สรุปพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
1)
เหตุผลในการตราพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
-
การใช้หลักเกณฑ์ใน ปพพ. มุ่งได้เงินครบไม่ได้คำนึงถึงความเป็นธรรมและบั่นทอนขวัญกำลังใจ
- เจ้าหน้าที่ อาจกระทำโดยไม่ได้ตั้งใจหรือผิดพลาดเพียงเล็กน้อย
- หลักเรื่องลูกหนี้ร่วม
ทำให้ต้องรับผิดในการกระทำของเจ้าหน้าที่อื่นด้วย
-
มีเจ้าหน้าที่ไม่กล้าตัดสินใจ เพราะเกรงความรับผิด
-
มีวิธีการบริหารงานบุคคลวินัยควบคุมอยู่แล้ว
2) มาตรา 4
พระราชบัญญัติ ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
“เจ้าหน้าที่”
หมายความว่า ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่น
ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งในฐานะเป็นกรรมการหรือฐานะอื่นใด (คณะกรรมการ อปพร.
กรรมการตรวจรับพัสดุ, จ้างเหมา)
“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า กระทรวง
ทบวง กรม หรือ ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค
ส่วนราชการท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา
และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย
(องค์การมหาชน)
3) ประเภทของกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่
-
ละเมิดต่อบุคคลภายนอก
- ละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ
4) การละเมิดจากการปฏิบัติหน้าที่
ของหน่วยงานของรัฐ ต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำนการปฏิบัติหน้าที่
ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดังกล่าวได้โดยตรง
แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้
ถ้าการละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ได้สังกัดหน่วยงานของรัฐแห่งใดให้ถือว่ากระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานของรัฐที่ต้องรับผิดตามวรรคหนึ่ง
เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดทางละเมิด
เมื่อมีองค์ประกอบ
- ต้องเกิดความเสียหาย เป็นผลโดยตรงที่เกิดจากการกระทำนั้น
- ทำโดยดผิดกฎหมาย
- จงใจ/ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
-
ผู้นั้นทำละเมิด ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
ถ้าการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่มิใช่การกระทำในการปฏิบัติหน้าที่
เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดในการนั้นเป็นการเฉพาะตัว ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง
แต่จะฟ้องหน่วยงานของรัฐไม่ได้


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น