วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2568

เรื่องที่สาธารณะประโยชน์

 


เรื่องที่สาธารณะประโยชน์ 

ทำอย่างนี้ถูกไหม บอกว่า ถูกแต่ช้า แล้วจะมีฝ่ายบริหารไว้ทำไม มีปัญหาต้องอาศัยแต่อำนาจศาล ไม่อาศัยอำนาจตัวเอง แล้วชาวบ้านจะพึ่งใคร ถ้าเป็นแบบนี้ไม่ต้องมีพวกเราก็ได้นะ
พ่อบริจาคที่ดินให้เป็นทางสาธารณะเข้าสู่ สถานีอนามัยด้วยวาจา ชาวบ้านใช้สอยมา 20 กว่าปี อบต. ไปทำถนนปูนให้แล้ว ตกเป็นทางสาธารณะไปแล้วเรียกว่ายกให้ไปโดยปริยาย ลูกได้รับมรดกมา ไม่รับรู้รับทราบยึดหลักโฉนดเพราะยังไม่ได้ตัดแบ่ง หากอยากได้ อบต. ต้องซื้อเอา ตกลงกันไม่ได้ ลูกจึงเอาสิ่งของไปกีดขวางไม่ให้คนเข้าออกสถานีอนามัย อบต. ไม่รู้จะทำยังไงจึงไปขออำนาจศาลให้สั่งห้ามเป็นการชั่วคราว ถามว่าถูกไหม ถูก แต่ล่าช้าไม่ทันการณ์ครับ ถ้าทุกอย่างต้องไปที่ศาล จะมีฝ่ายบริหารไว้ทำไม ที่ถูกของเรื่องนี้ และทำเต็มมือเต็มไม้ ไม่ต้องอาศัยอำนาจจากใครอาศัยอำนาจตามกฎหมายของตนเอง ทางทุกทางถนนทุกเส้น หากขึ้นเป็นทะเบียนทางหลวงท้องถิ่นแล้ว ใครมากีดขวางก็สามารถบังคับจัดการไล่รื้อได้เอง โดยไม่ต้องอาศัยอำนาจศาล ทั้งนี้ปรากฎตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535  ดังนั้นต้องขึ้นทะเบียนทางหลวงท้องถิ่นนะครับ หลายแห่งขาดการละเลยไม่ขึ้นทะเบียนเมื่อเกิดเรื่องก็เลยไม่มีอำนาจจัดการไล่รื้อ
สำหรับอำนาจจัดการไล่รื้อ ในฐานะผู้ดูแลปกปักรักษาตามกฏหมายลักษณะปกครองท้องที่นั้นยังคงมีปัญหาเรื่องนี้เพราะไปขึ้นศาลปกครองแล้วแพ้ทุกราย แต่ยังไม่มีใครเอามาขึ้นศาลอาญาฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานขัดขวางเจ้าพนักงาน เพราะศาลอาญาเคยวางมาตรฐานเกี่ยวกับการรื้อทำนบกั้นน้ำของชาวบ้าน กั้นไว้ใช้คนเดียวไม่แบ่งคนอื่นใช้ เคสนั้น กำนันไปรื้อศาลบอกกำนันไม่ผิด เพราะกระทำตามคำสั่งนายอำเภอ ผู้มีหน้าที่ปกปักรักษา  ศาลบอกมีอำนาจกระทำได้ ศาลฎีกานะจ๊ะ  ถ้านำมาใช้กับเคสปิดทาง ผู้มีหน้าที่ปกปักรักษาคุ้มครองป้องกันได้แก่นายอำเภอหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่พบเห็นเหตุนี้ ก็ต้องรื้อถอนสิ่งกีดขวางก่อนแล้วก็บอกผู้ทำการกีดขวางว่า หากท่านเสียสิทธิ์อย่างไรท่านก็ไปฟ้องร้องดำเนินคดีกับผมเลย ผมพร้อมรับผิดชอบ เชื่อเลยไม่มีใครไปฟ้องหรอกครับเพราะเค้ารู้อยู่แล้วว่าเค้าผิดเต็มตีน  และการรื้อถอน เขาก็เอาผิดกับท่านไม่ได้ด้วยเพราะท่านมีหน้าที่ปกปักรักษาอย่าให้เสื่อมสาธารธารณประโยชน์ แต่คนส่วนใหญ่ปอดแหก เซฟตัวเองไม่เซฟประชาชน 


********************************************************





กีดขวางทางสัญจร ใช้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 44 ได้นะครับ แจ้งแล้วไม่รื้อถอน นายอำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำการรื้อเองได้เลย จึงขอรีวิวเรื่องก่อนหน้านี้อีกครั้งดังต่อไปนี้
ทำอย่างนี้ถูกไหม บอกว่า ถูกแต่ช้า แล้วจะมีฝ่ายบริหารไว้ทำไม มีปัญหาต้องอาศัยแต่อำนาจศาล ไม่อาศัยอำนาจตัวเอง แล้วชาวบ้านจะพึ่งใคร ถ้าเป็นแบบนี้ไม่ต้องมีพวกเราก็ได้นะ การใช้อำนาจศาลเท่ากับมาตรการฝ่ายบริหารหรือฝ่ายปกครองล้มเหลว โดยสิ้นเชิง แบบนี้ไม่ไหวนะ
พ่อบริจาคที่ดินให้เป็นทางสาธารณะเข้าสู่ สถานีอนามัยด้วยวาจา ชาวบ้านใช้สอยมา 20 กว่าปี อบต. ไปทำถนนปูนให้แล้ว ตกเป็นทางสาธารณะไปแล้วเรียกว่ายกให้ไปโดยปริยาย ถึงแม้จะบริจาคโดยไม่มีหนังสือ หรือจะไม่บริจาคก็ตามแต่การใช้มาถึง 20 ปีไม่เคยสงวนหวงห้ามตกเป็นทางสาธารณะไปโดยปริยายแล้วครับ ลูกได้รับมรดกมา ไม่รับรู้รับทราบยึดหลักโฉนดเพราะยังไม่ได้ตัดแบ่ง หากอยากได้ อบต. ต้องซื้อเอา อบต. พยายามตกลงไกล่เกลี่ย ตกลงกันไม่ได้ ลูกจึงเอาสิ่งของไปกีดขวางไม่ให้คนเข้าออกสถานีอนามัย อบต. ไม่รู้จะทำยังไงจึงไปขออำนาจศาลให้สั่งห้ามเป็นการชั่วคราว ถามว่าถูกไหม ถูกครับ แต่ล่าช้าไม่ทันการณ์ครับ ถ้าทุกอย่างต้องไปที่ศาล จะมีฝ่ายบริหารไว้ทำไม ที่ถูกของเรื่องนี้ และทำเต็มมือเต็มไม้ ไม่ต้องอาศัยอำนาจจากใครอาศัยอำนาจตามกฎหมายของตนเอง รู้แล้วก็ทำด้วยไม่ใช่ไม่กล้าปอดแหกเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาสาธารณะสมบัติแผ่นดินแต่ไม่ทำมันน่าอาย
1. บังคับตามประกาศของคณะปฏิวัติที่ 44 ข้อ 2 หากนำสิ่งใดมากีดขวางทางสัญจร ก็ให้แจ้งให้รื้อถอนในเวลาอันสมควรถ้าไม่รื้อถอนนายอำเภอหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จัดการรื้อถอนเสียเอง อำนาจมีเต็มบังคับใช้ด้วยครับ
2. ทางทุกทางถนนทุกเส้น หากขึ้นเป็นทะเบียนทางหลวงท้องถิ่นแล้ว ใครมากีดขวางก็สามารถบังคับจัดการไล่รื้อได้เอง โดยไม่ต้องอาศัยอำนาจศาล ทั้งนี้ปรากฎตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 คือต้องแจ้งก่อนหลักการเดียวกันกับประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 44 หากแจ้งแล้วไม่ดำเนินการ ผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นคือนายกฯ ก็ดำเนินการจัดการไล่รื้อได้เลย ดังนั้นต้องขึ้นทะเบียนทางหลวงท้องถิ่นนะครับ หลายแห่งขาดการละเลยไม่ขึ้นทะเบียนเมื่อเกิดเรื่องก็เลยไม่มีอำนาจจัดการไล่รื้อ
3. สำหรับอำนาจจัดการไล่รื้อ ในฐานะผู้ดูแลปกปักรักษาตามกฏหมายลักษณะปกครองท้องที่นั้นยังคงมีปัญหาเรื่องนี้เพราะไปขึ้นศาลปกครองแล้วแพ้ทุกราย ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ต้องบังคับในทางปกครองนะครับไม่ต้องไปออกหนังสืออะไรทั้งนั้นถ้าจะออกหนังสือนั้นมีสถานะเป็นคำสั่งเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาย้ำอย่าบังคับในทางปกครอง หากเค้าไม่ทำไม่รื้อไม่ถอน นายอำเภอหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็เข้าดำเนินการเลยครับ และบอกเค้าเลยว่าหากไม่พอใจก็ให้ไปฟ้องศาลทั้งนายอำเภอหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับเสียทั้งสิ้นว่าผมจะรับผิดชอบเอง เรื่องนี้ศาลฎีกาเคยวางมาตรฐานไว้ เกี่ยวกับการรื้อทำนบกั้นน้ำของชาวบ้าน กั้นไว้ใช้คนเดียวไม่แบ่งคนอื่นใช้ เคสนั้น กำนันไปรื้อศาลบอกกำนันไม่ผิด เพราะกระทำตามคำสั่งนายอำเภอ ผู้มีหน้าที่ปกปักรักษา ศาลบอกมีอำนาจกระทำได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 234/2486 )ศาลฎีกานะจ๊ะ ถ้านำมาใช้กับเคสปิดทาง ผู้มีหน้าที่ปกปักรักษาคุ้มครองป้องกันได้แก่นายอำเภอหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่พบเห็นเหตุนี้ ก็ต้องรื้อถอนสิ่งกีดขวางก่อนแล้วก็บอกผู้ทำการกีดขวางว่า หากท่านเสียสิทธิ์อย่างไรท่านก็ไปฟ้องร้องดำเนินคดีกับผมเลย ผมพร้อมรับผิดชอบ เชื่อเลยไม่มีใครไปฟ้องหรอกครับเพราะเค้ารู้อยู่แล้วว่าเค้าผิดเต็มตีน และการรื้อถอน เขาก็เอาผิดกับท่านไม่ได้ด้วยเพราะท่านมีหน้าที่ปกปักรักษาอย่าให้เสื่อมสาธารธารณประโยชน์ แต่คนส่วนใหญ่ปอดแหก เซฟตัวเองไม่เซฟประชาชน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ไฟไหม้บ้านหลังเดียว ก็ช่วยเหลือได้

ไฟไหม้บ้านหลังเดียว .....การช่วยเหลือประชาชนกรณีไฟไหม้บ้านหลังเดียวโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีขั้นตอนและระเบียบที่เกี่ยวข้องดังนี้...