วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2569

อยู่ต่อหน้าคนที่ไม่ชอบเรา ยิ่งนิ่ง ยิ่งพูดน้อย ยิ่งไม่ต้องเปิดเผยชีวิตให้เขารู้

 

 อยู่ต่อหน้าคนที่ไม่ชอบเรา ยิ่งนิ่ง ยิ่งพูดน้อย ยิ่งไม่ต้องเปิดเผยชีวิตให้เขารู้

การต้องเจอหน้าคนที่ไม่ชอบเราทุกวัน เป็นเรื่องที่น่าอึดอัดไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อเป็นคนที่ทำงานด้วยกัน อยู่ในกลุ่มเพื่อนเดียวกัน หรือเป็นญาติที่ยังต้องพบเจอ
บางครั้งแค่พูดอะไรธรรมดาก็ถูกเอาไปตีความผิด ทำอะไรก็มีคนคอยจับตา เผลอแสดงความไม่พอใจออกมานิดเดียวก็อาจกลายเป็นเรื่องให้เขาเอาไปพูดต่อ
แต่เมื่อเจอคนประเภทนี้บ่อย ๆ จะเริ่มรู้ว่า เราไม่จำเป็นต้องทะเลาะกับทุกคนที่ไม่ชอบเรา และไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับเราด้วย
การวางตัวให้เหมาะสมต่างหาก ที่ช่วยลดปัญหาไม่ให้บานปลาย
1. อย่าเล่าเรื่องส่วนตัวให้คนที่ชอบเอาเรื่องเราไปพูดต่อ
คนที่ไม่ถูกกัน ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเรากำลังมีปัญหาอะไร
ไม่ต้องเล่าเรื่องเงิน เรื่องครอบครัว เรื่องความรัก หรือเรื่องที่กำลังเครียดให้เขาฟัง
โดยเฉพาะคนที่เคยเอาความลับของคนอื่นมาเล่าให้เราฟังอย่างสนุกสนาน เพราะเรื่องของเราก็อาจถูกนำไปเล่าต่อในลักษณะเดียวกัน
เวลาเจอกันก็พูดคุยตามปกติ ถามคำตอบคำ ไม่ต้องแสดงท่าทีรังเกียจ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยทุกอย่าง
ยิ่งเขารู้เรื่องส่วนตัวเราน้อย โอกาสที่จะเอาเรื่องเหล่านั้นไปพูดต่อก็ยิ่งน้อยลง
2. เจอหน้าก็ทักได้ แต่ไม่จำเป็นต้องสนิทเหมือนเดิม
การรู้ว่าใครไม่ชอบเรา ไม่ได้หมายความว่าต้องทำหน้าบึ้งหรือหลบหน้าทุกครั้งที่เจอกัน
ถ้าทำงานด้วยกันก็ยังพูดเรื่องงานได้
ถ้าเดินสวนกันก็ยังทักทายได้
ถ้าเขาช่วยอะไรก็กล่าวขอบคุณได้ตามมารยาท
แต่ไม่ต้องพยายามชวนคุย ไม่ต้องหาเรื่องเข้าไปใกล้ และไม่ต้องทำตัวสนิทเพื่อให้เขาเปลี่ยนใจมาชอบเรา
คนเราสามารถรักษามารยาทต่อกันได้ แม้จะไม่ได้ถูกใจกันก็ตาม
3. อย่าร่วมวงนินทา แม้เรื่องที่เขาพูดจะเป็นเรื่องของเรา
เวลารู้ว่ามีคนพูดถึงเราในทางไม่ดี เป็นธรรมดาที่จะอยากตอบกลับ
บางครั้งก็อยากเล่าเรื่องไม่ดีของเขาให้คนอื่นฟังบ้าง เพื่อให้รู้ว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้ดีไปกว่าเรา
แต่พอเริ่มพูดต่อกันไปมา เรื่องมักไม่จบง่าย ๆ
จากคนสองคนที่ไม่ถูกกัน กลายเป็นการแบ่งฝ่ายในที่ทำงานหรือในกลุ่มเพื่อน
หนักเข้าก็มีคนเอาคำพูดของฝ่ายหนึ่งไปเติมแต่งแล้วเล่าให้อีกฝ่ายฟัง
ถ้าเรื่องไหนไม่จริงและกระทบชื่อเสียง ก็ควรชี้แจงกับคนที่เกี่ยวข้องโดยตรง ไม่ใช่เข้าไปทะเลาะในทุกวงสนทนา
4. อย่าฝืนอธิบายทุกเรื่องกับคนที่ไม่ยอมรับฟัง
ทำอะไรก็ถูกสงสัย พูดอะไรก็ถูกจับผิด
พอพยายามอธิบาย เขาก็หาว่าแก้ตัว
พอเอาหลักฐานให้ดู เขาก็เปลี่ยนไปถามเรื่องอื่น
การพูดคุยแบบนี้อาจทำให้เสียเวลาไปเป็นชั่วโมง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น
เรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่ ความรับผิดชอบ หรือชื่อเสียง ควรพูดให้ชัดเจนและมีข้อมูลยืนยัน
ส่วนเรื่องความชอบส่วนตัว เช่น เขาคิดว่าเราหยิ่ง ไม่เป็นมิตร หรือไม่ถูกชะตา ต่อให้อธิบายมากแค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเปลี่ยนความรู้สึก
และเราเองก็ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งวันเพื่อแก้ความรู้สึกของคนอื่น
5. อย่ายอมให้เขาเอาเปรียบ เพียงเพราะไม่อยากมีปัญหา
การวางตัวเงียบ ๆ ไม่ได้หมายความว่าต้องยอมทุกอย่าง
ถ้าถูกโยนงานมาให้ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ ก็บอกให้ชัดว่าใครรับผิดชอบส่วนไหน
ถ้าถูกกล่าวหาว่าทำผิด ก็ควรอธิบายข้อเท็จจริง
ถ้าถูกพูดจาดูถูกต่อหน้าคนอื่น ก็สามารถบอกได้ว่าไม่สะดวกให้พูดกันในลักษณะนี้
ไม่จำเป็นต้องขึ้นเสียง ไม่จำเป็นต้องประชด และไม่ต้องใช้คำพูดรุนแรง
คนที่พูดจาสุภาพแต่มีขอบเขตชัดเจน ไม่ได้เป็นคนอ่อนแอ
เขาเพียงไม่ต้องการให้เรื่องเล็กกลายเป็นการทะเลาะใหญ่โต ขณะเดียวกันก็ไม่ปล่อยให้ใครปฏิบัติกับตัวเองอย่างไรก็ได้
6. อย่าทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่ไม่ชอบเรายอมรับ
พอรู้ว่ามีใครไม่ชอบเรา ก็อาจเริ่มระวังตัวมากเป็นพิเศษ
จะพูดอะไรก็กลัวเขาไม่พอใจ จะทำอะไรก็กลัวถูกวิจารณ์
บางครั้งถึงขั้นเปลี่ยนการแต่งตัว เปลี่ยนวิธีพูด หรือเลิกทำสิ่งที่ตัวเองชอบ เพราะไม่อยากให้เขาเอาไปพูดถึง
แต่ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิดหรือสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตเพื่อความพอใจของคนเพียงคนเดียว
เรายังทำงานของเรา ใช้ชีวิตของเรา และคบหาคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจได้เหมือนเดิม
7. อย่าเสียเวลาเฝ้าดูว่าเขาจะพูดถึงเราอย่างไรอีก
คนที่ไม่ถูกกันอาจยังพูดถึงกันอยู่ แม้จะไม่ได้เจอหน้ากันแล้ว
ถ้าเราคอยถามคนอื่นตลอดว่าเขาพูดอะไรบ้าง คอยเข้าไปดูว่าเขาโพสต์อะไร หรือคอยตีความทุกข้อความว่าเขากำลังแขวะเราหรือเปล่า
สุดท้ายก็กลายเป็นว่าเรายังใช้เวลาอยู่กับเรื่องของเขาทุกวัน
ทั้งที่มีงานต้องทำ มีคนในครอบครัวที่ต้องดูแล มีเพื่อนที่อยากเจอ และยังมีเรื่องของตัวเองอีกมากมาย
การไม่ตอบโต้จึงไม่ได้มีความหมายอะไรเลย ถ้าเรายังเก็บทุกคำพูดของเขากลับมาคิดจนไม่มีความสุข
คนที่ไม่ชอบเราก็อาจยังไม่ชอบต่อไป นั่นเป็นเรื่องที่เราไปบังคับไม่ได้
แต่สิ่งที่เลือกได้คือ จะให้เขาเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตเรามากแค่ไหน
เจอหน้าก็วางตัวตามปกติ มีเรื่องจำเป็นก็คุยกันให้รู้เรื่อง หากถูกละเมิดขอบเขตก็ปกป้องสิทธิของตัวเอง ไม่ต้องเสแสร้งว่าสนิท และไม่ต้องทำให้กลายเป็นศัตรูที่ต้องเอาชนะ
เพราะการที่ใครสักคนไม่ชอบเรา ไม่ได้แปลว่าเราต้องเสียเวลาไปกับเขาด้วย คนที่เขาไม่อยากคบ เราก็ไม่จำเป็นต้องพยายามเข้าไปอยู่ในชีวิตเขาเหมือนกัน
 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

สลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569

 สลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569       16 ตุลาคม 2569 cr. ธูปพาไปมู