วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

อบต. ครบวาระ 27พ.ย.2568 180 วัน (31 พ.ค. 2568) 90 วัน (29 ส.ค.2568) กฎหมาย 180 วันก่อนครบวาระ! ข้อจำกัดการหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นตาม พ.ร.บ. การเลือกตั้งท้องถิ่น พ.ศ. 2562

 อบต. ครบวาระ 27พ.ย.2568

180 วัน (31 พ.ค. 2568)
90 วัน (29 ส.ค.2568)
กฎหมาย 180 วันก่อนครบวาระ! ข้อจำกัดการหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นตาม พ.ร.บ. การเลือกตั้งท้องถิ่น พ.ศ. 2562
เผยแพร่ 11 ตุลาคม 2567 (ที่มาข้อความดูได้ที่ลิงก์ในคอมเมนท์แรก)
cr. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำแพงเพชร
------------------------------------
ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง
📌การเลือกตั้งท้องถิ่นมีกรอบกฎหมายที่ชัดเจนในการกำกับดูแลวิธีการหาเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 180 วันก่อนครบวาระของผู้บริหารท้องถิ่นหรือตำแหน่งที่หมดวาระ ซึ่งมีกฎระเบียบและข้อบังคับในการดำเนินการหาเสียงเพื่อให้เป็นธรรมต่อผู้สมัครทุกคน พระราชบัญญัติการเลือกตั้งท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ได้กำหนดรายละเอียดที่ครอบคลุมในการหาเสียงสำหรับผู้สมัครในช่วงเวลาดังกล่าว โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องทราบดังนี้:
ระยะเวลาการหาเสียงตามกรอบ 180 วัน
1. เริ่มต้นการหาเสียง
- พระราชบัญญัติการเลือกตั้งท้องถิ่น พ.ศ. 2562 กำหนดให้ผู้สมัครสามารถเริ่มหาเสียงได้ตั้งแต่ 180 วันก่อนครบวาระของผู้บริหารท้องถิ่นที่ดำรงตำแหน่ง การกำหนดกรอบเวลา 180 วัน มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการใช้ตำแหน่งหน้าที่ที่ดำรงอยู่มาใช้ประโยชน์ในการหาเสียงหรือเอื้อประโยชน์ต่อตนเองและพรรคพวก ดังนั้นผู้สมัครทุกคนต้องปฏิบัติตามกรอบเวลานี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการเลือกตั้ง
- โดยในช่วง 180 วันนี้ ผู้สมัครสามารถเริ่มนำเสนอนโยบายหรือวิสัยทัศน์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานท้องถิ่นได้อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้รับข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้สมัครอย่างชัดเจนและทั่วถึง การเลือกตั้งท้องถิ่นมีลักษณะเฉพาะคือ ผู้สมัครหลายรายอาจมาจากกลุ่มหรือพรรคการเมืองที่แตกต่างกัน ดังนั้น การกำหนดช่วงเวลาในการหาเสียงที่แน่นอนจึงช่วยป้องกันการใช้กลยุทธ์ที่อาจทำให้ผู้สมัครบางรายได้เปรียบมากกว่ารายอื่น
- นอกจากนี้ ในระหว่างช่วงเวลา 180 วันนี้ กกต. จะมีหน้าที่กำกับดูแลการหาเสียงเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง การฝ่าฝืนข้อกำหนดการหาเสียงอาจส่งผลให้ผู้สมัครถูกลงโทษทางกฎหมายหรือถูกตัดสิทธิ์การสมัครรับเลือกตั้ง
2. ระยะเวลาหาเสียงก่อนวันเลือกตั้ง
ระยะเวลาหาเสียงจะสิ้นสุดลงใน เวลา 18:00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง ซึ่งหมายความว่าผู้สมัครมีเวลาในการหาเสียงจนถึงช่วงเย็นของวันก่อนที่ประชาชนจะลงคะแนนเสียงในวันเลือกตั้ง โดยการหาเสียงที่ทำหลังจากช่วงเวลานี้ถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัด
3. สิ่งที่ห้ามทำในช่วงเวลาการหาเสียง
แม้ว่าผู้สมัครจะสามารถดำเนินการหาเสียงได้ในช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่ก็มีข้อกำหนดที่ผู้สมัครต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อให้แน่ใจว่าการหาเสียงเป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใส ดังนี้:
3.1 ห้ามหาเสียงในวันเลือกตั้ง
การหาเสียงต้องหยุดลงตั้งแต่เวลา 18:00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง กฎหมายกำหนดให้วันเลือกตั้งเป็นวันสงบ ซึ่งประชาชนต้องมีอิสระในการตัดสินใจว่าจะลงคะแนนให้ใครโดยไม่มีการชักจูงหรือรบกวนจากผู้สมัคร การกระทำใด ๆ ที่เข้าข่ายเป็นการหาเสียงในวันเลือกตั้ง เช่น การพูดจูงใจ การแจกจ่ายเอกสารหาเสียง หรือแม้แต่การโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดีย จะถือเป็นการละเมิดกฎหมายและอาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมาย
3.2 ห้ามใช้วิธีการที่ไม่สุจริตในการหาเสียง
การหาเสียงต้องเป็นไปตามกฎหมายและไม่กระทำการที่เข้าข่ายการทุจริต เช่น การแจกจ่ายของขวัญ เงิน หรือสิ่งของต่าง ๆ เพื่อซื้อเสียง หรือการใช้คำพูดหรือข้อมูลที่ทำลายชื่อเสียงคู่แข่ง
- ผลกระทบจากการละเมิดระยะเวลาหาเสียง
หากผู้สมัครฝ่าฝืนข้อกำหนดเกี่ยวกับระยะเวลาการหาเสียง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นมีทั้งการถูกตัดสิทธิ์จากการเป็นผู้สมัคร หรือการถูกเพิกถอนสิทธิ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งต่อไป นอกจากนี้ยังอาจถูกดำเนินคดีทางอาญาตามกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งอาจส่งผลให้ต้องรับโทษปรับหรือจำคุก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของการกระทำ
- การจัดการหาเสียงให้มีประสิทธิภาพภายใต้กรอบเวลาในระหว่างระยะเวลาหาเสียง ผู้สมัครควรวางแผนอย่างเป็นระบบเพื่อให้การหาเสียงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยใช้ทุกช่องทางที่กฎหมายอนุญาต เช่น การจัดกิจกรรมพบปะประชาชน การใช้สื่อออนไลน์ในการประชาสัมพันธ์ หรือการติดตั้งป้ายโฆษณาตามสถานที่ที่ได้รับอนุญาต โดยควรคำนึงถึงกฎเกณฑ์และข้อห้ามที่เกี่ยวข้องเพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดกฎหมาย
🔥สรุปข้อสำคัญเกี่ยวกับระยะเวลาการหาเสียง
เริ่มต้นการหาเสียง : 180 วันก่อนวันครบวาระการดำรงตำแหน่ง
สิ้นสุดการหาเสียง : เวลา 18:00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง
ห้ามหาเสียงในวันเลือกตั้ง : การกระทำการใด ๆ ที่เข้าข่ายการหาเสียงในวันเลือกตั้งถือเป็นการผิดกฎหมาย
การละเมิดกฎ : ผู้สมัครที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดอาจถูกตัดสิทธิ์ หรือถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเลือกตั้ง
ผู้สมัครทุกคนจึงต้องเข้าใจและปฏิบัติตามระยะเวลาการหาเสียงอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม และเป็นที่ยอมรับของสังคม
🔥 แนวทางปฏิบัติ มาตรา 65 ของ พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มีการระบุข้อห้ามที่ชัดเจนเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งและบุคคลอื่นไม่สามารถกระทำได้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อรักษาความเป็นธรรมและความโปร่งใสในการเลือกตั้ง ข้อห้ามเหล่านี้ถือเป็นข้อกำหนดสำคัญที่ผู้สมัครต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นจะถือว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งและอาจได้รับบทลงโทษ
🔥ข้อห้ามตามมาตรา 65
ใน มาตรา 65 ได้ระบุข้อห้ามที่สำคัญไว้ดังนี้:
ห้ามให้ ทรัพย์สิน หรือ ผลประโยชน์อื่นใดแก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง​ ผู้สมัครและบุคคลอื่นห้ามแจกจ่ายทรัพย์สิน เงิน หรือสิ่งของใดๆ เพื่อจูงใจหรือหวังผลให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนเสียงให้ การให้ผลประโยชน์หรือของมีค่าถือว่าเป็นการซื้อเสียง ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและทำลายความสุจริตของกระบวนการเลือกตั้ง
ห้ามจัดเลี้ยงหรือมอบความบันเทิง
การจัดงานเลี้ยงอาหารหรือเครื่องดื่ม รวมถึงการให้บริการด้านความบันเทิง เช่น การจัดการแสดงดนตรีหรือกิจกรรมบันเทิงใด ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนลงคะแนนเสียงให้ผู้สมัคร ถือเป็นสิ่งต้องห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง
ห้ามใช้วิธีการข่มขู่หรือใช้กำลังบังคับ
ห้ามใช้วิธีการข่มขู่ คุกคาม หรือบังคับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งให้ลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัคร หรือห้ามการกระทำใด ๆ ที่ทำให้ประชาชนเกิดความกลัวหรือไม่สามารถลงคะแนนตามความต้องการของตนเองได้
ห้ามใช้ข่าวสารหรือข้อมูลเท็จ
ห้ามเผยแพร่ข่าวสาร ข้อมูล หรือข้อความที่เป็นเท็จ หรือบิดเบือนความจริงเพื่อทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้สมัครคนอื่น หรือเพื่อสร้างความได้เปรียบในการเลือกตั้ง การกระทำเช่นนี้จะทำให้เกิดการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม
ห้ามใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตนในการเลือกตั้ง
ผู้สมัครหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ห้ามใช้ทรัพยากรของรัฐ เช่น บุคลากร, สถานที่, ยานพาหนะ, หรือวัสดุอุปกรณ์ของทางราชการ เพื่อช่วยเหลือในกิจกรรมการหาเสียงหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งโดยเด็ดขาด
บทลงโทษสำหรับการฝ่าฝืนมาตรา 65
การฝ่าฝืนข้อห้ามตามมาตรา 65 จะถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง หากพบว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งกระทำการตามที่ระบุไว้ในมาตรา 65 จะมีบทลงโทษที่รุนแรง เช่น
ถูกตัดสิทธิ์จากการเลือกตั้ง
ถูกเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งในครั้งถัดไป
อาจถูกดำเนินคดีทางอาญาและรับโทษจำคุกหรือปรับ ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของการกระทำ
การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และข้อห้ามตามมาตรา 65 จึงเป็นสิ่งที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้สนับสนุนควรตระหนักอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม
ในมาตรา 65 วรรค 2 มีข้อกำหนดที่ห้ามมิให้ผู้สมัคร หรือผู้ดำรงตำแหน่งบริหารในท้องถิ่นกระทำดังต่อไปนี้:
ห้ามอนุมัติงบประมาณ โครงการ หรือสัญญาใด ๆ ที่มีลักษณะให้ประโยชน์แก่กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งในช่วงการเลือกตั้ง
ผู้สมัครที่ดำรงตำแหน่งบริหาร หรือผู้ที่มีอำนาจในองค์กรท้องถิ่น ห้ามใช้อำนาจหน้าที่ในการอนุมัติโครงการใหม่ การอนุมัติงบประมาณ หรือการลงนามในสัญญาที่อาจเอื้อประโยชน์ต่อการเลือกตั้ง เช่น การอนุมัติเงินสนับสนุน การเริ่มโครงการก่อสร้าง หรือการจัดสรรงบประมาณที่ทำให้ชุมชนได้ประโยชน์ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง
ห้ามใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อสร้างความนิยมแก่ตนเอง
ห้ามใช้ทรัพยากรของรัฐ เช่น งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ หรือบุคลากรของรัฐ ในการดำเนินโครงการที่ส่งผลให้เกิดการสนับสนุนหรือความนิยมต่อผู้สมัครในช่วงการเลือกตั้ง การกระทำดังกล่าวจะถูกพิจารณาว่าเป็นการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือกลุ่มการเมือง ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่ยุติธรรมต่อผู้สมัครรายอื่น
วัตถุประสงค์ของข้อห้าม
ข้อห้ามนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ดำรงตำแหน่งบริหารที่มีอำนาจในท้องถิ่นใช้ทรัพยากรสาธารณะ หรืออำนาจทางกฎหมายในการอนุมัติโครงการที่อาจเอื้อประโยชน์ต่อตนเองหรือกลุ่มการเมืองของตนในช่วงใกล้การเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมในการเลือกตั้ง
🔥บทลงโทษ
หากผู้ดำรงตำแหน่งบริหารหรือผู้สมัครกระทำการอนุมัติโครงการ หรือใช้งบประมาณของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตัวในช่วงการเลือกตั้ง ผู้กระทำความผิดอาจถูกตัดสิทธิ์การสมัครรับเลือกตั้ง ถูกเพิกถอนผลการเลือกตั้ง หรืออาจถูกดำเนินคดีทางอาญา
ข้อห้ามนี้จึงเป็นข้อกำหนดที่สำคัญในการรักษาความเป็นธรรมของการเลือกตั้งท้องถิ่น
🔥 โครงการที่สามารถอนุมัติได้ในช่วงการเลือกตั้งท้องถิ่น ตาม มาตรา 65 วรรค 2 ของ พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 จะต้องไม่เข้าข่ายการใช้อำนาจในลักษณะที่เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อการเลือกตั้งของผู้สมัครหรือพรรคพวก นอกจากนี้ โครงการที่จะอนุมัติได้จะต้องเป็นโครงการที่มีการดำเนินการตามปกติ หรือเป็นงานที่ดำเนินการต่อเนื่องมาจากงบประมาณหรือแผนการที่ได้รับอนุมัติก่อนที่จะมีการประกาศเลือกตั้ง
โครงการที่อนุมัติได้:
โครงการหรือสัญญาที่ได้รับการอนุมัติก่อนการประกาศเลือกตั้ง
โครงการที่มีการอนุมัติงบประมาณหรือสัญญาไว้แล้วก่อนหน้าที่จะมีการประกาศการเลือกตั้ง สามารถดำเนินการได้ตามปกติ เช่น โครงการพัฒนาท้องถิ่นที่มีอยู่แล้วในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมท้องถิ่น หรือโครงการที่ได้รับงบประมาณแล้วแต่ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ เช่น การก่อสร้างถนนหรือสะพานที่เริ่มก่อนการประกาศเลือกตั้ง
โครงการที่เป็นการดำเนินงานตามภารกิจประจำ
โครงการที่เป็นงานประจำของหน่วยงานราชการ หรือเป็นภารกิจต่อเนื่อง เช่น การซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการน้ำเสีย การจัดเก็บขยะ หรือการบริการสาธารณะอื่น ๆ ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง สามารถอนุมัติและดำเนินการได้ เนื่องจากเป็นหน้าที่ตามปกติของหน่วยงานและไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง
โครงการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรเพื่อประโยชน์ทางการเมือง
การอนุมัติโครงการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างความนิยมแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือไม่ได้เป็นการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือพรรคพวก เช่น การจัดการประชุมทางวิชาการ การศึกษา การประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือกิจกรรมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่มีการวางแผนไว้ก่อนหน้านี้
🔥ข้อควรระวัง:
โครงการที่เกี่ยวข้องกับการแจกจ่ายทรัพยากรสาธารณะ เช่น การแจกของหรือเงินช่วยเหลือประชาชน ควรหลีกเลี่ยงในช่วงเวลาหาเสียง เนื่องจากอาจถูกมองว่าเป็นการสร้างความนิยมในเชิงการเมือง
โครงการที่เกี่ยวข้องกับการประชาสัมพันธ์ตนเองของผู้สมัคร ห้ามดำเนินการในช่วงการหาเสียง เนื่องจากอาจเข้าข่ายเป็นการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อสร้างความนิยม
🔥สรุป : โครงการที่จะอนุมัติได้ในช่วงการเลือกตั้งท้องถิ่นต้องเป็นโครงการที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการสร้างความนิยมในเชิงการเมือง และควรเป็นโครงการที่ได้อนุมัติก่อนที่จะมีการประกาศเลือกตั้งหรือเป็นงานที่ดำเนินการตามภารกิจปกติของหน่วยงาน
🔥 แนวทางการหาเสียงกับสิ่งที่ทำได้และข้อห้ามสำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นตามกฎหมายการเลือกตั้งท้องถิ่น
การเลือกตั้งท้องถิ่น เป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนได้เลือกตัวแทนของตนเองเพื่อทำหน้าที่ในหน่วยงานระดับท้องถิ่น เช่น สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น การเลือกตั้งดังกล่าวมีกฎระเบียบที่ชัดเจนและเข้มงวดเพื่อให้การเลือกตั้งดำเนินไปอย่างโปร่งใส ยุติธรรม และมีความน่าเชื่อถือ ผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นจำเป็นต้องเข้าใจและปฏิบัติตามข้อกำหนดของ พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 รวมถึง ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงเรื่องของการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียง
สิ่งที่ผู้สมัครทำได้:
หาเสียงตามช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนด
ผู้สมัครสามารถทำการหาเสียงได้ตั้งแต่วันที่ประกาศรับสมัครจนถึงก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน (โดยกฎหมายกำหนดห้ามหาเสียงในวันเลือกตั้ง) วิธีการหาเสียงสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น การพูดคุยกับประชาชน การแจกใบปลิว การติดตั้งป้ายหาเสียงในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต หรือการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ เช่น Facebook, YouTube แต่ต้องระวังไม่ให้เนื้อหาการหาเสียงละเมิดข้อห้ามทางกฎหมาย
ใช้จ่ายงบประมาณในการหาเสียงภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด
ผู้สมัครสามารถใช้งบประมาณเพื่อสนับสนุนกิจกรรมการหาเสียงของตนเองได้ แต่ต้องไม่เกินวงเงินที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด โดยงบประมาณนี้อาจรวมถึงการพิมพ์ป้ายหาเสียง การโฆษณาทางสื่อ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียง
รายงานค่าใช้จ่ายในการหาเสียง
ภายหลังการเลือกตั้ง ผู้สมัครต้องทำรายงานค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในระหว่างการหาเสียงและส่งรายงานดังกล่าวให้กับ กกต. ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ปฏิบัติตาม อาจมีบทลงโทษหรือถูกตัดสิทธิ์
การหาเสียงผ่านสื่อออนไลน์
การใช้สื่อออนไลน์ในการหาเสียงเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ผู้สมัครสามารถโฆษณาและเผยแพร่ข้อมูลหาเสียงผ่าน Facebook, Line, หรือ YouTube ได้ แต่ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดเรื่องเนื้อหาและไม่ใช่การบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือทำลายชื่อเสียงของผู้สมัครคนอื่น
การพูดคุยและนำเสนอนโยบาย
ผู้สมัครมีสิทธิ์ที่จะสื่อสารนโยบายหรือวิสัยทัศน์ที่ตนเองต้องการนำไปปฏิบัติผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ตามปกติ เช่น การพบปะประชาชน การจัดเวทีหาเสียง หรือการพูดคุยผ่านวิทยุและโทรทัศน์
สิ่งที่ผู้สมัครห้ามทำ:
ห้ามแจกจ่ายของหรือเงินให้กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
การแจกเงินหรือสิ่งของมีค่าถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน เพราะเป็นการซื้อเสียง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้ง ผู้สมัครต้องไม่แจกเงิน ของขวัญ หรือสิ่งมีค่าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมเพื่อโน้มน้าวให้ประชาชนลงคะแนนให้
ห้ามใช้ถ้อยคำหมิ่นประมาทหรือการกระทำที่ทำลายชื่อเสียงคู่แข่ง
ในระหว่างการหาเสียง ผู้สมัครต้องหลีกเลี่ยงการใช้คำพูดหรือข้อความที่เป็นการดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือทำให้ผู้สมัครคนอื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง นอกจากนี้ยังต้องหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลเท็จที่ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคู่แข่ง
ห้ามใช้ทรัพยากรของหน่วยงานรัฐเพื่อการหาเสียง
การนำทรัพยากรของรัฐ เช่น บุคลากร, ยานพาหนะ, อุปกรณ์, หรือสถานที่ราชการ ไปใช้ในการหาเสียงเป็นสิ่งที่กฎหมายห้ามอย่างเด็ดขาด ผู้สมัครต้องไม่ใช้อำนาจหรืออิทธิพลใด ๆ เพื่อได้รับความได้เปรียบจากทรัพยากรของรัฐ
ห้ามหาเสียงในวันเลือกตั้ง
ในวันเลือกตั้ง ผู้สมัครห้ามทำกิจกรรมใด ๆ ที่เป็นการหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นการแจกใบปลิว ติดตั้งป้ายหาเสียง หรือโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียที่เป็นการชักจูงให้ลงคะแนนเสียง เนื่องจากถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมายเลือกตั้งที่เข้มงวด
ห้ามแทรกแซงกระบวนการลงคะแนนเสียง
ผู้สมัครต้องไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการขัดขวางหรือก้าวก่ายกระบวนการลงคะแนนเสียง ไม่ว่าจะเป็นการข่มขู่ประชาชน หรือการนำเสนอข้อมูลเท็จที่ทำให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างอิสระ
ห้ามใช้สัญลักษณ์ราชการ
ผู้สมัครห้ามใช้ตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานราชการ หรือเครื่องหมายที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลในการหาเสียง เนื่องจากเป็นการทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าผู้สมัครได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐ
การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนดจะทำให้การเลือกตั้งท้องถิ่นดำเนินไปอย่างสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรมต่อผู้สมัครทุกคน การละเมิดกฎเกณฑ์เหล่านี้อาจนำไปสู่การถูกตัดสิทธิ์การลงสมัครหรือการดำเนินคดีตามกฎหมาย
📌ศึกษาระเบียบกฎหมายเพิ่มเติม
- พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562
- พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566
- ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562
- ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563
- ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564
- ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2566
- ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563
- ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563
🙏เครดิต นักวิเคราะห์นโยบายและแผนนาดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ไฟไหม้บ้านหลังเดียว ก็ช่วยเหลือได้

ไฟไหม้บ้านหลังเดียว .....การช่วยเหลือประชาชนกรณีไฟไหม้บ้านหลังเดียวโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีขั้นตอนและระเบียบที่เกี่ยวข้องดังนี้...