล่าก็ไม่รู้ ดังนั้น ก็หวังว่าในปี 2569 จะมีการวางแผนที่ดีกว่านี้นะครับ
ผมขอตำหนิแค่นี้ครับ ส่วนในพาร์ทคำชื่นชม ก็แน่นอนว่า มีมากกว่าเยอะเลย และผมคิดว่า อีเวนต์นี้ ถือเป็นคุณูปการต่อวงการฟุตบอลไทยมากๆ
สิ่งที่เรามั่นใจได้เลย นั่นคือการบูมของบอล 7 สี ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มาจากการวางแผนที่ยอดเยี่ยมของฝ่ายจัดการแข่งขัน
อย่างแรก คือการเลือกฟอร์แมตของการแข่งขัน ให้เป็นบอล 7 คน ล้อไปกับชื่อสถานี (ช่อง 7)
บอล 11 คน นักเตะจำเป็นต้องเข้าใจเรื่องแท็กติกเป็นอย่างดี ต้องรู้หน้าที่ว่าตัวเองทำอะไร แต่กับบอล 7 คนนั้น จะซับซ้อนน้อยกว่า แท็กติกไม่เยอะ เน้นเรื่องการบู๊แหลก เพื่อยิงให้ได้
การวางแผนต่างๆ มันจะคนละเรื่องกับบอล 11 คน เพราะกฎล้ำหน้าก็ไม่มี ไม่ต้องเช็กไลน์ ไม่ต้องอะไรทั้งนั้น เอาเป็นว่ามันคนละศาสตร์กัน
มันจะให้ฟีลเหมือนดูฟุตซอล หรือ ดูบาสเกตบอล นั่นคือเกมเร็ว โต้กันตลอด เหมือนดูหนังแอ็กชั่น ยังไงก็ดูสนุก
มีคนกระตุ้นว่าช่อง 7 เปลี่ยนไปทำบอล 11 คนสิ ถ้าอยากพัฒนาฟุตบอลไทยจริงๆ แต่พวกเขาจะทำแบบนั้นทำไม ในเมื่อค้นพบสูตรสำเร็จของตัวเองแล้ว
อย่างที่สอง คือ การทำโปรดักชั่นของช่อง 7 เอง ที่ใช้กล้องถ่ายทอดสดคุณภาพแบบเดียวกับที่เคยถ่ายทีมชาติชุดใหญ่ มีภาพหลายมุม มีโดรน ภาพสวยงามอลังการ เป็นรายการบอลเยาวชนที่มีภาพสวยงามที่สุดแล้ว
นักกีฬาเมื่อเห็นการถ่ายทอดสดขนาดนี้ ก็ตั้งใจเล่นมากขึ้น แล้วพวกเขาก็รู้ดี ว่าการกระทำทุกอย่างของตัวเอง จะถูกบันทึกไว้ตลอด ดังนั้นเวลาเล่นฟุตบอล ก็จะไม่เกเร ไม่เล่นนอกเกม คนดูก็แฮปปี้ ที่ได้ดูนักบอล ไม่ใช่ดูนักเลงในสนาม
เช่นเดียวกับการเลือกสนามแข่ง ที่ตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นต้นไป ผู้จัดจะไปเช่าสนามกีฬาแห่งชาติ ศุภชลาศัย ก็เป็นเหมือนจุดมุ่งหมายของเด็กๆ ที่อยากจะไปให้ถึงจุดนั้นให้ได้
อย่างที่สาม คือ ความเข้าใจโลกโซเชียลมีเดีย อธิบายคือ ทีมงานช่อง 7 ไม่ใช่แค่ถ่ายบอลอย่างเดียว แต่ยังหาแง่มุมต่างๆ เอามาเล่าตลอด
ในติ๊กตอก ของช่อง 7HD จะขยันหาประเด็นไวรัลในมิติต่างๆ เอามาขยายต่อ คนดูแต่ละคลิป พุ่งกระฉูดเป็นแสนเป็นล้านวิว คือช่อง 7 เข้าใจดีว่าประเด็นเหล่านี้แหละ ที่ทำให้ทัวร์นาเมนต์มันนิยมขึ้น
พวกเขาจับประเด็นต่างๆ เอามาขยี้ต่อได้อย่างสุดยอดมาก เรื่องอาจารย์สกล, รถขนฝัน, วิตินญ่าบางน้ำเปรี้ยว ฯลฯ ช่อง 7 ใช้ประสบการณ์ของสื่อมวลชน ทำให้แต่ละเรื่องมันละเอียดขึ้น, Deep ขึ้น คือไปไกลกว่าแค่จัดแข่งฟุตบอลแล้ว แต่นี่คือ Hero Product ของช่องเลยทีเดียว
---------------------
หลังจากทัวร์นาเมนต์บอล 7 สีจบลง การได้เห็นคนไทยฟีเวอร์เรื่องบอลเยาวชน ในฐานะที่เป็นนักข่าวกีฬา ก็ต้องยอมรับว่าดีใจครับ
ผมฝันมาตลอด ว่าอยากเห็นอีเวนต์กีฬาเยาวชน ที่คนไทยมีแพสชั่นมากๆ แบบเดียวกับ เบสบอลโคชิเอ็งของประเทศญี่ปุ่น
ดังนั้นมันเป็นเรื่องน่าดีใจครับ ที่มีคนมาดูบอลเยาวชนพร้อมกัน หลายหมื่นในสนาม และดูแบบไลฟ์ เป็นล้านคนทั่วประเทศ แม้แต่ ครีเอเตอร์, ดารานักร้อง, เซเล็บ แต่ละคนก็อยากมีส่วนร่วมกับโมเมนต์เหล่านี้ด้วย
จริงอยู่ เวลาดารา หรือ เซเล็บ เข้ามาดูบอล เข้ามาอัดฉีด บางคนวิจารณ์ว่า "หาแสง" หรือเปล่า ผมก็คิดว่า แล้วมันจะเป็นไรล่ะ? การช่วยผลักดันให้การแข่งกีฬาได้รับความสนใจมากขึ้น ให้คนพูดถึงมากขึ้น มันก็มีแต่ประโยชน์ไม่ใช่หรือ ผมหาข้อเสียไม่เจอครับ
แล้วอีกเรื่อง ที่ทำให้ผมมีความสุขมากขึ้นไปอีก ในการดูบอล 7 สี คือได้เห็นความคึกคักของคอมมิวนิตี้ครับ เช่น คนฉะเชิงเทรา คนชัยนาท ต่างตื่นเต้นที่ลูกหลานในจังหวัดตัวเอง ได้ก้าวไปสู่เวทีที่ใหญ่ขนาดนี้
ในปีหน้า คนแต่ละจังหวัดก็คงเฝ้าฝัน ว่าจะได้มาดูบอลที่สนามศุภชลาศัย มาเชียร์โรงเรียนในจังหวัดของตัวเองสักครั้งครับ
สำหรับข้อดีของบอล 7 สี ที่เกิดขึ้นกับทีมฟุตบอลอย่างเป็นรูปธรรมก็คือ โรงเรียนที่เข้ารอบลึกๆ ในรายการนี้ ก็จะถูกสนใจมากขึ้น นำมาซึ่งสปอนเซอร์สนับสนุนชมรมฟุตบอลของโรงเรียน ในอนาคตข้างหน้า เหมือนอย่างโรงเรียนหมอนทองฯ ที่ได้ "รถบัสหนึ่งคัน" ราคา 4.5 ล้านบาทไปแล้ว
ส่วนข้อดีที่เกิดขึ้นกับตัวนักเตะ นั่นคือ ผู้เล่นบางคนที่แฟนบอลไม่เคยรู้จักมาก่อน ก็ได้อยู่ในสปอตไลท์ และมีโอกาสได้ไปต่อในเส้นทางอาชีพ เหมือนอย่าง วรากร ช่างเขียนดี ที่ได้เซ็นสัญญากับการท่าเรือ เอฟซี ไปเรียบร้อยแล้ว
สมมุติว่าคุณดังจากฟุตบอล 7 คน ในยุคปัจจุบันนี้ ก็สามารถไปต่อได้หลายเวย์ครับ เวย์แรกคือเดินหน้าลุย ในฟุตบอล 11 คน
MVP ปี 2016 - ปรเมศย์ อาจวิไล (โพธินิมิตวิทยาคม) ติดทีมชาติชุดใหญ่
ดาวซัลโว ปี 2019 - ธีรศักดิ์ เผยพิมาย (สุรศักดิ์มนตรี) ติดทีมชาติชุดใหญ่
MVP ปี 2022 - อิคลาส สันหรณ (เทพศิรินทร์) ติดทีมชาติชุด u-23
มีตัวอย่างของรุ่นพี่ที่ทำได้ดีในบอล 7 สี แล้วไปสุดจนถึงทีมชาติ ดังนั้นน้องๆ กลุ่มนี้ ก็อาจไปถึงขนาดนั้นได้ครับ
หรือถ้าบอล 11 คนเล่นแล้วไม่รุ่ง ในยุคปัจจุบันก็มีชอยส์หลากหลายให้คุณลุยต่อ
ในปัจจุบัน กกท. ได้อนุมัติรับรอง "สมาคมฟุตบอลไทยทีซ่า" หรือบอล 7 คนแห่งประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว นั่นแปลว่า คุณจะไปเอาดีทางบอล 7 คนให้สุดเลยก็ได้
จริงอยู่ครับ คงไม่ใช่ทุกคนที่ดังจากรายการ 7 สี แล้วจะก้าวไปสู่การเล่นอาชีพได้
แต่อย่างน้อย เด็กๆ ในรายการ 7 สี ก็จะ "ถูกเห็น" มากขึ้น ได้โอกาสมากขึ้น และใครจะไปรู้ เราก็อาจได้เพชรเม็ดงามมาสู่วงการฟุตบอลมากขึ้น อีกสักหนึ่งคนก็ยังดี
-----------------
ฟุตบอล 7 สี จบลงเรียบร้อยแล้ว ขอยินดีกับ อบจ.ชัยนาท อีกครั้งกับแชมป์ครั้งแรก และเป็นกำลังใจให้โรงเรียนหมอนทองวิทยา คัมแบ็กกลับมาได้อย่างแข็งแรงในอนาคต
ส่วนช่อง 7HD ต้องชื่นชมจริงๆ ว่าทำโปรเจ็กต์นี้ได้อย่างสุดยอด เอากีฬา ความบันเทิง เรื่องราวเบื้องหลัง และ ความฝันของเยาวชน มามิกซ์กัน จนเป็นส่วนผสมที่ลงตัว
นี่ไม่ใช่ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลแล้วครับ แต่เป็น "เฟสติวัล" กันเลยทีเดียว
มันสนุก และมีสตอรี่มากมาย จนช่อง 3, PPTV, ไทยรัฐ ยังเอาไปเล่นข่าว คือถ้าคุณสร้างโมเดลจนช่องคู่แข่งต้องเอาไปเสนอข่าวขนาดนี้ ก็ถือว่าผู้จัดประสบความสำเร็จมากๆ แล้ว
ไว้ปีหน้า ทำบอล 7 สี ให้อลังการยิ่งกว่าเดิมเลยนะครับ และหวังว่า เราจะได้เห็นเทพนิยายอะไรแบบนี้อีก
สุดท้าย ขอฝากอีกครั้งด้วยความรักจริงๆ ถึงผู้จัด คือเรื่องความปลอดภัย ไม่เอาเละเทะ และเสี่ยงอันตรายแบบนัดชิงปีนี้แล้วนะครับ
แต่ก็นะ ประสบการณ์จากวันนี้ ผมเชื่อว่า ช่อง 7 จะได้เรียนรู้แล้วเอาไปแก้ไขให้ดีขึ้น และพวกเขาจะคัมแบ็กกลับมาในปีหน้า อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งกว่านี้แน่นอนครับ
-----------------
#Singha #ถ้าใจบอกว่าใช่แล้วจะรออะไร
CR. วิเคราะห์บอลจริงจัง
https://www.facebook.com/photo?fbid=1442597350565446&set=a.243815820443611

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น