สำนักปลัดอบต.กันทรารมย์ อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์
เว็บไซต์ https://www.ktr.go.th/index/?page=personnal3974
รวบรวมโพสโดย ประพันธ์ เวารัมย์ ยูทูบ https://www.youtube.com/@prapunwaoram2523
สำนักปลัดอบต.กันทรารมย์ อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์
เว็บไซต์ https://www.ktr.go.th/index/?page=personnal3974
การเป็นข้าราชการ ยิ่งยศ ตำแหน่งสูงขึ้นเท่าไหร่
การเปิดรับเสนอโครงการเพื่อรับคำขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
https://drive.google.com/file/d/1iMu42dxGYH3Qm4QnQWFqXG1FFgv_B72t/view?usp=sharing
https://drive.google.com/file/d/1PVniiuJU0aDpymQhVgel0YU0gkpt7c-N/view?usp=sharing

#พระสุปฎิปันโน
ประวัติหลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว สมุทรปราการ
พระครูกรุณาวิหารี หรือที่เรารู้จักกันในนาม หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว
พระคณาจารย์ยุคก่อนกึ่งพุทธกาล ที่เกียรติคุณชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ไม่แต่เฉพาะในท้องถิ่นจังหวัดสมูทรปราการเท่านั้น ยังรวมไปถึงส่วนกลางทั่วประเทศ ดังจะเห็นได้จากพิธีพุทธาภิเศกครั้งสำคัญๆจะมีท่านร่วมอยู่ด้วยเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิธีของวัดราชบพิธ และวัดสุทัศน์
หลวงปู่เผือก เกิดที่บ้านคลองสำโรง ต.บางพลี อ.บางพลี สมุทรปราการ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๔๑๒ ตรงกับวันขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๙ ปีมะเส็ง บิดาชื่อ ทองสุข มารดาชื่อ ไข่ นามสกุล ขุมสุขทอง มีพี่น้องทั้งหมด ๘ คน ท่านเองนั้นเป็นบุตรคนที่ ๕ ด้วยพื้นฐานของทางบ้านเป็นครอบครัวเกษตรกรรม ประกอบอาชีพทำไร่ทำนา ชีวิตในวัยเยาว์ของท่านจึงมีชิวิตความเป็นอยู่เหมือนเด็กท้องไร่ท้องนาทั่วไป โดยช่วยเหลืองานบ้านเล็กๆน้อยๆ ตามประสาเด็ก
ท่านอายุได้ประมาณ ๑๓ ปี บิดาได้นำไปฝาก ท่านอาจารย์อิ่ม อินทสโร เจ้าอาวาสวัดข้างหนองกิ่งไม้(วัดกิ่งแก้ว) เพื่อเรียนหนังสือ ด้วยการเล่าเรียนสมัยก่อน วัดเป็นสถานที่สำคัญ ให้ความรู้และอบรม บ่มนิสัยโดยพระภิกษุจะทำหน้าที่ดังกล่าว
จนอายุ ๑๕ ปี มีความรู้พอจะอ่านออกเขียนได้ จึงกลับมาช่วยงานบ้าน อายุได้ ๑๘ ปี ถูกเกณฑ์ทหารเข้าเป็นทหารเรือ กองประจำการ รับราชการทหารเรืออยู่ ๒ ปี ครบกำหนดปลดประจำการได้กลับมาช่วยงานบ้านดังเดิม
ปี ๒๔๓๓ อายุ ๒๑ ปีบริบรูณ์ ได้เข้าพิธีอุปสมบท ตามประเพณี ณ พัทสีมา วัดกิ่งแก้ว โดยมีหลวงปู่ทองวัดราชโยธา เป็นพระอุปัชฌา พระอาจารย์อิ่ม อินทสโร วัดกิ่งแก้ว เป็นพระกรรมวาจา ได้ฉายาว่า ปัญญาธโร หลังการอุปสมบทแล้วได้จำพรรษาอยู่วัดกิ่งแก้ว อยู่กับพระอาจารย์อิ่ม
ท่านเอาใจใส่ในการศึกษาพระธรรมวินัย ตลอดจนบาลี และอักขระขอม ด้วยความอุตสาหะของท่านทำให้ท่านเป็นผู้ที่มีความรู้แตกฉานในเวลาอันรวดเร็ว เป็นที่รักใคร่ของครูอาจารย์ผูสอนต่อมาท่านก็เริ่มฝึกฝนการวิปัสนากัมมัฏฐาน และรุดหน้าไปด้วยดีจนเป็ที่พอใจ วางใจของท่านอาจารย์อิ่ม มอบหมายงานต่างๆ ภายในวัดให้ท่านดูแลแทน
ปี ๒๔๔๒ ท่านอาจารย์อิ่ม อินทสโร ได้ถึงแก่การมรณะภาพ ชาวบ้านจึงพร้อมใจกัน ทำหนังสือร้องขอต่อศาสนา ให้แต่งตั้งหลวงปู่เผือก เป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา และได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ วัดเป็นการณ์ใหญ่
ในระยะแรกๆมีชาวบ้านมาช่วยงานไม่มากนัก ต่อมาเพิ่มพูนทวีคูณมีจำนวมมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะทำการสิ่งใด ก็สำเร็จโดยง่าย ญาติโยมหลั่ใหลมาจากทั่วสารทิศ มาช่วยงาน ด้วยความรัก ความศัทธาที่มีต่อท่าน ถาวรวัตถุต่างๆที่ท่านได้สร้างไว้นั้น มีอยู่อย่างมากมาย
เช่นการสร้างอุโบสถ พระพุทธชินราชจำลอง ขนาดหน้าตัก ๕ ศอก ซึ่งประดิษฐานในอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ มณฑป โรงเรียนพระปริยัติธรรม เพื่อให้เป็นสถานที่ศึกษาเล่าเรียนของกุลบุตร กุลธิดาในย่านนั้น
สมณสักดิ์ -ปี ๒๔๔๒ อายุ ๓๑ ปี พรรษา ๙ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดกิ่งแก้ว -ปี ๒๔๔๓ อายุ ๓๒ พรรษา ๑o แต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลราชาเทวะ -ปี ๒๔๔๖ อายุ ๓๕ พรรษา ๑๓ แต่งตั้งเป็นพระ สมุห์ ในฐานานุกรม พระครูสุนทรสมุทรจ้อย วัดกลางวรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดสมุทรปราการ และในปีนี้เอง ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
ปี ๒๔๘o อายุ ๗o ปี พรรษา ๔๙ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูกรุณาวิหารี -ปี ๒๔๘๗ อายุ ๗๗ พรรษา ๕๖ แต่งตั้งเป็นกรรมการสงฆ์ องค์การสาธารณูปการ ในอำเภอบางพลี สมุทรปราการ ล่วงถึงปี ๒๔๘๗ ท่านได้เริ่มมีอาการอาพาธ เกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ บางครั้งถึงกับปัสาวะไม่ออก ยังความทุกข์ทรมานแก่ท่านเป็นอย่างมาก
ลูกศิษย์ต่างพยายามเยีบวยารักษาจนสุดความสามารถ แต่อาการไม่ทุเลาลง จึงนำส่งเข้าการรักษาตัวที่ โรงพยาบาลสงฆ์ แพทย์ได้ตรวจและพบว่า ท่านเป็นโรคมะเร็งในกะเพาะปัสสาวะ และได้ทำการผ่าตัด จนอาการทุเล่าลงและหายเป็นปกติ ใช้เวลารักษาตัวอยู่ประมาณ ๗ เดือน เศษ
ภายหลังเมื่อท่านกลับมาอยู่วัด ท่านยังคงประกอบกิจต่างๆ อยู่ เช่นเดิม ใครเดือดร้อนตกทุกข์ ได้ยาก เมื่อมาหาท่าน ท่านก็จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงไร ท่านไม่เคยปริปากบอกใคร ประมาณ ๔-๕ ปี หลังจากการผ่าตัด อาการอาพาธเริ่มปรากฏ และทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ มีแต่ทรุดกับทรุด แม้ศิษย์จะช่วยกันรักษาแล้วแต่ก็ไม่ทุเลาลง
ล่วงถึงวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ.2501 เวลา ๒๕.๔๕ น. หลวงปู่เผือกถึงแก่กาลมรณภาพ รวมสิริอายุ ๘๙ ปี ๗ เดือน ๑๗ วัน ๖๙ พรรษา
ประวัติการสร้าง พระผงขุดสระพิมพ์สามเหลี่ยมแจกแม่ครัว หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ สร้างพร้อมกับขุดสระใหญ่ และขุดสระเล็ก แต่พิมพ์แจกแม่ครัวจะสร้างจำนวนน้อยมาก ลักษณะคล้ายกับขุดสระเล็ก เพียงตัดกรอบพิมพ์ทำเป็นรูปสามหลี่ยม การสร้างอยู่ราวปี พ.ศ.2460-2465
พระผงขุดสระ หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว สมุทรปราการ เป็นพระผงยอดนิยมอีกรุ่นของวงการพระ ที่นักนิยมพระเครื่องรู้จักกันดี พระรุ่นนี้ปู่เผือก สร้างจากเนื้อผงพุทธคุณ และมวลสารศักสิทธิ์ วรรณะขาวอมเหลืองมีคราบสีนำ้ตาลจับ ซึ่งเป็นเอกลักษ์ของพระรุ่นขุดสระ มีเนื้อจัดจ้านแบบ วัดระฆัง
มีเซียนรุ่นเก่าบอกไว้ว่า หากจะศึกษาพระสมเด็จวัดระฆัง ให้ดูจากพระผงรุ่นขุดสระถ้าผ่านการใช้แล้วจะมีความหนึกนุ่ม ดูแล้วซึ้งตาเพราะอายุการสร้างอดีตถึงปัจจุบันเกือบร้อยปีแล้ว ครับ พระผงรุ่นขุดสระนี้ เป็นวัตถุมงคลยุคแรกๆของหลวงปู่เผือก
เริ่มสร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2460-2465 มีด้วยกันสามพิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่. พิมพ์เล็ก. และพิมพ์สามเหลี่ยมแจกแม่ครัว สาเหตุที่นิยมเรียกกันว่า พิมพ์ขุดสระ นั้นอันก็เนื่องมาจาก หลวงปู่เผือก ดำหริที่จะสร้างพระอุโบสถ แต่บริเวณที่จะสร้างนั้นเป็นที่ลุ่มต่ำมีน้ำท่วมอยู่เป็นประจำจึงจำเป็นที่จะต้องถมดินให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วม
จึงได้ขอแรงไปยังชาวบ้านช่วยกันขุดดินขึ้นมาถมพื้นที่บริเวณที่ขุดดินขึ้นมานั้นต่อมากลายเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ไปโดยปริยาย เพื่อเป็นการสมนาคุณและตอบแทนน้ำใจของชาวบ้านทุกคน ท่านจึงสร้างพระผงขึ้นมาและแจกให้กับชาวบ้าน ภายหลังจากน้ันจึงขนานนามพระผงเหล่านั้นว่า พระผงขุดสระ พระผงรุ่นขุดสระ เป็นที่กล่าวขานในทางเมตตามหานิยม การค้าคล่องเป็นที่รักเวลาเข้าหาเจ้านายและแคล้วคลาดปลอดภัยในการเดินทาง
จากอดีตจนถึงปัจจุบันเป็นที่เสาะหาของนักนิยมพระเครื่องด้วยประสบการณ์ต่างๆ เป็นสิ่งที่ทำให้ พระผงขุดสระ และรุ่นอื่นๆ ของหลวงปู่เผือก มีคุณค่าและราคาขยับขึ้น นี่คือสิ่งที่หลวงปู่เผือก ได้ใช้ความปรีชาสามารถและวิชาอาคมต่างๆสรรค์สร้างและมอบให้เป็นมรดกกับชนรุ่นหลังตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
#คณะผู้บริหารและสมาชิกสภาอบต.กันทรารมย์ อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์
ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์
อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์
อำเภอกระสังที่ตั้งอยู่ริมลำน้ำชี ถือเป็นแผ่นดินธรรมที่เต็มไปด้วยความงดงามและประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดยมีทั้งหมด 11 ตำบล ได้แก่
ตำบลกระสัง (Krasang) มีทั้งหมด 21 หมู่บ้าน,
ลำดวน (Lamduan) 18 หมู่บ้าน,
สองชั้น (Song Chan) 17 หมู่บ้าน,
สูงเนิน (Sung Noen) 19 หมู่บ้าน,
หนองเต็ง (Nong Teng) 18 หมู่บ้าน,
เมืองไผ่ (Mueang Phai) 13 หมู่บ้าน,
ชุมแสง (Chum Saeng) 12 หมู่บ้าน,
บ้านปรือ (Ban Prue) 15 หมู่บ้าน,
ห้วยสำราญ (Huai Samran) 14 หมู่บ้าน,
กันทรารมย์ (Kanthararom) 12 หมู่บ้าน,
และศรีภูมิ (Si Phum) 9 หมู่บ้าน.
อำเภอกระสังเป็นชุมชนเก่าแก่ที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญในอดีต ความรุ่งเรืองของเมืองโบราณยังคงสะท้อนให้เห็นถึงในทุกๆ มุมของที่นี่ เช่น เมนูอาหารท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ ผ้าไหมพื้นเมืองที่ยังคงความประณีต และรสชาติอาหารที่ไม่เหมือนใคร
cr.
สะหะหวยยัง เอหิ
อัคคะชายะ อัคคะชาหิ
สะหะหิโต เอหิมะมะ
กุลเนียะสัจจัง จักขุวิญญาณัง
สติโลกะวิทู สัตถาเทวะมะนุสสานัง อุอะขะหะนิมิตตัง
สำหรับคาถาถูกหวยของหลวงปู่สรวง สามารถสวดได้ทั้งก่อนซื้อสลากกินแบ่ง สวดก่อนนอน หรือสวดภาวนาก่อนประกาศผลรางวัลก็ย่อมได้ ยิ่งในวันหวยออก ทุก ๆ วันที่ 1 และ 16 ของเดือน ให้สวดคาถาหลวงปู่สรวงขอให้ถูกหวยระหว่างที่ดูประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาลไปด้วย รู้ตัวอีกทีอาจกลายเป็นเศรษฐีหน้าใหม่ รวยไม่รู้ตัว
📢💥
ตัวอย่างหนังสือราชการ
(กรณีขอแถลงนโยบายเร่งด่วน)
ที่ …………………
องค์การบริหารส่วนตำบล……………………
อำเภอ………………… จังหวัด…………………
วันที่ ………………………
เรื่อง ขอแถลงนโยบายต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบล……………………
เรียน ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล……………………
สิ่งที่ส่งมาด้วย คำแถลงนโยบายของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน ๑ ฉบับ
ด้วยข้าพเจ้า นาย……………………
ตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล……………………มีความประสงค์ขอแถลงนโยบายในการบริหารงานองค์การบริหารส่วนตำบลต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อให้เป็นไปตาม มาตรา ๕๘/๕ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒
ทั้งนี้ อาศัยอำนาจตาม ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๑๒๓ หมวดการแถลงนโยบาย และ ข้อ ๒๒ กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากมี เหตุจำเป็นเร่งด่วน ได้แก่
1. จำเป็นต้องกำหนด ทิศทางการบริหารราชการและแนวนโยบายสำคัญ ให้ชัดเจนโดยเร็ว
2. เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่าง ต่อเนื่อง มีเอกภาพ และสอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ของสภา
3. เพื่อรองรับการดำเนินโครงการและภารกิจที่เกี่ยวข้องกับ งบประมาณ การบริการสาธารณะ และประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหากล่าช้าอาจส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนตำบล
จึงใคร่ขอความกรุณา บรรจุเรื่องการแถลงนโยบายเป็นระเบียบวาระการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลในลักษณะเรื่องเร่งด่วน ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถดำเนินการแถลงนโยบายต่อสภาได้โดยถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบราชการ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ขอแสดงความนับถือ
(ลงชื่อ) ..............................................
(นาย……………………………………)
นายกองค์การบริหารส่วตำบล.....
📌 #ขั้นตอนการจัดทำนโยบาย
🏛️ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อแถลงต่อสภา อบต.
⚖️ 1. #ยึดหลักกฎหมายเป็นฐานนโยบายต้องอยู่ภายใต้
📘 พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537
📗 พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ พ.ศ. 2542
➡ เป็นอำนาจหน้าที่ของ อบต. โดยชอบด้วยกฎหมาย
🔍 2. #วิเคราะห์อำนาจหน้าที่ของ อบต.พิจารณาภารกิจสำคัญ เช่น
🚧 โครงสร้างพื้นฐาน
👨👩👧👦 คุณภาพชีวิตประชาชน
🌱 สิ่งแวดล้อม
🚑 สาธารณสุข
📚 การศึกษา วัฒนธรรม
❌ ห้ามกำหนดนโยบายนอกอำนาจ
🧭 3. #เชื่อมโยงแผนกระจายอำนาจนโยบายต้องสอดคล้องกับ
📑 ภารกิจที่รัฐถ่ายโอนให้ อบต.
📊 แผนพัฒนาท้องถิ่น
💰 ศักยภาพงบประมาณ
📝 4. จัดทำนโยบายเชิงทิศทาง
ใช้ถ้อยคำเช่น
✅ “มุ่งเน้น”
✅ “ส่งเสริม”
✅ “พัฒนา”
✅ “ยกระดับ”
👉 ไม่ลงรายละเอียดเป็นโครงการ
👉 เพื่อใช้เป็นกรอบการบริหารงาน
📆 5. แถลงนโยบายต่อสภา อบต.
🗓️ ต้องแถลง ภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง
🏛️ ต้องมี ประธานสภา อบต. แล้ว
📢 เป็นการแถลง
❌ ไม่มีการลงมติ
📌 สรุปสั้น ๆ จำง่าย
🏛️ นโยบายนายก อบต. = นโยบายเชิงทิศทางต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่สอดคล้องแผนกระจายอำนาจและแถลงต่อสภาเพื่อให้รับทราบภายใน 30 วัน ✅
📌ปลัดเอ ศุภดามาศ จันทาธอน
สลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569

เรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยกัน outbreak = ระบาด, ลุกลาม lock down = ปิดกั้น, ปิดเขต quarantine = กักไว้, กักโรค, แยกออก airborne = ลอยในอากาศ d...