รูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่น
มี 2 รูปแบบ ได้แก่
1. รูปแบบทั่วไป
ประกอบด้วย
1.1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)
1.2 เทศบาล
1.3 องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
2. รูปแบบพิเศษ
ประกอบด้วย
2.1 กรุงเทพมหานคร (กทม.)
2.2 เมืองพัทยา
หน้าที่และอำำนาจ
อบต. มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดระบบบริการสาธารณะต่างๆ ในเขตพื้นที่ตำบล เช่น การสาธารณูปโภค การสาธารณสุข การคุ้มครองและบำรุงรักษา ศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรม สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ การส่งเสริม และพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน คนพิการ ฯลฯ
อบต. มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดระบบบริการสาธารณะต่างๆ ในเขตพื้นที่ตำบล เช่น การสาธารณูปโภค การสาธารณสุข การคุ้มครองและบำรุงรักษา ศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรม สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ การส่งเสริม และพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน คนพิการ ฯลฯ
องค์การบริหารส่วนตำบล
เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความสำคัญต่อท้องถิ่นเป็นอย่างมากมีขนาดเล็ก และอยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ชนบทซึ่งจัดตั้งโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เพื่อดูแลและจัดทำบริการสาธารณะแก่ประชาชนในหมู่บ้าน ตำบล มีฐานะเป็นนิติบุคคล
โครงสร้างการบริหารอบต. (มาจากการเลือกตั้งโดยตรง)
ฝ่ายบริหาร
-ผู้บริหาร
(นายกอบต.)
ฝ่ายนิติบัญญัติ
-สภาอบต.
เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความสำคัญต่อท้องถิ่นเป็นอย่างมากมีขนาดเล็ก และอยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ชนบทซึ่งจัดตั้งโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เพื่อดูแลและจัดทำบริการสาธารณะแก่ประชาชนในหมู่บ้าน ตำบล มีฐานะเป็นนิติบุคคล
โครงสร้างการบริหารอบต. (มาจากการเลือกตั้งโดยตรง)
ฝ่ายบริหาร
-ผู้บริหาร
(นายกอบต.)
ฝ่ายนิติบัญญัติ
-สภาอบต.
การได้มาซึ่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (นายกอบต. และส.อบต.)
มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยมีที่มาดังนี้
(1) นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (นายกอบต.) ให้ใช้เขตอบต.เป็นเขตเลือกตั้ง
(2) สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) ใช้เขตหมู่บ้านเป็นเขตเลือกตั้ง เว้นแต่ หมู่บ้านใดมีราษฎรไม่ถึง 25 คน ให้รวมหมู่บ้านนั้นกับหมู่บ้านที่มีพื้นที่ติดต่อกันและรวมกันแล้วมีราษฎรถึง 25 คน เป็นเขตเลือกตั้งเดียวกัน
#นายกองค์การบริหารส่วนตำบลและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
-สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ประกอบด้วย สมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
-หากอบต.ใดมีเขตเลือกตั้ง (หมู่บ้าน) ไม่ถึง 6 เขตเลือกตั้ง (หมู่บ้าน) ให้สภาอบต.นั้น ประกอบด้วยสมาชิก จำนวน 6 คน ดังนี้
-ถ้ามี 1 เขตเลือกตั้ง ให้มีสมาชิกสภาอบต. 6 คน
- ถ้ามี 2 เขตเลือกตั้ง ให้มีสมาชิกสภาอบต. ได้เขตเลือกตั้งละ 3 คน
- ถ้ามี 3 เขตเลือกตั้ง ให้มีสมาชิกสภาอบต. ได้เขตเลือกตั้งละ 2 คน
- ถ้ามี 4 เขตเลือกตั้ง ให้มีสมาชิกสภาอบต. ได้เขตเลือกตั้ง 1 คนก่อน แล้วเพิ่มให้เขตเลือกตั้งที่มีจำนวนราษฎรมากที่สุด 2 เขตเลือกตั้งแรก เขตเลือกตั้งละ 1 คน
- ถ้ามี 5 เขตเลือกตั้ง ให้มีสมาชิกสภาอบต. ได้เขตเลือกตั้ง 1 คน และเพิ่มให้เขตเลือกตั้งที่มีจำนวนราษฎรมากที่สุดอีก 1 คน
#
(1) นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (นายกอบต.) ให้ใช้เขตอบต.เป็นเขตเลือกตั้ง
(2) สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) ใช้เขตหมู่บ้านเป็นเขตเลือกตั้ง เว้นแต่ หมู่บ้านใดมีราษฎรไม่ถึง 25 คน ให้รวมหมู่บ้านนั้นกับหมู่บ้านที่มีพื้นที่ติดต่อกันและรวมกันแล้วมีราษฎรถึง 25 คน เป็นเขตเลือกตั้งเดียวกัน
#นายกองค์การบริหารส่วนตำบลและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
-สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ประกอบด้วย สมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
-หากอบต.ใดมีเขตเลือกตั้ง (หมู่บ้าน) ไม่ถึง 6 เขตเลือกตั้ง (หมู่บ้าน) ให้สภาอบต.นั้น ประกอบด้วยสมาชิก จำนวน 6 คน ดังนี้
-ถ้ามี 1 เขตเลือกตั้ง ให้มีสมาชิกสภาอบต. 6 คน
- ถ้ามี 2 เขตเลือกตั้ง ให้มีสมาชิกสภาอบต. ได้เขตเลือกตั้งละ 3 คน
- ถ้ามี 3 เขตเลือกตั้ง ให้มีสมาชิกสภาอบต. ได้เขตเลือกตั้งละ 2 คน
- ถ้ามี 4 เขตเลือกตั้ง ให้มีสมาชิกสภาอบต. ได้เขตเลือกตั้ง 1 คนก่อน แล้วเพิ่มให้เขตเลือกตั้งที่มีจำนวนราษฎรมากที่สุด 2 เขตเลือกตั้งแรก เขตเลือกตั้งละ 1 คน
- ถ้ามี 5 เขตเลือกตั้ง ให้มีสมาชิกสภาอบต. ได้เขตเลือกตั้ง 1 คน และเพิ่มให้เขตเลือกตั้งที่มีจำนวนราษฎรมากที่สุดอีก 1 คน
#

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น