วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

#ผังสถานที่รับสมัครสมาชิกสภาอบต.และนายกอบต.กันทรารมย์ อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์

 #ผังสถานที่รับสมัครสมาชิกสภาอบต.และนายกอบต.กันทรารมย์ อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์






การจับสลาก ในขั้นตอนการรับสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่น

 


🛑การจับสลาก ในขั้นตอนการรับสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่น
กรณี ผู้สมัครมาพร้อมกันก่อนเวลา 08.30น. และไม่สามารถตกลงลำดับการยื่นใบสมัครกันได้🛑
✴️ จะมีการจับ 2 ครั้ง
✴️ ครั้งที่ 1 จับโดย ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเพื่อจัดลำดับการจับสลากในครั้งที่ 2 โดยการเขียนชื่อผู้สมัครที่มาพร้อมกันก่อนเวลา 08:30 น. ใส่ลงในภาชนะทึบแสง
✴️ ครั้งที่ 2 จับโดยผู้สมัคร ที่ผ่านการจัดลำดับในครั้งแรกตามลำดับเมื่อผู้สมัครจับได้ หมายเลข ที่ใส่ลงในภาชนะทึบแสงหมายเลขใด ผู้สมัครจะได้ลำดับนั้นเป็นลำดับ(เป็นคิว)ในการยื่นใบสมัคร
✳️ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ภาชนะทึบแสง สลากที่ใช้เขียนชื่อนามสกุลผู้สมัคร สลากที่เขียนลำดับที่ จอหรือป้ายแสดงผลการจับสลาก
💥 การจับสลากแบบนี้จะนำมาใช้จับสลากกรณีที่ผลคะแนนของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ได้คะแนนเท่ากัน แล้วต้องใช้วิธีการจับสลากเพื่อหาผู้ได้รับการเลือกตั้งด้วย
🛑 ปล. จะใช้คำว่า “สลาก” หรือ “ฉลาก” ก็ได้ไม่ผิดหลักภาษาไทย ใช้ได้ทั้งสองคำ
***ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2568 ข้อ 92 และข้อ 93**

cr. ท่าน สรรเพชร เฮงสากล



วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

🕺💃 #ท่านที่ต้องการทราบว่าในปีนี้จะเคราะห์ดีหรือร้ายให้นับอายุเต็มเศษเดือนตัดทิ้ง ดูภาพประกอบ #ชายนับไปขวา #หญิงนับไปซ้าย เริ่มจากเจดีย์ จนครบเท่าอายุปัจจุบันของท่าน

 


1. ถ้าตกที่ “เจดีย์” ท่านว่า ชะตาปีนี้ดีนัก จะมีความสุขกาย สบายใจ ได้ทำบุญกุศไพศาล จะมีโชคลาภ ได้ของขวัญที่ชอบใจ ถ้าเป็นโสดจะได้พบเนื้อคู่ ทำมาค้าขาย จะทำกำไรงาม แม้มีคดีความก็ชนะ ตั้งจิตปรารถนาสิ่งใด จะได้ดังต้องการ ให้ทำบุญ ถวายสังฆทาน รักษาศีลเป็นประจำ จะเจริญรุ่งเรือง มีความสุขยิ่งขึ้นเร็วขึ้น
2. ถ้าตกที่ “ฉัตรเงิน” ท่านว่า ชะตาปีนี้จะมีความสุข ได้ลาภทรัพย์สินเงินทอง ปราศจากความทุกข์ร้อน และมียศฐาบรรดาศักดิ์ ได้เลื่อนตำแหน่ง อำนาจวาสนาดี ได้เป็นใหญ่เป็นโต คิดทำสิ่งใดจะสำเร็จดังประสงค์ มีคนอุปถัมภ์ค้ำชูช่วยเหลือให้เจริญก้าวหน้า ให้รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน เข้าหาผู้ใหญ่ เอาใจผู้น้อย เสริมความก้าวหน้าด้วยบุญแสงสว่าง ธูปเทียน
3. ถ้าตกที่ “คนคอขาด” ท่านว่า ชะตาปีนี้ให้ระวัง จะต้องโทษทัณฑ์ ผู้ใหญ่จะให้โทษ จะเสียเงินทองเพราะญาติพี่น้อง ให้ทำบุญปล่อยสัตว์ หรือทำบุญกับคนมีอายุ และเลี้ยงเด็กกำพร้า จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น และหมั่นไหว้พระสวดมนต์ อุทิศบุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรจะทำให้เคราะห์ร้ายกลายเป็นดีขึ้น
4. ถ้าตกที่ “เรือนหลวง” ท่านว่า ชะตาปีนี้ดี จะมีอำนาจจะได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง การงาน การเงิน มีความก้าวหน้า จะมีโชคลาภ คิดการสิ่งใดสำเร็จดังประสงค์ สตูที่คิดร้ายจะแพ้ภัยไปเอง คนโสดจะพบเนื้อคู่ที่ต้องใจ ชีวิตมีความมั่นคงเป็นหลักเป็นฐานกว่าที่ผ่านมา ทำบุญเสริม บุญโรงทาน น้ำดื่ม ค่าน้ำ-ไฟวัด
5. ถ้าตก “ปราสาท” ท่านว่า ชะตาปีนี้ถ้าเป็นโสดจะได้พบเนื้อคู่ จะมีโชคลาภวาสนาดี ได้แก้วแหวนเงินทอง ศัตรูที่คิดร้ายจะทำอันตรายไม่ได้ จะมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และมีความสุขกายสบายใจอย่างยิ่ง ให้เสริมบารมีด้วยการสวดมนต์และรักษาศีล 5 ในวันเกิด หรือทุกๆวันจะดียิ่งขึ้นไป
6. ถ้าตกที่ “ราหู” ท่านว่า ชะตาปีนี้มีเคราะห์ร้ายจะเสียเลือดเสียเนื้อได้รับบาดเจ็บจากของมีคม หรือป่วยหนักถึงกับต้องผ่าตัด มีผู้ไม่หวังดียุแยงให้เกิดความวุ่นวาย จะหลงใหลในสิ่งที่ทำให้พบกับความเดือดร้อน ให้ทำบุญถวายสังฆทาน ข้าวสารอาหารแห้ง สวดมนต์แผ่เมตตา ไถ่ชีวิตโคกระบือ ปล่อยนกปล่อยปลา จะทำให้เรื่องร้ายบรรเทาลงและได้ลาภ
7. ถ้าตกที่ “ฉัตรทอง” ท่านว่า ชะตาปีนี้จะมีความสุขไม่ทุกข์ร้อน จะได้ของกำนันแก้วแหวนเงินทอง ได้เป็นเจ้าคนนายคน ถ้ารับราชการจะได้เลื่อนยศตำแหน่ง ตั้งตัวเป็นหลักเป็นแหล่งได้ มีผู้ใหญ่อุปถัมภ์อยู่เนืองๆ ให้ทำบุญปิดทองพระหรือถวายหนังสือเรียนแก่พระภิกษุ แก่เด็กที่ขาดแคลนอุปกรณ์การเรียน หรือหนังสือสวดมนต์ จะเสริมชะตาให้ดียิ่งขึ้น
8. ถ้าตกที่ “เทวดาขี่เต่า” ท่านว่า ชะตาปีนี้ให้ระวังจะเกิดเรื่องร้อนใจ อาจต้องจากที่อยู่อาศัย จะได้ลาภบ้างแต่ไม่มั่นคง รายรับหามาได้เท่าไหร่ก็หมด ชะตาปีนี้ดีครึ่งไม่ดีครึ่ง ให้ถือศีล 5 อย่างเคร่งครัดหรือบวชชีพราหมณ์ ปฏิบัติธรรมถือศีล 8 สวดมนต์เป็นประจำ สวดมนต์บูชาพระประจำวันเกิดติดต่อกัน 15 วัน ทำบุญแสงสว่าง จะทำให้มีลาภมีสุขยิ่งขึ้น
9. ถ้าตกที่ “คนต้องขื่อคา” ท่านว่า ชะตาปีนี้ไม่ดีเลยให้ระวังจะถูกญาติหรือมิตรสหายหักหลัง คดโกงคนที่รักจะตีตัวออกห่าง ให้ระมัดระวังโจรผู้ร้ายไม่ควรไปไหนมาไหนคนเดียวในที่เปลี่ยว ของมีค่าหาย อาจจะได้รับโทษทัณฑ์ หรือเป็นคดีความถึงขั้นขึ้นลงขึ้นศาล ให้ทำบุญไถ่ชีวิตโคกระบือหรือถวายสังฆทานหนังสือธรรมะแก่พระภิกษุสามเณร
10. ถ้าตกที่ “พ่อหมอ” ท่านว่า ชะตาปีนี้ดี จะมีผู้ใหญ่เมตตาให้ความอุปถัมภ์ค้ำชู ช่วยเหลือให้มีความเจริญก้าวหน้าและนำลาภมาให้ แต่จะมีข้อแลกเปลี่ยนบางอย่าง เป็นไปในทิศทางที่ดี ให้ทำบุญร่วมสร้างโบสถ์สร้างวิหารสร้างพระ ศาสนสถานจะช่วยให้วาสนาดีขึ้น
11. ถ้าตกที่ “แม่มด” ท่านว่า ชะตาปีนี้ดี จะมีผู้อุปถัมภ์ให้เจริญก้าวหน้า แต่ต้องแลกกับบางสิ่งบางอย่าง เป็นไปในทิศทางที่ดี ให้หมั่นทำบุญกับคนสูงอายุ ในวันเกิดให้กราบเท้าขอขมาบิดามารดา บริจาคโลงศพ บุญแสงสว่าง ผลบุญจะช่วยอุ้มชูให้ชีวิตดีขึ้น
12. ถ้าตกที่ “นาคราช” ท่านว่า จะตาปีนี้ร้าย ร่างกายจะเกิดโรค จะได้รับความเดือดร้อนเพราะโทสะของตน ระวังอย่าใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา ให้หมั่นสวดมนต์พระคาถาชินบัญชร พาหุงมหากาฯ คาถาเมตตาใหญ่ นั่งสมาธิเจริญภาวนา หรือทำบุญด้วยการพิมพ์หนังสือธรรมะแจกเป็นธรรมทาน บุญแสงสว่าง จะช่วยให้ชะตาชีวิตดีขึ้น
#เผยแพร่โดย อ.น้ำฝน นาคราชพยากรณ์
📌 แชร์ได้เป็นธรรมทานจ้า

#สีกากีเป็นสีแห่งดินใส่เพื่อรับใช้แผ่นดิน #ไม่ใช่เพื่อโกงกินแผ่นดิน

 #สีกากีเป็นสีแห่งดินใส่เพื่อรับใช้แผ่นดิน

#ไม่ใช่เพื่อโกงกินแผ่นดิน



#ประวัติ "เขต 8 หาดใหญ่" คือที่ไหน อยู่ตรงไหนของโซนน้ำท่วมหาดใหญ่

 


#ประวัติ "เขต 8 หาดใหญ่" คือที่ไหน อยู่ตรงไหนของโซนน้ำท่วมหาดใหญ่

“เขต 8 หาดใหญ่” อยู่ตรงไหน อาจเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568 เนื่องจากเขต 8 เป็นอีกหนึ่งโซนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากอุทกภัยครั้งใหญ่ มีญาติของผู้ประสบภัยติดต่อขอความช่วยเหลือญาติพี่น้องของตัวเองที่อาศัยอยู่ในเขต 8 หาดใหญ่ เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นโซนพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางเข้าไปถึงได้ยาก เนื่องจากมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวแรง

เปิดประวัติชื่อ “เขต 8 หาดใหญ่” มีที่มาอย่างไร
ที่มาของชื่อ “เขต 8 หาดใหญ่” มาจาก “องค์การโทรศัพท์ (เขต 8) หาดใหญ่ในอดีต” ที่เคยมีการใช้ระบบการแบ่งเขตขององค์การโทรศัพท์ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งจัดสรรเขตการให้บริการและดูแลพื้นที่โซนดังกล่าวเป็นศูนย์เขต 8 ทำให้เป็นที่มาของชื่อเขต 8 ที่ชาวหาดใหญ่ใช้เรียกพื้นที่บริเวณรอบๆ นั้นมาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง

“เขต 8 หาดใหญ่” คืออะไร อยู่ตรงไหน แถวไหนของอำเภอหาดใหญ่
“เขต 8 หาดใหญ่” คือ ชื่อเรียกเดิมของพื้นที่ย่านชุมชนและพาณิชย์ในตัวเมือง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่คนท้องถิ่นคุ้นเคยกันดี ย่านนี้รวมถนนสายหลักอย่าง “ถนนราษฎร์อุทิศ” ตั้งแต่แยกสะพานดำ และชุมชนรอบๆ โดยมีถนนสัจจกุล, ถนนรัตนอุทิศ และถนนเพชรเกษมตัดผ่าน รวมไปถึงมีซอยย่อยๆ อีกมากมาย

ทำไม “เขต 8 หาดใหญ่” มักถูกพูดถึงอยู่เสมอ
“เขต 8 หาดใหญ่” มักถูกพูดถึงบ่อยเมื่อมีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ หรือเหตุฉุกเฉินต่างๆ เพราะเป็นย่านที่มีการจราจรหนาแน่น มีชุมชน ตลาด รวมถึงร้านค้า ผับบาร์ และร้านอาหารหลายแห่ง แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีกระแสที่ระบุว่า เขต 8 หาดใหญ่ จะบางพื้นที่ที่เป็นโซนดาร์กๆ แหล่งรวมตัวของกลุ่มวัยรุ่นชายขอบ และการก่ออาชญากรรมต่างๆ

ล่าสุดเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ล่าสุดปี 2568 “เขต 8 หาดใหญ่” ก็เป็นโซนพื้นที่น้ำท่วมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยสถานการณ์ในวันนี้ (27 พ.ย. 68) มีรายงานว่าระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว คาดว่าเจ้าหน้าที่และกู้ภัยจะสามารถเข้าถึงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้มากขึ้น
cr. ไทยรัฐออนไลน์

เตรียมเลือกตั้งสมาชิกสภาอบต.และนายกอบต.

เรียน ผอ.กต.อบต.และเจ้าหน้าที่ ทุกท่าน @All
ขอเน้นย้ำแนวทางการรับสมัคร ส.อบต. และนายกอบต. ดังนี้
1. ตรวจสอบการถูกจำกัดสิทธิ https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/absvote/
2. โปรแกรมรับสมัคร https://local-elec.ect.go.th/public/ (โปรแกรมและรหัสเดิมในการรับสมัคร กกต.ท้องถิ่น)
3. ตัวอย่างการกรอกหน่วยเลือกตั้ง
4. ตัวอย่างการกรอกในโปรแกรมรับสมัคร
5. ตัวอย่างการรายงานในแต่ละวัน https://docs.google.com/spreadsheets/d/13rRU_AVokFkNQX2SN4Db2y4PhwUXbNoyLRTSKv-87Gw/edit?gid=900243111#gid=900243111
6. ตัวอย่างการส่งหนังสือส่งตรวจสอบคุณสมบัติ และหนังสือยินยอมกองทะเบียนประวัติ (วันที่ 5 ธันวาคม 2568) https://drive.google.com/drive/u/2/folders/1lR4n_EEGnuwYZP40VlteKB6HBClwgn-W
7. รายงานการรับสมัครทุกวัน https://docs.google.com/spreadsheets/d/13rRU_AVokFkNQX2SN4Db2y4PhwUXbNoyLRTSKv-87Gw/edit?gid=900243111#gid=900243111
8. ลิงค์กรอกข้อมูล เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล 2 คน https://docs.google.com/spreadsheets/d/1AOvaTZFjIsNV59ALHKKRYbpDe2sj6nQCkK_TFV-Cm4Y/edit?gid=900243111#gid=900243111
9. กลุ่มไลน์เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล https://line.me/ti/g/QcCz5xUm3f
10. คู่มือการรับสมัคร https://drive.google.com/drive/u/2/folders/1uBvmVUlsIh83ZWEeyRsDr2URt2yWbPi9
11. เอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง https://drive.google.com/drive/u/2/folders/1QuPGlxhj7yxWkgdRl_V93pxcdRf6nCYP
จึงเรียนมาเพื่้อโปรดพิจารณาดำเนินการ

วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติมและระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติมและระเบียบ ประกาศที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติมและระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติมและระเบียบ ประกาศที่เกี่ยวข้อง

โหลดไปอ่านตรงนี้


 https://drive.google.com/file/d/1HLbyz8bY5LkXDE0IkXOrWK8FgBOgQw3r/view?usp=sharing

หรือ

https://storage2.me-qr.com/pdf/6845ef58-2019-4b57-b3a9-2286bd115c2c.pdf?time=1763110065






วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

เอกสารประกอบการปฏิบัติงานการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ตารางปฏิทินการดำเนินงานตามระเบียบฯ กฎหมาย)

 เอกสารประกอบการปฏิบัติงานการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ตารางปฏิทินการดำเนินงานตามระเบียบฯ กฎหมาย)

โหลดไปอ่านตรงลิงก์นี้

https://drive.google.com/file/d/16rEBKzBqhqrdUPzovdnmfCUQ_0hpxoLu/view?usp=sharing





คู่มือที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง

 คู่มือที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง

โหลดตรงนี้

https://drive.google.com/drive/folders/12q_f8tGEub7iulqxgVaOamNYrQujB2lz?usp=drive_link




วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

โครงการคนละครึ่ง พลัส จะเปิดให้ประชาชนใช้จ่ายได้ในวนัที่29 ตุลาคม 2568 นี้เป็นวันแรก

 โครงการคนละครึ่ง พลัส จะเปิดให้ประชาชนใช้จ่ายได้ในวนัที่29 ตุลาคม 2568 นี้เป็นวันแรก

โหลดไปอ่านตรงนี้

https://www.mof.go.th/wp-content/uploads/2025/10/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-141-2568.pdf






หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0818.4/ว 2412 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2566 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566

 #พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566

#หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0818.4/ว 2412 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2566
#ยกเลิกมาตรา 34 มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการให้ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ สามารถรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ โดยไม่ถือเป็นการกระทำที่เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง
#ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 140 ตอนที่ 20 ก วันที่ 19 มีนาคม 2566 หน้า 1-3
โหลดไปอ่านตรงนี้






ปีภาษี ตามความหมายของ ประมวลรัษฎากร คือ ปีประดิทิน 1 (ปีปฏิทิน) เป็นรอบระยะเวลาที่ใช้สำหรับ คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยปีภาษีจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม ของปีนั้นๆ กล่าวคือ เป็นการนับตามรอบปีปฏิทินนั่นเอง

 ปีภาษี ตามความหมายของ ประมวลรัษฎากร คือ ปีประดิทิน 1 (ปีปฏิทิน) เป็นรอบระยะเวลาที่ใช้สำหรับ คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยปีภาษีจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม ของปีนั้นๆ กล่าวคือ เป็นการนับตามรอบปีปฏิทินนั่นเอง


ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างไร และเมื่อใด?

แบบแสดงรายการที่ใช้มีดังต่อไปนี้

ชื่อแบบใช้ยื่นกรณีกำหนดเวลายื่น
ภ.ง.ด. 90มีเงินได้พึงประเมินทุกประเภทมกราคม - มีนาคม ของปีภาษีถัดไป
ภ.ง.ด. 91มีเฉพาะเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1ม.40(1) ประเภทเดียวมกราคม - มีนาคม ของปีภาษีถัดไป
ภ.ง.ด. 93มีเงินได้ขอชำระภาษีล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดเวลาการยื่นแบบตามปกติ
ภ.ง.ด. 94ยื่นครึ่งปีสำหรับผู้มีเงินได้พึงประเมินเฉพาะประเภทที่ 5,6,7 และ 8กรกฎาคม - กันยายน ของปีภาษีนั้น
ภ.ง.ด. 95คนต่างด้าวผู้มีเงินได้จากการาจ้างแรงงานจากสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคมกราคม - มีนาคม ของปีภาษีถัดไป

การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามี 2 ระยะ คือ

1. "ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี" เป็นการยื่นแบบแสดงรายการเงินได้เฉพาะเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5,6,7 หรือ 8 ที่ได้รับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายนไม่ว่าจะมีเงินได้ประเภทอื่นรวมอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม โดยยื่นภายในเดือนกันยายนของปีภาษีนั้น และภาษีที่เสียนี้นำไปเป็นเครดิตหักออกจากภาษีสิ้นปีได

2. "ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปี" เป็นการยื่นแบบแสดงรายการเงินได้พึงประเมินที่ได้รับแล้ว ในระหว่างปีภาษี โดยยื่นภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป

 

การยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90  91 ผ่านอินเทอร์เน็ต

ขั้นตอนการยื่นแบบฯ

1. เข้า web site ของกรมสรรพากรที่  www.rd.go.th
2. เลือกรายการ e-FILING
3. เข้าใช้บริการครั้งแรก ให้เลือกรายการสมัครใช้บริการ 
4. หลังจากนั้น เข้าระบบตามขั้นตอน ดังนี้ 


5. ป้อนรายการข้อมูล ได้แก่ รายการเงินได้ ค่าลดหย่อน เงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่าย ฯลฯ
แล้ว คลิก "ตกลง" เพื่อยืนยันการยื่นแบบฯ
6. เมื่อได้ตรวจสอบรายการข้อมูลที่บันทึกและสั่งให้ระบบ "คำนวณภาษีแล้ว"
     6.1 กรณีไม่มีภาษีต้องชำระ
         (1) โปรแกรมจะแจ้งผลการรับแบบและหมายเลขอ้างอิง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นแบบฯ
         (2) กรมสรรพากรจะส่งใบเสร็จรับเงินทันที
     6.2 กรณีมีภาษีต้องชำระ
         (1) หากเลือกวิธีชำระภาษีผ่าน e-payment ระบุธนาคารที่ท่านใช้บริการอยู่ และดำเนินการตามขั้นตอนของ ธนาคารนั้น
         (2) หากเลือกวิธีชำระภาษีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคาร ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระภาษีจะถูกส่งจากกรมสรรพากรไปยังธนาคารโดยตรง เมื่อผู้เสียภาษียืนยันการทำรายการของระบบชำระเงินของธนาคารแล้ว ธนาคารจะแจ้งผลการทำรายการ เช่น ผลการโอนเงิน การยกเลิกการทำรายการ เป็นต้น ส่งให้กรมสรรพากรแบบทันทีทันใด (Real Time)
         (3) หากเลือกวิธีชำระภาษี ณ เคาน์เตอร์ ไปรษณีย์อัตโนมัติ (Pay at Post) ระบบจะแจ้งรายการข้อมูลเช่นเดียวกับ (2) เพื่อใช้เป็นข้อมูลนำไปชำระภาษี ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่ง (ยกเว้น ปณ. โสกเชือก จ. ร้อยเอ็ด และ ปณ. ชุมแสงสงคราม จ.พิษณุโลก
 

ขั้นตอนการชำระภาษี

เมื่อได้ทำรายการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91 ผ่านอินเทอร์เน็ตเรียบร้อยแล้ว และเป็นกรณีที่มีภาษีต้องชำระ ผู้ใช้บริการจะต้องชำระภาษีทั้งจำนวนในวันใดก็ได้ภายในกำหนดเวลายื่นแบบ โดยมีทางเลือกในการชำระภาษีวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนี้

1. การชำระภาษีผ่านบริการอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารพาณิชย์

  1.1 การชำระภาษีผ่าน e-payment เป็นระบบการชำระเงินพร้อมกับการยื่นรายการข้อมูลตามแบบ

    (1) ผู้ใช้บริการต้องทำความตกลงกับธนาคารไว้แล้ว
    (2) เลือกธนาคารที่ต้องการสั่งโอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อชำระภาษี
    (3) ทำรายการโอนเงินตามขั้นตอนของธนาคาร
    (4) เมื่อทำรายการโดยครบถ้วนแล้วโปรแกรมจะแจ้ง หมายเลขอ้างอิง การยื่นแบบฯ และชำระภาษีให้
    (5) กรมสรรพากรจะส่งใบเสร็จรับเงินทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตามที่อยู่ที่แสดงในแบบให้โดยเร็ว

  1.2 การชำระวิธีอื่น

    (1) เลือกบริการชำระภาษี
    (2) ป้อนข้อมูลหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี รหัสควบคุม และจำนวนภาษีที่ต้องชำระที่ได้จากโปรแกรมการยื่นแบบฯ ผ่านอินเทอร์เน็ต
    (3) หากข้อมูลตามข้อ (2) ถูกต้องธนาคารจะโอนเงินจากบัญชีเงินฝากของท่านเข้าบัญชีกรมสรรพากรเพื่อชำระภาษี
    (4) กรมสรรพากร จะส่งใบเสร็จรับเงินทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตามที่อยู่ที่ได้ลงทะเบียนไว้ในแบบฯให้โดยเร็ว
หมายเหตุ กรณีชำระผ่านเครื่อง ATM ต้องเป็นเครื่อง ATM ของธนาคารผู้ออกบัตรเท่านั้น
 

2. การชำระเงินทางไปรษณีย์ Pay at Post ให้นำรายการข้อมูลที่ได้รับจากระบบได้แก่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร รหัสควบคุม จำนวนเงินภาษี ไปชำระเงินภาษีอากรได้ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ (ยกเว้น ปณ. โสกเชือก จ.ร้อยเอ็ด และ ปณ.ชุมแสงสงคราม จ. พิษณุโลก) กรมสรรพากรจะส่งใบเสร็จรับเงินทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตามที่อยู่ที่ได้ลงทะเบียนไว้ให้โดยเร็ว

เงินได้อะไรบ้างที่ต้องเสียภาษี?

ตามกฎหมาย เงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เรียกว่า "เงินได้พึงประเมิน" หมายถึง เงินได้ของบุคคลใดๆ หรือหน่วยภาษีใดข้างต้นที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ของปีใดๆ หรือเงินได้ ที่เกิดขึ้นในปีภาษี ได้แก่

1. เงินเครื่องหมายปีกกา 
2. ทรัพย์สินซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน ที่ได้รับจริงที่ได้รับจริง(เกณฑ์เงินสด)
3. ประโยชน์ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน 
4. เงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้  
5. เครดิตภาษีตามที่กฎหมายกำหนด  


 

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560

 

คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560

ความเป็นมาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560

          คณะรักษาความสงบแห่งชาติกระทำรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 และได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ต่อมามีการประกาศประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ซึ่งได้กำหนดให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทำหน้าที่ในการยกร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่ได้รับความเห็นหรือข้อเสนอแนะจากสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้วนำเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อพิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ซึ่งคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ชุดแรกที่มีศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน และกรรมาธิการอื่นอีกจำนวน 36 คน ได้ร่างรัฐธรรมนูญและนำเสนอร่างดังกล่าวต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในวันที่ 6 กันยายน 2558 โดยที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติได้ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เป็นผลทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นอันตกไป และคณะกรรมาธิการชุดนี้จึงต้องถูกยุบไป[1]

ภายหลังที่สภาปฏิรูปแห่งชาติไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ [[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย_(ฉบับชั่วคราว)_พ.ศ._2557_แก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย_(ฉบับที่_1)_พ.ศ._2558|รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2558]] กำหนดให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อทำหน้าที่ในการร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง[2] ประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคนและกรรมการอื่นอีกไม่เกิน 20 คน ต่อมาจึงได้มีการประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่ตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 21 คน [3] โดยมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานกรรมการ และร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เมื่อได้จัดทำแล้วเสร็จ ไม่ต้องนำไปผ่านความเห็นชอบจากสภาใด แต่ต้องนำไปออกเสียงประชามติ โดยร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ผ่านการเห็นชอบโดยเสียงข้างมากในการออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560[4] ถือเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 ที่ผ่านการออกเสียงประชามติ ต่อจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

          รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 8 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2558 มาตรา 39/1 กำหนดให้ “ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่สภาปฏิรูปแห่งชาติและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง หรือนับแต่วันที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงตามมาตรา 39 หรือนับแต่วันที่ร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันตกไปตามมาตรา 37 วรรคแปด แล้วแต่กรณี ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่นอีกไม่เกิน 20 คน เพื่อทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง โดยให้นำมาตรา 33 และมาตรา 35 มาใช้บังคับโดยอนุโลม” ดังนั้น ผู้ที่สามารถเป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้จึงต้องมีคุณสมบัติตามที่มาตรา 33 กำหนดไว้ คือ ต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

         (1) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เว้นแต่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ

          (2) เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองภายในระยะเวลา 3 ปีก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้ง

          (3) เป็นภิกษุสามเณร นักพรต หรือนักบวช

          (4) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

          (5) เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

          (6) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ

          (7) เคยต้องคำพิพากษาให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

          (8) อยู่ระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเคยถูกถอดถอนจากตำแหน่ง

          (9) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด หรือกฎหมายเกี่ยวกับการพนันในฐานความผิดเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก

          (10) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

          (11) เป็นผู้พิพากษาหรือตุลาการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

เพื่อประโยชน์แห่งการขจัดส่วนได้เสีย ห้ามมิให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายใน 2 ปี นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

กรอบระยะเวลาและขอบเขตเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ

          คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่ได้รับการแต่งตั้ง โดยมีขอบเขตเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 35 ครอบคลุมในเรื่องดังต่อไปนี้[5]

          (1) การรับรองความเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้

          (2) การให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เหมาะสมกับสภาพสังคมของไทย

          (3) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกัน ตรวจสอบ และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งกลไกในการกำกับและควบคุมให้การใช้อำนาจรัฐเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและประชาชน

          (4) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและตรวจสอบมิให้ผู้เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเคยกระทำการอันทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด

          (5) กลไกที่มีประสิทธิภาพที่ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและพรรคการเมือง สามารถปฏิบัติหน้าที่หรือดำเนินกิจกรรมได้โดยอิสระ ปราศจากการครอบงำหรือชี้นำโดยบุคคลหรือคณะบุคคลใด ๆ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

          (6) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการสร้างเสริมความเข้มแข็งของหลักนิติธรรม และการสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในทุกภาคส่วนและทุกระดับ

          (7) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการปรับโครงสร้างและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและสังคมเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมอย่างยั่งยืน และป้องกันการบริหารราชการแผ่นดินที่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว

          (8) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินของรัฐให้เป็นไปอย่างคุ้มค่าและตอบสนองต่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนโดยสอดคล้องกับสถานะทางการเงินการคลังของประเทศ และกลไกการตรวจสอบและเปิดเผยการใช้จ่ายเงินของรัฐที่มีประสิทธิภาพ

          (9) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันมิให้มีการทำลายหลักการสำคัญที่รัฐธรรมนูญจะได้วางไว้

          (10) กลไกที่จะผลักดันให้มีการปฏิรูปเรื่องสำคัญต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ต่อไป

          ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาถึงความจำเป็นและความคุ้มค่าที่ต้องมีองค์กรตามรัฐธรรมนูญหรือองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่จำเป็นต้องมี ให้พิจารณามาตรการที่จะให้การดำเนินงานขององค์กรดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้วย

          ในระหว่างการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญรับฟังความคิดเห็นของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และประชาชน ประกอบด้วย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และภายในกำหนดเวลาที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญกำหนด

ในการนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้เสนอกรอบความคิดเพื่อประกอบการร่างรัฐธรรมนูญไว้ 5 ประการ ดังนี้

1. ให้ร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับนับถือของสากล แต่ขณะเดียวกันต้องสอดคล้องกับสภาพปัญหา ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประเทศและคนไทยที่มีอยู่หรือเป็นอยู่

2. ให้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการปฏิรูปและสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นให้ได้

3. ให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้การเมืองใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้อง โดยใช้เงินแผ่นดินไปอ่อยเหยื่อกับประชาชนเพื่อสร้างความชอบธรรม โดยมิได้มุ่งหมายให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขในระยะยาว จนเกิดความเสียหายแก่ประเทศอย่างร้ายแรง และเกิดวิกฤตที่หาทางออกไม่ได้

4. มีแนวทางการขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างได้ผล

5. ให้สร้างกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้มีการมีส่วนร่วมของประชาชนในอันที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และร่วมกันรับรู้และรับผิดชอบต่อความเจริญและการพัฒนาประเทศและสังคมโดยรวม

การนำร่างรัฐธรรมนูญเสนอออกเสียงประชามติ

          เมื่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ จะต้องนำเสนอร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวเพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการให้มีการออกเสียงประชามติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญนั้นทั้งฉบับ ซึ่งจะต้องกระทำในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ในการนี้ สภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะมีมติเสนอประเด็นอื่นใด เพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการออกเสียงประชามติเพิ่มเติมพร้อมไปในคราวเดียวกันก็ได้ โดยประเด็นที่ให้ออกเสียงมติเพิ่มเติมนี้จะเสนอได้สภาละไม่เกินหนึ่งประเด็น และต้องเป็นประเด็นที่ได้ผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการให้มีการออกเสียงประชามติสำหรับประเด็นเพิ่มเติมนั้นในคราวเดียวกันกับการจัดให้มีการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยในกรณีดังกล่าวนี้ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์[6] โดยมีคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ให้นำพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2552 มาในส่วนที่เกี่ยวกับความผิดและบทกำหนดโทษมาใช้บังคับแก่การดำเนินการออกเสียงประชามติตามรัฐธรรมนูญนี้ด้วย

เอกสิทธิ์และความคุ้มกันคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

          ในการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำใด ๆ ในทางแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็น หรือออกเสียงลงคะแนน จะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวผู้นั้นในทางใดมิได้[7]

          กรณีที่กรรมการถูกควบคุมหรือขัง ให้สั่งปล่อยเมื่อประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญร้องขอ หรือในกรณีถูกฟ้องในคดีอาญา ให้ศาลพิจารณาคดีต่อไปได้เว้นแต่ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญร้องขอให้งดการพิจารณาคดี[8]

เปรียบเทียบคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 และรัฐธรรมนูญ ปี 2560

          ในการจัดทำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2549 ได้กำหนดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นหรือไม่ได้เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ได้ จำนวน 35 คน เป็นคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมาจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 25 คน และ มาจากการแต่งตั้งโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ จำนวน 10 คน[9] ในขณะที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ได้กำหนดให้มีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อทำหน้าที่ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยกรรมาธิการจำนวน 36 คน ซึ่งประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติแต่งตั้งจากบุคคล ดังต่อไปนี้ 1) ประธานกรรมาธิการตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติเสนอ 2) ผู้ซึ่งสภาปฏิรูปแห่งชาติเสนอ จำนวน 20 คน และ 3) ผู้ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติเสนอฝ่ายละ 5 คน และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ มาจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จำนวน 21 คน โดยเมื่อร่างรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดแรกไม่ผ่านการเห็นชอบของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทำให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้สิ้นสุดลง และได้มีการแต่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ รวม 21 คน ดังนั้น การร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560 จึงเกิดขึ้นจากร่างรัฐธรรมนูญจากคณะกรรมการจำนวน 2 ชุดด้วยกัน

          กรอบในการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 สภาร่างรัฐธรรมนูญได้กำหนดกรอบในการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญ มีทิศทางที่ชัดเจนครอบคลุมในประเด็น 1) สิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการกระจายอำนาจ 2) สถาบันการเมือง 3) องค์กรตรวจสอบอิสระ[10] ส่วนกรอบในการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 กำหนดกรอบในการร่างไว้อย่างชัดเจนใน มาตรา 35 ดังที่กล่าวมาแล้ว

บรรณานุกรม

ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2558.

รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2558.

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2558.

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557.

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอน 40 ก.

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. 22 มกราคม 2550.

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. 5 กุมภาพันธ์ 2550.

 

อ้างอิง 

[1] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557, มาตรา 38.

[2] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๓๙/๑.

[3] ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2558.

[4] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอน 40 ก หน้า 1.

[5] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557, มาตรา 35.

[6] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา 37 วรรคสี่.

[7] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 มาตรา 18 วรรคหนึ่ง.

[8] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 มาตรา 18 วรรคสาม.

[9] สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, 22 มกราคม 2550, น. 3-123.

 

ไฟไหม้บ้านหลังเดียว ก็ช่วยเหลือได้

ไฟไหม้บ้านหลังเดียว .....การช่วยเหลือประชาชนกรณีไฟไหม้บ้านหลังเดียวโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีขั้นตอนและระเบียบที่เกี่ยวข้องดังนี้...