“แม่บทกฎหมายใหม่”
(แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
#เรื่องการสมรส มาตรา 1435–1437)
กฎหมายฉบับนี้เป็นการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วย การหมั้น–การสมรส ให้สอดคล้องกับสังคมปัจจุบัน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 22 มกราคม 2568 เป็นต้นไป จุดประสงค์สำคัญคือ
• ทำให้กฎหมายไทย ยอมรับการสมรสของบุคคลทุกเพศ
• ปรับถ้อยคำให้ เป็นกลางทางเพศ (Gender–neutral)
• ทำให้สิทธิและหน้าที่ของคู่สมรสทั้งสองฝ่าย เท่าเทียมกัน
• ยกเลิกเงื่อนไขที่จำกัดอยู่เฉพาะ “ชาย–หญิง” แบบเดิม
1) อายุขั้นต่ำในการสมรส (มาตรา 1435)
• เดิม: 17 ปีบริบูรณ์
• ใหม่: 18 ปีบริบูรณ์
ปรับให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเป็นอายุที่กฎหมายไทยถือว่าบรรลุนิติภาวะมากขึ้น
2) คู่สมรส (มาตรา 1435)
• เดิม: ต้องเป็น “ชายและหญิง”
• ใหม่: บุคคลทั้งสองฝ่าย ไม่กำหนดเพศ
เปิดทางให้ คู่รักทุกเพศ (ชาย–ชาย, หญิง–หญิง, ไม่ระบุเพศ) สามารถหมั้นและสมรสได้ถูกต้องตามกฎหมาย
3) ผู้ให้ของหมั้น / ผู้รับของหมั้น (มาตรา 1437)
• เดิม: ฝ่ายชายให้–ฝ่ายหญิงรับ
• ใหม่: ฝ่ายผู้หมั้นให้–ฝ่ายผู้รับหมั้น
เปลี่ยนเป็นกลางทางเพศ สะท้อนว่า “ใครจะให้ก็ได้” ไม่จำกัดว่าผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายรับเสมอ
4) ผู้ให้สินสอด / ผู้รับสินสอด (มาตรา 1437)
• เดิม: ฝ่ายชายเป็นผู้ให้เสมอ
• ใหม่: ฝ่ายผู้หมั้นเป็นผู้ให้
ปรับบทบาทให้ไม่ยึดโยงกับเพศ แต่ผูกกับการตกลงของคู่หมั้นทั้งสองฝ่าย
5) การใช้คำทางกฎหมาย
• เดิม: ใช้คำว่า “ทำบุญชูสาว”, “ฝ่ายหญิง”, “ชาย–หญิง”
• ใหม่: ใช้คำแบบเป็นกลางทางเพศ เช่น “ทำบุญชู้” หรือคำทั่วไปที่ใช้ได้กับทุกคู่
ลดการตีความแบบเลือกปฏิบัติ และให้กฎหมายรองรับทุกกลุ่มประชากรฃ
สรุปใจความสำคัญที่สุด
กฎหมายใหม่นี้ เปิดให้คู่รักทุกเพศสมรสได้ตามกฎหมาย, กำหนดอายุขั้นต่ำชัดเจนขึ้นเป็น 18 ปี และปรับคำในกฎหมายให้เป็นกลางทางเพศ เพื่อให้กฎหมายสอดคล้องกับสังคมที่หลากหลายและมีความเท่าเทียมมากขึ้น
cr.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น