พระสังฆาธิการ …



“ พระสังฆาธิการ” เป็นคำรวมตำแหน่งพระภิกษุผู้ปกครองคณะสงฆ์ ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ เริ่มใช้มาแต่ พ.ศ.๒๕๐๖ จนถึงปัจจุบัน โดยมีกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๕ (พ.ศ.๒๕๐๖) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ กำหนดนามเป็นครั้งแรก โดยเปลี่ยนคำว่า “พระคณาธิการ” มาเป็น “พระสังฆาธิการ” ให้สอดคล้องกับลักษณะการดำเนินกิจการคณะสงฆ์ รวมคำว่า “พระ” “สังฆ” และ “อธิการ” เป็น “พระสังฆาธิการ” แปลตามรูปศัพท์ว่า “พระภิกษุผู้ทำงานโดยสิทธิขาดในทางคณะสงฆ์” “พระภิกษุผู้ทำงานคณะสงฆ์โดยมีอำนาจเต็มตามตำแหน่ง” ซึ่งในแม่บทท่านบัญญัติว่า หมายถึง “พระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์” มีตำแหน่งดังนี้
๑) เจ้าคณะใหญ่
๒) เจ้าคณะภาค รองเจ้าคณะภาค
๓) เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด
๔) เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ
๕) เจ้าคณะตำบล รองเจ้าคณะตำบล
๖) เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส
เจ้าคณะและเจ้าอาวาสดังกล่าวนี้ เป็นผู้ทำงานคณะสงฆ์อย่างมีอำนาจเต็มตามกฎหมายและครอบคลุมงานทุกส่วนในเขตปกครองหรือในวัด ส่วนรองเจ้าคณะ รองเจ้าอาวาส และผู้ช่วยเจ้าอาวาส จะมีอำนาจหน้าที่เต็มตามตำแหน่ง ก็เพราะได้รับการมอบหมาย จึงบัญญัตินามว่า “พระสังฆาธิการ” ซึ่งเทียบได้กับข้าราชการของฝ่ายราชอาณาจักร ส่วนเลขานุการเจ้าคณะและเลขานุการรองเจ้าคณะ หาได้เป็นพระสังฆาธิการไม่ เพราะเป็นเพียงผู้ทำการเลขานุการ
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๔๕ ให้ถือว่าพระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์ และไวยาวัจกร เป็นเจ้าพนักงานตามความในประมวลกฎหมายอาญา
การระบุสถานะเจ้าพนักงานให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งเหล่านี้ทำให้บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น การจัดการทรัพย์สิน การควบคุมดูแลวัด และการปฏิบัติหน้าที่ทางศาสนาที่อาจเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของวัด การให้สถานะเจ้าพนักงานจึงส่งผลให้หากผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวกระทำการทุจริตหรือฝ่าฝืนอำนาจหน้าที่ทางกฎหมายก็จะถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาในฐานะเจ้าพนักงาน เช่น การใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบหรือการกระทำทุจริตที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของวัด
กฎหมายนี้ถูกออกแบบเพื่อให้เกิดการตรวจสอบและควบคุมการทำงานของพระภิกษุในตำแหน่งปกครองและไวยาวัจกร เพื่อให้การปกครองและการจัดการทรัพย์สินของวัดเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีความรับผิดชอบ
Cr.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น