วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2567

🇹🇭ภาพในอดีต..📌 ✅ราษฎรพายเรือมารอรับเสด็จฯ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่วัดไลย์ เมืองลพบุรี พุทธศักราช ๒๔๔๙ เครดิตภาพ: สำนักหอสมุดแห่งชาติ

 



🇹🇭ภาพในอดีต..📌
✅ราษฎรพายเรือมารอรับเสด็จฯ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่วัดไลย์ เมืองลพบุรี พุทธศักราช ๒๔๔๙
เครดิตภาพ: สำนักหอสมุดแห่งชาติ

"ลําไย ไหทองคํา" กว่าจะมาเป็น นักร้องลูกทุ่งอินดี้ นักร้องเซ็กซี่ยืน1ในวันนี้ ไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เพราะอะไร?

 


"ลําไย ไหทองคํา" กว่าจะมาเป็น

นักร้องลูกทุ่งอินดี้ นักร้องเซ็กซี่ยืน1ในวันนี้
ไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เพราะอะไร?
ประวัติ ลำไย ไหทองคำ
▪️
ชื่อจริง สุพรรณษา เวชกามา
▪️
ชื่อเล่น อ้าย
▪️
เกิดวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ 2541
▪️
เกิดที่บ้านผักเผ็ด ตำบลน้ำคำ
อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
▪️
ครอบครัวยากจน ต้องพลัดถิ่นฐาน
บ้านเกิด เข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ช่วยยาย
และแม่ หิ้วตะกร้าเร่ขายลูกอม ถั่วคั่ว
และผลไม้ตามร้านอาหาร สถานบันเทิง
ยามราตรี ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นอนุบาล
▪️
เริ่มรับงานกับวงอิเล็กโทน ตอนป.4
ทั้งร้องเพลงและเป็นแดนเซอร์
ต่อมาก็กลายมาเป็นหมอลำซิ่ง
เดินสายร้องเพลงจนมาเจอกับ
อ.ประจักษ์ชัย เนาวรัตน์
จึงเซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัด
และ อ.ประจักษ์ชัย ได้ตั้งชื่อให้เธอ
ว่า ลำไย ไหทองคำ
▪️
จุดที่ทำให้เธอกลายเป็นที่รู้จักคือ
"เพลงผู้สาวขาเลาะ" ที่เป็นกระแสโด่งดัง
โดยมีทั้งผู้นิยมชมชอบและวิจารณ์
เรื่องการแต่งกายชุดเซ็กซี่ เว้า สั้น น้อยชิ้น
และท่าเต้นสุดมันส์ ชวนซี้ด แดนซ์กระจาย
ทั้งแหก ทั้งแหวก โยกย้ายส่ายเอว
จนมีการแชร์ในโลกออนไลน์เป็นไวรัล
ทำให้เธอโด่งดังในชั่วพริบตา
จนเป็นกระแสดราม่าใหญ่โตเลยทีเดียว
▪️
ซึ่งเธอให้สัมภาษณ์ว่า
พฤติกรรมบนเวทีเป็นเพียงการแสดง
เมื่อมีคนจ้างเล่น ก็ต้องทำให้เต็มที่
และทำไปเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง

🇹🇭ถนนเจริญกรุงตัดกับถนนมหาไชย เชิงสะพานดำรงสถิตย์ ตึกแถวหัวมุมที่สี่แยกเป็นห้าง บี.กริมแอนด์โก สาขาประตูสามยอด

 


🇹🇭ถนนเจริญกรุงตัดกับถนนมหาไชย เชิงสะพานดำรงสถิตย์ ตึกแถวหัวมุมที่สี่แยกเป็นห้าง บี.กริมแอนด์โก สาขาประตูสามยอด ภาพถ่ายนี้ถ่ายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประมาณ พ.ศ.2408
#ขอบคุณเจ้าของภาพ#

ทหารทั้ง 4 ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่อยู่ในธนบัตรใบละ 20 บาท คือใคร

 


ทหารทั้ง 4 ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่อยู่ในธนบัตรใบละ 20 บาท คือใคร
ธนบัตรราคา 20 บาท เป็นภาพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประดิษฐาน ณ สวนสาธารณะทุ่งนาเชย อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ทรงม้าศึกพร้อมทหารคู่พระทัยทั้งสี่ ซึ่งหลายคนคงอยากจะทราบว่า 4 ทหารคือใคร ซึ่งเขาคือ พระเชียงเงิน หลวงพิชัยอาสา หลวงราชเสนา และหลวงพรหมเสนา
"มือซ้ายถือดาบอยู่ในฝักดาบ มือขวาชี้ไปข้างหน้า" คือ หลวงพิชัยอาสา (พระยาพิชัยดาบหัก)
"แบมือ ไม่ถือดาบ" คือ พระเชียงเงิน (พระยาสุโขทัย)
"มือขวาถือปืน แอบอยู่ข้างอาชา" คือ หลวงราชเสน่หา (กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท)
"ชักดาบเตรียมสู้ เหลียวระวังหลัง" คือ หลวงพรหมเสนา
๑.หลวงราชเสน่หา (กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท)
สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท หรือ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท พระนามเดิม บุญมา เป็นพระราชอนุชาร่วมพระราชชนกชนนีกับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ มีพระนามเดิมว่า "บุญมา" ต่อมาได้ทรงรับราชการในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสุริยามรินทร์ (พระเจ้าเอกทัศ) ตำแหน่ง นายสุจินดาหุ้มแพร (ได้รู้จักกับพระยาตากมาก่อน เมื่อครั้นรับราชการอยู่นั้น) เมื่อ พ.ศ.๒๓๑๐ กรุงศรีอยุธยาใกล้จะเสียกรุงแก่พม่า นายสุจินดากับเพื่อน ๆ ได้ลอบหนีออกจากเมือง ได้มาอาศัยอยู่กับพี่สาวที่บางกอก (คงจะเมื่อกรุงแตกแล้วหรือใกล้จะแตกแล้ว) และได้ข่าวเกี่ยวกับพระยาตากไปตั้งตัวที่จันทบูร มีกำลังมากจะยกทัพมาตีอยุธยาคืน นายสุดจินดาหุ้มแพรได้ฝากภรรยาและทรัพย์สมบัติไว้กับพี่สาว แล้วพาพรรคพวกบางคนเดินทางไปจันทบูรทางบกโดยผ่านบางปลาสร้อย พระเจ้าตากได้รับนายบุญมาเข้าไว้เป็นพรรคพวก
ด้วยความสามารถส่วนตัวของนายบุญมาเด่นมาก จนทำให้ได้รับความไว้วางพระทัยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และไปสมัครรับราชการอยู่กับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระมหามนตรี เจ้ากรมพระตำรวจในขวา พระเกียรติคุณแห่งสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคลนั้นนับว่าเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งสิบทิศ พระองค์ได้ทรงร่วมศึกสงครามขับไล่อริราชศัตรูปกป้องพระราชอาณาจักรตลอดพระชนมชีพของพระองค์ ได้เสด็จไปในการพระราชสงครามทั้งทางบก และทางเรือ ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ถึง ๑๖ ครั้ง และในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ต่อมาอีกหลายครั้ง
๒.หลวงพิชัยอาสา (พระยาพิชัยดาบหัก)
พระยาพิชัยดาบหัก ขุนนางในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในชั้นเชิงการต่อสู้ ทั้งมือเปล่าแบบมวยไทย และอาวุธแบบกระบี่ กระบอง เดิมชื่อ จ้อย เกิดที่บ้าน ห้วยคา อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๒๘๔ ในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ศึกษาอยู่กับท่านพระครูวัดมหาธาตุหรือวัดใหญ่ เมืองพิชัย ภายหลัง จ้อยได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นทองดี หรือ ทองดีฟันขาว มีความสามารถทั้งทางเชิงมวยและเชิงดาบ
จากนั้นได้เข้ารับราชการกับสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ตั้งแต่ครั้งดำรงตำแหน่งเป็นพระยาตาก ต่อมานายทองดีได้รับแต่งตั้งเป็นองครักษ์มีบรรดาศักดิ์เป็น "หลวงพิชัยอาสา" เมื่อรับราชการมีความดีความชอบจึงได้รับแต่งตั้งเป็น เจ้าหมื่นไวยวรนาถ พระยาสีหราชเดโช และพระยาพิชัย ผู้สำเร็จราชการครองเมืองพิชัย ซึ่งรับพระราชทานเครื่องยศเสมอเจ้าพระยาสุรสีห์ ตามลำดับ ภายหลังข้าศึกยกทัพมาตีเมืองพิชัย ๒ ครั้ง ในการรบครั้งที่ ๒ พระยาพิชัยถือดาบสองมือออกต่อสู้จนดาบหักไปข้างหนึ่ง และรักษาเมืองไว้ได้ ดังนั้นจึงไดัรับสมญานามว่า "พระยาพิชัยดาบหัก"
พระยาพิชัยดาบหัก ได้สร้างวีรกรรมอันควรเป็นเยี่ยงอย่าง อันควรแก่การยกย่องสรรเสริญให้สืบทอดมาถึงปัจจุบันได้แก่ ความซื่อสัตย์สุจริต ความกตัญญูกตเวที ความเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดกล้าหาญ รวมถึงความรักชาติ ต้องการให้ชาติเจริญรุ่งเรืองมั่นคงต่อไป
๓.พระยาเชียงเงิน
พระยาเชียงเงิน หรือพระยาท้ายน้ำ เดิมเป็นเจ้าเมืองเชียงเงิน หัวเมืองชั้นจัตวาขึ้นกับเมืองระแหง (ในพระราชพงศาวดารกล่าวชัดเจนซึ่งแย้งกับบางแหล่งข้อมูลว่า หลวงพรหมเสนามีเชื้อสายจีน) เข้ามาสวามิภักดิ์กับพระยาตาก และร่วมรบตั้งแต่ครั้งตีฝ่าทัพพม่าออกมาจนถึงจันทบุรี พระเชียงเงินไม่มีชื่อเสียงในด้านการทัพเป็นพิเศษ และออกจะอ่อนแอในบางครั้งด้วยซ้ำ จนเกือบจะถูกประหารชีวิตไปแล้ว แต่ก็เป็นข้าราชบริพารที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงพระเมตตาเป็นพิเศษ และเป็นเจ้าเมืองคนหนึ่งที่โปรดปรานให้มาเฝ้าเพื่อทรงสั่งสอน "วิธีการ" ต่อสู้กับข้าศึก
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า ในคราวที่ทรงต่อสู้กับอริราชศัตรูที่เมืองระยองนั้น ได้มีบันทึกว่า "พระยาเชียงเงิน" เป็น "พระยาท้ายน้ำ" ครั้นเมื่อปราบปรามก๊กต่างๆ ทางเมืองเหนือได้ราบคาบแล้ว ทรงมีพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้พระยาท้ายน้ำรั้งเมืองสุโขทัย ท่านเป็นทหารหาญคนสนิทที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยยิ่ง
๔.หลวงพรหมเสนา (เจ้าพระยานครสวรรค์)
หลวงพรหมเสนา เกิดเมื่อวันอังคาร เดือน ๖ ปีมะโรง พุทธศักราช ๒๒๗๙ ณ บ้านเชียงของ (ปัจจุบันคือบ้านเชียงทอง) จ.ตาก บิดาท่านสืบเชื้อสายมาจากเมืองเชียงของ หลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มารดาท่านเป็นญาติใกล้ชิดกับพระเชียงเงิน (ธงชัย) ท่านได้ไปเติบโตที่ฝั่งลาว และได้กลับมาเป็นเจ้าคุ้มเชียงทอง ท่านจึงมีอีกนามหนึ่งว่า "เจ้าฟ้าเชียงทอง" และคุ้มของท่านอยู่บานเนินเขาเตี้ยๆ ริมฝั่งแม่น้ำปิง (ปัจจุบันคือวัดเชียงทอง จ.ตาก) จากนั้นท่านได้ติดตามสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมาเป็นทหารเอกคู่พระทัย อาทิ พระเชียงเงิน (ธงชัย) หลวงพิชัยอาสา (จ้อย) หลวงราชเสน่หา
ต่อมาได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระพรมเสนา,พระยาอนุรักษ์ภูธร และพระยานครสวรรค์ ตามลำดับ ท่านได้รับความไว้วางใจเป็นพิเศษจากสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีคนหนึ่ง จนได้รับพระราชอาญาสิทธิ์ให้ลงโทษผู้ย่อหย่อน ในการศึกได้ถึงตัดศีรษะ ในคราวศึกบางแก้ว ก่อนที่พระยานครสวรรค์จะไปช่วยหนุนพระยาธิเบศบดีนั้นได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระ เจ้ากรุงธนบุรีพระองค์ได้ทรงมอบดาบอาญาสิทธิ์ให้ลงโทษตัดศรีษะทหารผู่ย่อหย่อนในการศึกได้และให้พรแก่พระยานครสวรรค์และทหาร ว่า "ชะยะตุภวัง สัพพะศัตรูวินาสสันติ" อันเป็นที่มาของคาถาบูชาสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีในปัจจุบันคือ "ชะยะตุภะวัง สัพพะศัตรูวินาสสันติ"
ขอสดุดีวีรกรรมของวีรบุรุษ ที่ท่านเป็นบุคคลสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทยในการปกปักษ์รักษาสยามประเทศไว้ ณ ที่นี้

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2567

🇹🇭ภาพในอดีต..📌 ✅ธนบุรี กรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2518 ✅ วิถีชีวิตชาวเรือ เมืองไทยในยุค70s เครดิต :: John Dillon, นักท่องเที่ยวชาวตะวันตก

 


🇹🇭ภาพในอดีต..📌
✅ธนบุรี กรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2518
✅ วิถีชีวิตชาวเรือ เมืองไทยในยุค70s
เครดิต :: John Dillon, นักท่องเที่ยวชาวตะวันตก

ภาพทหารชาวอเมริกัน ยืนคุยกับสาวไทย หน้าร้านขายเครื่องดื่ม สังเกตที่ใส่เครื่องดื่ม เป็นลังไม้อยู่เลย ภาพ ปี พศ. 2508

 


ภาพทหารชาวอเมริกัน ยืนคุยกับสาวไทย หน้าร้านขายเครื่องดื่ม สังเกตที่ใส่เครื่องดื่ม เป็นลังไม้อยู่เลย

ภาพ ปี พศ. 2508
สถานที่ จังหวัดนครพนม
ขอบคุณภาพ
Cr. ไทยในอดีตกาล
เรียบเรียงโดย : Yoong Ja
: ย้อนอดีตด้วยภาพ
: กลุ่มภาพเก่าในอดีตที่มีคุณค่า
: ค้นหาภาพในอดีต





วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2567

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๒ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๑๘ แห่งอาณาจักรอยุธยา และพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๒ แห่งราชวงศ์สุโขทัย

 


สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๒ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๑๘ แห่งอาณาจักรอยุธยา และพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๒ แห่งราชวงศ์สุโขทัย

พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรอยุธยาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๑๓๓ และเป็นเจ้าเหนือแผ่นดินล้านนาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๑๔๕ จนเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ.๒๑๔๘ พระองค์มีชื่อเสียงจากเหตุการณ์ที่พระองค์ปลดปล่อยกรุงศรีอยุธยาจากการเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรตองอู ในรัชสมัยของพระองค์ได้ทำสงครามกับพม่าหลายครั้ง สมเด็จพระนเรศวรยังเจริญสัมพันธไมตรีกับฮอลันดาในปี พ.ศ.๒๑๔๒

ข้อมูลจำนวนตำแหน่งสายบริหารและอำนวยการอบต.ตำแหน่งที่ว่างรอบต่อไป เปรียบเทียบตำแหน่งที่บรรจุแล้ว

ข้อมูลจำนวนตำแหน่งสายบริหารและอำนวยการอบต.ตำแหน่งที่ว่างรอบต่อไป เปรียบเทียบตำแหน่งที่บรรจุแล้ว